พระราชวังแวร์ซายส์ สัมผัสความหรูหราของพระราชวังในตำนาน
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) คือหนึ่งในพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโลก ตั้งอยู่ชานกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกอันวิจิตรตระการตา ห้องโถงกระจกอันเลื่องชื่อ และสวนขนาดมหึมาที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และสะท้อนถึงความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และอิทธิพลทางการเมืองของฝรั่งเศสในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน
ปัจจุบัน พระราชวังแวร์ซายส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมความงดงามของห้องต่าง ๆ ภายในพระราชวัง สำรวจสวนสไตล์ฝรั่งเศสอันกว้างใหญ่ หรือเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อประเทศฝรั่งเศส การมาเยือนแวร์ซายส์จึงเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
ประวัติความเป็นมาของพระราชวังแวร์ซายส์
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นเพียงกระท่อมล่าสัตว์ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ในปี ค.ศ. 1623 บริเวณหมู่บ้านแวร์ซายส์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ต่อมาเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือที่รู้จักในนาม “กษัตริย์สุริยัน” (Sun King) เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์มีพระประสงค์ที่จะสร้างศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฝรั่งเศส จึงได้สั่งขยายและปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นพระราชวังอันโอ่อ่าที่โลกต้องจดจำ
การก่อสร้างและขยายพระราชวังดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายทศวรรษ โดยมีสถาปนิกและศิลปินชั้นนำของฝรั่งเศสเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ ทั้งตัวอาคาร ห้องต่าง ๆ ภายในพระราชวัง และสวนสไตล์ฝรั่งเศสอันกว้างใหญ่ ในปี ค.ศ. 1682 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ย้ายราชสำนักและศูนย์กลางการปกครองจากกรุงปารีสมายังแวร์ซายส์อย่างเป็นทางการ ทำให้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเมือง วัฒนธรรม และอำนาจของฝรั่งเศสในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ตลอดช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 พระราชวังแวร์ซายส์เป็นที่ประทับของกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์ รวมถึงพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ภายในพระราชวังเต็มไปด้วยความหรูหราและงานศิลปกรรมอันวิจิตร โดยเฉพาะ “ห้องโถงกระจก” (Hall of Mirrors) ที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของแวร์ซายส์ อย่างไรก็ตาม ความฟุ่มเฟือยของราชสำนักและปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่การปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789 ซึ่งส่งผลให้ราชวงศ์ต้องยุติบทบาทและพระราชวังสูญเสียสถานะการเป็นศูนย์กลางอำนาจของประเทศ
หลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส พระราชวังแวร์ซายส์ได้รับการอนุรักษ์และปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรม ศิลปะ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของยุคราชวงศ์ฝรั่งเศสได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จองตั๋วเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์
การจองบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว ระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของฝรั่งเศสที่มีผู้เข้าชมหลายล้านคนต่อปี การจองล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเลือกช่วงเวลาเข้าชม (Timed Entry) ได้ตามต้องการ ลดระยะเวลาการรอคิวบริเวณทางเข้า และเพิ่มความสะดวกในการวางแผนการเดินทางตลอดทั้งวัน
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกประเภทบัตรได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเข้าชมพระราชวังหลัก บัตร Passport ที่รวมการเข้าชมสวนแวร์ซายส์ พระตำหนักแกรนด์ ทรีอานง (Grand Trianon) เปอตี ทรีอานง (Petit Trianon) และหมู่บ้านของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Queen’s Hamlet) หรือบัตรสำหรับวันแสดง Musical Fountains Show และ Musical Gardens ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษยอดนิยมในช่วงฤดูท่องเที่ยว การตรวจสอบรายละเอียดบัตร ราคา และรอบเข้าชมล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง จะช่วยให้ได้รับประสบการณ์การเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซายส์อย่างคุ้มค่าและราบรื่นมากขึ้น
แนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจในพระราชวังแวร์ซายส์
ไฮไลต์สำคัญภายในพระราชวังแวร์ซายส์
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) เป็นหนึ่งในพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 เฮกตาร์ ประกอบด้วยอาคารสำคัญ พระตำหนัก สวน น้ำพุ และสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย แต่ละส่วนถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนอำนาจและความรุ่งเรืองของราชวงศ์ฝรั่งเศสในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การมาเยือนแวร์ซายส์จึงไม่ใช่เพียงการชมพระราชวังเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีชีวิตของราชสำนักฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 อีกด้วย
![]() | 1. พระราชวังหลัก ศูนย์กลางแวร์ซายส์ พระราชวังหลักถือเป็นศูนย์กลางของแวร์ซายส์และเป็นส่วนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจมากที่สุด อาคารอันโอ่อ่านี้ประกอบด้วยห้องมากกว่า 2,000 ห้อง ซึ่งเคยใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ พระราชินี เชื้อพระวงศ์ และข้าราชบริพาร ภายในตกแต่งด้วยงานศิลปะล้ำค่า ภาพเขียนฝาผนัง เพดานแกะสลัก และเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งของราชสำนักฝรั่งเศสในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมห้องสำคัญต่าง ๆ พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์ได้อย่างใกล้ชิด ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
|
ห้องโถงกระจก หรือ Galerie des Glaces ถือเป็นจุดไฮไลต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของพระราชวังแวร์ซายส์ ห้องแห่งนี้มีความยาวประมาณ 73 เมตร และตกแต่งด้วยกระจกเงาจำนวน 357 บานเรียงรายตลอดแนวผนัง เมื่อแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ที่หันออกสู่สวนด้านนอก แสงจะสะท้อนผ่านกระจกจนเกิดความงดงามตระการตา และกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สุดภายในพระราชวัง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์เมื่อปี ค.ศ. 1919 อีกด้วย ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
| ![]() |
![]() |
พื้นที่ส่วนนี้เป็นศูนย์กลางของพระราชอำนาจในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ประกอบด้วยห้องหลายห้องที่ใช้สำหรับการประชุมราชการ การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และพระราชพิธีสำคัญ ห้องบรรทมของกษัตริย์มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากในยุคนั้นแม้แต่กิจวัตรประจำวันของกษัตริย์ เช่น การตื่นบรรทมหรือเสด็จเข้านอน ก็ถือเป็นพิธีการที่ขุนนางชั้นสูงได้รับเกียรติให้เข้าร่วม ภายในห้องจึงได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยผ้าปักทอง เครื่องเรือนหรู และงานศิลปะชั้นเยี่ยม ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
|
ห้องชุดของพระราชินีเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิตของราชสำนักฝรั่งเศส โดยเฉพาะห้องของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ภายในห้องมีการตกแต่งด้วยผ้าไหม เครื่องเรือนแกะสลัก และของตกแต่งที่แสดงถึงรสนิยมอันหรูหราของราชวงศ์ นอกจากนี้ยังมีทางลับที่พระนางมารี อ็องตัวแน็ตใช้หลบหนีจากฝูงชนในช่วงเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศสอีกด้วย ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
| ![]() |
![]() |
สวนแวร์ซายส์ถือเป็นผลงานชิ้นเอกด้านภูมิสถาปัตยกรรมที่ได้รับการออกแบบโดย อ็องเดร เลอ โนตร์ (André Le Nôtre) สถาปนิกภูมิทัศน์ผู้มีชื่อเสียงแห่งราชสำนักฝรั่งเศส พื้นที่สวนได้รับการจัดวางอย่างสมมาตรตามแบบฉบับสวนฝรั่งเศส ประกอบด้วยสนามหญ้า แปลงดอกไม้ ประติมากรรม น้ำพุ และทางเดินที่ทอดยาวอย่างเป็นระเบียบ ความงดงามของสวนแห่งนี้ทำให้กลายเป็นต้นแบบของการออกแบบสวนในพระราชวังหลายแห่งทั่วทวีปยุโรป ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
|
