อาวิญง (Avignon)
ท่ามกลางแสงแดดอบอุ่นของแคว้นโพรวองซ์ (Provence) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีเมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโรนชื่อว่า “อาวิญง” (Avignon) ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ยุคกลางและกลิ่นอายศิลปะทุกมุมถนน เมืองนี้เคยเป็นที่พำนักของพระสันตะปาปาในศตวรรษที่ 14 จึงมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site)
ทุกตรอกซอกซอยของอาวิญงเหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปสู่ยุคศักดินา ทั้งพระราชวังอันโอ่อ่า สะพานโบราณที่ถูกกล่าวถึงในบทเพลงฝรั่งเศสคลาสสิก และเทศกาลศิลปะการแสดงที่ทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีชีวิตชีวาในทุกฤดูร้อน
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักประวัติศาสตร์ ชอบศิลปะ หรือแค่หลงใหลในบรรยากาศเมืองยุโรปเก่า อาวิญง คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรมาเยือนสักครั้งในชีวิต
เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
• เกี่ยวกับเมืองอาวิญง (Avignon)
ประวัติความเป็นมาของเมืองอาวิญง (Avignon)
อาวิญง (Avignon) มีประวัติยาวนานนับพันปี โดยเริ่มต้นจากเมืองโรมันโบราณเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโรน ก่อนจะกลายมาเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของยุโรปในยุคกลาง
จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 14 เมื่อพระสันตะปาปา เคลม็องต์ที่ 5 (Pope Clement V) ย้ายที่ประทับจากกรุงโรมมาที่อาวิญง เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองในอิตาลี เมืองนี้จึงกลายเป็น ที่พำนักของพระสันตะปาปาถึง 7 พระองค์ติดต่อกัน (ค.ศ. 1309–1377) ซึ่งช่วงเวลานี้เรียกว่า “ยุคอาวิญงแห่งสันตะปาปา” (Avignon Papacy)
ในช่วงนั้น อาวิญงรุ่งเรืองสูงสุด ทั้งด้านศาสนา ศิลปะ และสถาปัตยกรรม พระราชวังพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และยังคงเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปมาจนถึงทุกวันนี้
แม้ในภายหลัง พระสันตะปาปาจะย้ายกลับไปกรุงโรม แต่อาวิญงยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของสันตะปาปาต่อไปจนถึงศตวรรษที่ 18 ก่อนจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1791 หลังการปฏิวัติฝรั่งเศส
ปัจจุบัน เมืองอาวิญงยังคงรักษาเอกลักษณ์ของยุคทองไว้ได้อย่างงดงาม ทั้งกำแพงเมืองเก่า พระราชวัง วิหาร และบรรยากาศที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่ฉากหนึ่งในประวัติศาสตร์
• สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองอาวิญง (Top Attractions)
1. Palais des Papes (พระราชวังพระสันตะปาปา)
พระราชวังพระสันตะปาปาเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของอาวิญง และเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ตัวอาคารตั้งตระหง่านกลางเมือง ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาในช่วงที่ศาสนจักรคาทอลิกย้ายจากกรุงโรมมาประจำที่อาวิญง
เมื่อเดินเข้าไปในพระราชวังแห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของโถงห้องบัลลังก์ ห้องประชุม และห้องส่วนพระองค์ที่ยังคงมีจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ ภายในจัดแสดงสิ่งของโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยพระสันตะปาปา และมีนิทรรศการแบบอินเทอร์แอคทีฟช่วยให้เข้าใจชีวิตในยุคกลางได้ง่ายขึ้น
• ค่าเข้าชม: 14–18 ยูโร (ส่วนลดเด็ก/นักเรียน)
• เวลาเปิด: 9:00–18:00 น.
• วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี Avignon TGV ประมาณ 15–20 นาที หรือขึ้นรถเมล์สาย 5, 6
• คำแนะนำ: ใช้ Audio Guide 🎧 หรือแอป Histopad เพื่อชมแบบ VR/3D
2. Pont Saint-Bénézet (สะพานในตำนาน)
สะพานแซงต์เบเนเซต์ (Pont Saint-Bénézet) หรือ Pont d’Avignon คือสัญลักษณ์อีกอย่างของอาวิญง และเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากเพลงฝรั่งเศสคลาสสิก “Sur le Pont d’Avignon” (บนสะพานแห่งอาวิญง) สะพานนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ตามตำนานกล่าวว่าเกิดจากปาฏิหาริย์ของเด็กเลี้ยงแกะชื่อเบเนเซต์ (Bénézet) ที่ได้รับนิมิตจากพระเจ้าให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโรน
แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียง 4 ช่วงจากทั้งหมด 22 ช่วง แต่สะพานนี้ยังคงงดงามและเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโรนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะในยามเย็น แสงอาทิตย์สีทองจะสะท้อนบนผิวน้ำและกำแพงเมืองเก่า เป็นภาพที่หลายคนหลงรัก
• ค่าเข้าชม: ประมาณ 5–6 ยูโรต่อผู้ใหญ่, ส่วนลดสำหรับเด็ก/นักเรียน
• เวลาเปิด: 10.00–18.00 น. (ฤดูร้อน 9.30–19.00 น.)