ภายในสวนแวร์ซายส์มีน้ำพุมากกว่า 50 แห่ง โดยแต่ละแห่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานเทพเจ้ากรีกและโรมัน หนึ่งในน้ำพุที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ น้ำพุอพอลโล (Apollo Fountain) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ได้รับฉายาว่า “กษัตริย์สุริยัน” ในช่วงฤดูท่องเที่ยวจะมีการเปิดการแสดง Musical Fountain Show ที่ผสมผสานเสียงดนตรี น้ำพุ และภูมิทัศน์โดยรอบ สร้างบรรยากาศที่งดงามและได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
| ![]() |
![]() |
แกรนด์ ทรีอานง เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีชมพูเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนส่วนพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระองค์ทรงใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อหลีกหนีจากพิธีการอันเคร่งครัดของราชสำนัก บรรยากาศภายในมีความเงียบสงบ รายล้อมด้วยสวนดอกไม้และทางเดินร่มรื่น ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอีกมุมหนึ่งของชีวิตราชวงศ์ที่เรียบง่ายกว่าภายในพระราชวังหลัก ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
|
พระตำหนักขนาดเล็กแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนจะตกเป็นของพระนางมารี อ็องตัวแน็ตในเวลาต่อมา พระนางทรงโปรดสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นส่วนตัวและห่างไกลจากพิธีการของราชสำนัก สถาปัตยกรรมของเปอตี ทรีอานงมีความเรียบง่ายแต่สง่างาม แตกต่างจากความหรูหราของพระราชวังหลัก ทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชม ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
| ![]() |
![]() |
หมู่บ้านจำลองชนบทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศแบบชนบท ภายในประกอบด้วยบ้านหลังเล็ก โรงนา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ สวนผัก และทะเลสาบขนาดเล็ก แม้จะดูเรียบง่ายเมื่อเทียบกับความโอ่อ่าของพระราชวังหลัก แต่ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างประณีตและสวยงาม ทำให้ Queen’s Hamlet กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์และได้รับความนิยมมากที่สุดภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
|
ออรังเฌอรีเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ใช้ปลูกต้นส้มและพืชเมืองร้อนในสมัยราชวงศ์ฝรั่งเศส แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านการออกแบบสวนและสถาปัตยกรรมในยุคนั้น ส่วนคลองใหญ่ หรือ Grand Canal มีความยาวกว่า 1.6 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์ภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ในอดีตคลองแห่งนี้ถูกใช้สำหรับงานเฉลิมฉลอง การแสดง และกิจกรรมทางน้ำของราชสำนัก ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวและสถานที่พักผ่อนยอดนิยม เหมาะสำหรับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของสวนแวร์ซายส์ ⭐ ไฮไลต์สำคัญ
| ![]() |
วิธีเดินทางไปยังพระราชวังแวร์ซายส์
พระราชวังแวร์ซายส์ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงปารีสประมาณ 30 กิโลเมตร และถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เดินทางได้สะดวกที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางด้วยรถไฟ รถโดยสาร หรือรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถเดินทางถึงพระราชวังได้อย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงจากตัวเมืองปารีส
รถไฟ RER สาย C
ตัวเลือกยอดนิยมที่สุด
1
เดินทางด้วยรถไฟ RER สาย C
วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการนั่งรถไฟ RER สาย C จากกรุงปารีสไปยังสถานี Versailles Château – Rive Gauche ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ทางเข้าพระราชวังมากที่สุด
- ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที
- เดินจากสถานีถึงพระราชวังประมาณ 10 นาที
- แนะนำให้ซื้อตั๋วไป-กลับ (Round Trip Ticket)
- Paris Visite Pass ควรครอบคลุมโซน 1–5
รถไฟ SNCF
สะดวกสำหรับผู้เดินทางจากเมืองอื่น
2
เดินทางด้วยรถไฟ SNCF
สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอื่นของฝรั่งเศส หรือสะดวกใช้บริการรถไฟ SNCF สามารถลงได้ที่สถานีต่อไปนี้
- Versailles Chantiers
- Versailles Rive Droite
จากทั้งสองสถานีสามารถเดินเท้าไปยังพระราชวังได้ภายในประมาณ 15–20 นาที หรือเลือกใช้บริการรถโดยสารสาธารณะต่อไปยังทางเข้าได้เช่นกัน
รถยนต์ส่วนตัว
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น
3
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
นักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเองหรือเช่ารถจากปารีส สามารถใช้ทางด่วน A13 และออกที่ทางออก Versailles Château จากนั้นขับตามป้ายบอกทางมายังพระราชวังได้โดยตรง
พระราชวังมีพื้นที่จอดรถแบบเสียค่าบริการบริเวณ Place d’Armes, Allée de Bailly รวมถึงพื้นที่ใกล้กับ Grand Trianon และ Petit Trianon เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมพื้นที่โดยรอบอย่างสะดวกและยืดหยุ่น
ที่ตั้งและแผนที่ (Location & Map)
โรงแรมและที่พักใกล้พระราชวังแวร์ซายส์
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) อย่างเต็มอิ่ม การเลือกพักในเมืองแวร์ซายส์ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกและคุ้มค่า เนื่องจากมีโรงแรมและที่พักหลากหลายรูปแบบให้เลือก ตั้งแต่โรงแรมระดับหรู บูติกโฮเทล ไปจนถึงอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัว หลายแห่งตั้งอยู่ห่างจากพระราชวังเพียงไม่กี่นาทีโดยการเดิน ทำให้สามารถเข้าชมพระราชวังได้ตั้งแต่ช่วงเช้าและหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในช่วงสายได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ บริเวณรอบพระราชวังยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้งภายในย่านใจกลางเมืองแวร์ซายส์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายตลอดการเข้าพัก สำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวทั้งกรุงปารีสและแวร์ซายส์ ควรเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟ Versailles Château Rive Gauche หรือ Versailles Chantiers เพื่อให้สามารถเดินทางเข้า-ออกกรุงปารีสได้อย่างสะดวก โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 30–40 นาที ทำให้การพักค้างคืนในแวร์ซายส์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้อย่างเต็มที่
คำแนะนำก่อนเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การเที่ยวชมเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจองบัตรเข้าชมล่วงหน้า การเลือกช่วงเวลาเดินทาง หรือการเตรียมตัวสำหรับการเดินสำรวจพื้นที่ขนาดมหึมาของพระราชวังและสวนแวร์ซายส์
1 ✦ จองบัตรเข้าชม ล่วงหน้า | 2 ✦ เดินทางตั้งแต่ ช่วงเช้า | 3 ✦ สวมรองเท้า เดินสบาย | 4 ✦ เผื่อเวลาเที่ยว ครึ่งวัน |
5 ✦ วางแผนเดินทาง ล่วงหน้า | 6 ✦ อย่าพลาดสวน แวร์ซายส์ | 7 ✦ เตรียมพร้อม สภาพอากาศ | 8 ✦ เตรียมกล้อง มือถือให้พร้อม |
ก่อนเดินทางไปพระราชวังแวร์ซายส์ ควรจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าและวางแผนการเดินทางให้เรียบร้อย พร้อมเลือกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด สวมรองเท้าที่เดินสบายเนื่องจากพื้นที่มีขนาดกว้างขวาง และเผื่อเวลาเที่ยวอย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวันเพื่อเก็บสถานที่สำคัญให้ครบ ทั้งพระราชวัง สวนแวร์ซายส์ และพระตำหนักทรีอานง
นอกจากนี้ควรเตรียมตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ พกน้ำดื่มหรืออุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ รวมถึงเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์และแบตเตอรี่สำรองให้พร้อม เพื่อเก็บภาพความประทับใจของหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดของฝรั่งเศสได้อย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ควรจองบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ล่วงหน้าหรือไม่?
แนะนำให้จองบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว (เมษายน–ตุลาคม) และวันหยุดสุดสัปดาห์ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละวัน การจองล่วงหน้าจะช่วยให้เลือกช่วงเวลาเข้าชมได้สะดวก ลดเวลารอคิว และเพิ่มโอกาสเข้าชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น
Q2: ราคาบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์เท่าไหร่?
ราคาบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) จะแตกต่างกันตามประเภทของบัตร โดยบัตร Palace Ticket สำหรับเข้าชมพระราชวังเริ่มต้นประมาณ 21–24 ยูโรต่อคน ส่วน Passport Ticket ซึ่งรวมการเข้าชมพระราชวัง สวนแวร์ซายส์ และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ จะมีราคาสูงกว่า ทั้งนี้ควรตรวจสอบราคาและโปรโมชั่นล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
Q3: ใช้เวลาเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์กี่ชั่วโมง?
โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงสำหรับการเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) หากต้องการเข้าชมห้องกระจก (Hall of Mirrors) ห้องต่าง ๆ ภายในพระราชวัง และสวนแวร์ซายส์อย่างครบถ้วน แต่หากต้องการสำรวจพื้นที่ทั้งหมด รวมถึง Grand Trianon และ Petit Trianon อาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน
Q4: พระราชวังแวร์ซายส์สร้างขึ้นโดยใคร?
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ได้รับการขยายและพัฒนาให้กลายเป็นพระราชวังอันยิ่งใหญ่ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV) หรือที่รู้จักในนาม “กษัตริย์สุริยัน” แม้เดิมพื้นที่แห่งนี้จะเป็นเพียงพระตำหนักล่าสัตว์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงสั่งให้สร้างและขยายจนกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17
Q5: พระราชวังแวร์ซายส์มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ไฮไลต์สำคัญของพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ได้แก่ ห้องกระจก (Hall of Mirrors) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ห้องบรรทมของพระมหากษัตริย์และราชินี สวนแวร์ซายส์อันกว้างใหญ่ที่ออกแบบอย่างประณีต น้ำพุและประติมากรรมจำนวนมาก รวมถึง Grand Trianon และ Petit Trianon ซึ่งเป็นพระตำหนักพักผ่อนของราชวงศ์ฝรั่งเศส
Q6: สวนแวร์ซายส์ (Gardens of Versailles) เข้าชมฟรีหรือไม่?
สวนแวร์ซายส์สามารถเข้าชมได้ฟรีในบางวันและบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ในวันที่มีการจัดการแสดง Musical Fountains Show หรือ Musical Gardens จะต้องซื้อบัตรเพิ่มเติม ดังนั้นควรตรวจสอบตารางกิจกรรมของสวนล่วงหน้าเพื่อวางแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม
Q7: ควรเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) คือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) เนื่องจากอากาศกำลังสบาย สวนมีความสวยงาม และนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าช่วงฤดูร้อน หากต้องการชมสวนและน้ำพุในสภาพที่สวยที่สุด ควรเลือกเดินทางในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน
Q8: พระราชวังแวร์ซายส์อยู่ห่างจากปารีสกี่กิโลเมตร?
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงปารีสประมาณ 20 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟ RER สาย C โดยใช้เวลาประมาณ 35–45 นาที จากนั้นเดินต่อจากสถานี Versailles Château Rive Gauche ไปยังพระราชวังเพียงไม่กี่นาที
Q9: สามารถซื้อตั๋วพระราชวังแวร์ซายส์หน้างานได้หรือไม่?
นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ที่หน้างานได้ แต่ในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือวันหยุดอาจมีผู้เข้าชมจำนวนมาก ทำให้ต้องรอคิวเป็นเวลานาน หรือบางรอบเวลาอาจเต็มก่อน ดังนั้นการจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า
Q10: พระราชวังแวร์ซายส์กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ควรไปที่ไหนก่อน?
หากมีเวลาเที่ยวในปารีสหลายวัน แนะนำให้เริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ก่อนเพื่อชมผลงานศิลปะระดับโลก จากนั้นค่อยเดินทางไปพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ในอีกวันหนึ่ง เนื่องจากทั้งสองสถานที่มีขนาดใหญ่และใช้เวลาเที่ยวหลายชั่วโมง แต่หากสนใจประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฝรั่งเศสและสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ พระราชวังแวร์ซายส์อาจเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเป็นอันดับแรกเช่นกัน
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและทัวร์ที่ดีที่สุดในปารีส (Paris)
เลือกจองทัวร์และบัตรเข้าชมสถานที่ยอดนิยมในปารีส เพื่อเที่ยวได้สะดวก ประหยัดเวลา และสัมผัสไฮไลต์สำคัญ
จองโรงแรมและที่พักในปารีส (Paris)
ค้นหาโรงแรมและที่พักในปารีสที่เหมาะกับการเดินทางของคุณ พร้อมเปรียบเทียบตัวเลือกยอดนิยมในทำเลที่สะดวก
Voyageuse Épanouie
Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.