• วิธีเดินทาง: จากพระราชวังพระสันตะปาปาเดินประมาณ 10 นาที หรือขึ้นรถเมล์สาย 5/6 ลงป้าย Pont d’Avignon
• คำแนะนำ: แนะนำเดินฝั่งแม่น้ำโรนเพื่อถ่ายภาพสะพานกับเมืองและพระราชวังพร้อมกัน
3. Avignon Cathedral (Cathédrale Notre-Dame des Doms)
ตั้งอยู่บนเนินสูงข้างพระราชวังพระสันตะปาปา วิหารแห่งนี้คือจุดรวมจิตใจของชาวเมืองอาวิญง สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ในสไตล์โรมาเนสก์ และภายหลังมีการตกแต่งเพิ่มเติมในแบบโกธิกและบาโรก
จุดเด่นของที่นี่คือรูปปั้นพระแม่มารีสีทองขนาดใหญ่บนยอดโดม ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากทั่วเมือง ภายในวิหารประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและแท่นบูชาหินอ่อนอันวิจิตร เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์
• ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับส่วนใหญ่ของวิหาร, มีค่าเข้าชมบางส่วนของพิพิธภัณฑ์เล็กภายใน
• เวลาเปิด: 8.00–18.30 น. (ปิดช้าขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
• วิธีเดินทาง: อยู่ติดกับพระราชวังพระสันตะปาปา สามารถเดินเท้าไปจาก Palais des Papes ได้
• คำแนะนำ: ขึ้นลานด้านหน้าสำหรับชมวิวเมือง, แนะนำช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตก
4. Rocher des Doms (สวนบนหน้าผา)
ห่างจากวิหารเพียงไม่กี่ก้าวคือสวน Rocher des Doms ซึ่งตั้งอยู่บนยอดหน้าผาเหนือแม่น้ำโรน เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองอาวิญง ภายในสวนร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ บ่อน้ำ และม้านั่งที่ให้ผู้คนมาพักผ่อนหลบแดดในช่วงบ่าย
จากจุดชมวิวหลัก คุณจะมองเห็นสะพานแซงต์เบเนเซต์ทอดข้ามแม่น้ำ และเทือกเขาโพรวองซ์อยู่ลิบ ๆ ทางตอนเหนือ เป็นจุดยอดนิยมสำหรับถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก และยังเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นนิยมมานั่งปิกนิกกันในวันอากาศดี
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: เปิดตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: เดินจากวิหารประมาณ 5 นาที, หรือจาก Place de l’Horloge เดิน 10 นาที
• คำแนะนำ: นั่งพัก ดื่มกาแฟจากคาเฟ่ในสวน และชมวิวแม่น้ำและเมืองเก่า
5. Place de l’Horloge (จัตุรัสกลางเมือง)
จัตุรัสกลางเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดของอาวิญง รายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ โรงละครโอเปรา และศาลาว่าการเมือง จุดนี้เป็นเหมือนหัวใจของชีวิตคนอาวิญง ไม่ว่าจะช่วงกลางวันหรือค่ำคืนก็เต็มไปด้วยผู้คน
ในช่วงฤดูร้อน จัตุรัสแห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษเพราะมีศิลปินข้างถนน นักดนตรี และนักแสดงมาสร้างสีสันทั่วบริเวณ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับนั่งพักขาระหว่างทริป และซึมซับวิถีชีวิตแบบชาวโพรวองซ์แท้ ๆ
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• วิธีเดินทาง: อยู่ใจกลางเมืองเก่า สามารถเดินจากพระราชวังพระสันตะปาปาเพียง 3–5 นาที
• คำแนะนำ: นั่งจิบกาแฟคาเฟ่ริมจัตุรัส ชมชีวิตผู้คนและกิจกรรมของชาวเมือง
6. Les Remparts (กำแพงเมืองเก่า)
กำแพงเมืองของอาวิญงสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เพื่อป้องกันศัตรูและควบคุมการเข้าออกของผู้คน ปัจจุบันยังคงสมบูรณ์และโอบล้อมเขตเมืองเก่าไว้ทั้งหมด ความยาวกว่า 4.3 กิโลเมตร
โดยกำแพงแห่งนี้เป็นหนึ่งในระบบป้องกันเมืองยุคกลางที่ยังคงสภาพดีที่สุดในฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลียบชมวิวบางส่วนได้ โดยเฉพาะบริเวณใกล้แม่น้ำที่ให้ภาพของเมืองอาวิญงสวยงามราวภาพวาด
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินไปจาก Place de l’Horloge ประมาณ 5–10 นาที
• คำแนะนำ: เดินเลียบกำแพงช่วงเย็นเพื่อชมวิวเมืองและแม่น้ำโรน, หรือถ่ายภาพมุมสูงจากฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ
7. Musée du Petit Palais (พิพิธภัณฑ์เปอตีปาเลส์)
พิพิธภัณฑ์เล็กแต่ทรงคุณค่า ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังพระสันตะปาปา ที่นี่รวบรวมผลงานศิลปะยุคเรอเนสซองส์จากอิตาลีและฝรั่งเศสมากกว่า 300 ชิ้น รวมถึงภาพวาดของศิลปินชื่อดังอย่าง Sandro Botticelli และ Giovanni Bellini
อาคารพิพิธภัณฑ์เองก็เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สวยงาม เคยเป็นพระราชวังของพระคาร์ดินัลในศตวรรษที่ 14 ภายในสงบ เย็น และเหมาะสำหรับคนที่อยากพักจากความคึกคักของเมืองเพื่อดื่มด่ำกับศิลปะ
• ค่าเข้าชม: ประมาณ 5–7 ยูโร, ส่วนลดสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุ
• เวลาเปิด: 10.00–18.00 น., ปิดวันอังคาร
• วิธีเดินทาง: เดินจากพระราชวังพระสันตะปาปา 2 นาที, หรือรถเมล์สาย 5/6 ลงป้าย Palais des Papes
• คำแนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง, แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยว
• อาหารและไวน์ท้องถิ่น (Local Cuisine & Wine)
แนะนำอาหารท้องถิ่นที่ควรลอง
อาวิญงตั้งอยู่ในแคว้นโพรวองซ์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารสดตามฤดูกาลและสมุนไพรพื้นเมือง การกินที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความอร่อย แต่ยังสะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวโพรวองซ์
🥘 Ratatouille
เป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองคลาสสิกของโพรวองซ์ ประกอบด้วยผักหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ มะเขือม่วง ซูกินี พริกหยวก และหัวหอม ผัดหรืออบกับสมุนไพรสด เช่น thyme, rosemary และ basil เพื่อให้ได้รสชาติที่หอมกลมกล่อมและไม่เลี่ยน เมนูนี้เป็นมังสวิรัติและมักทานเป็นอาหารจานหลักหรือทานคู่กับขนมปังฝรั่งเศสสด ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว ร้านบิสโทรอย่าง La Fourchette หรือร้านใกล้ Place de l’Horloge มักเสิร์ฟ Ratatouille ร้อน ๆ รสเข้มข้นพร้อมสมุนไพรสด
🥘 Bouillabaisse
เป็นซุปปลาสไตล์โพรวองซ์ที่มีชื่อเสียง มีต้นกำเนิดจากเมืองชายฝั่งทะเล โดยประกอบด้วยปลาหลากหลายชนิด กุ้ง หอย และเครื่องเทศ เช่น กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย และซาเฟรย์ Bouillabaisse มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรและทะเล ส่วนใหญ่มักเสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งและซอส Rouille (ซอสพริกและกระเทียม) เพื่อจิ้มเพิ่มรสชาติ ร้านที่แนะนำ เช่น L’Essentiel หรือร้านอาหารริมแม่น้ำที่เน้นซีฟู้ดสด
🥘 Tapenade
เป็นสเปรดหรือพูสต์จากมะกอกดำและเขียว ผสมกระเทียม น้ำมันมะกอก และสมุนไพรพื้นเมืองของโพรวองซ์ มีรสชาติเค็มนิด ๆ มัน ๆ และมีกลิ่นหอมสมุนไพร Tapenade มักทาบนขนมปังฝรั่งเศสเป็นของว่าง หรือเสิร์ฟคู่กับชีสเป็นเครื่องเคียง ตลาด Les Halles และร้านขายของพื้นเมืองในเมืองเก่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชิมและซื้อกลับบ้าน
🥘 Tarte Tropézienne
เป็นขนมเค้กสไตล์โพรวองซ์ ดัดแปลงมาจากสูตรเมือง Saint-Tropez เค้กเนื้อนุ่มสอดไส้ครีมหวานนวล มีรสวานิลลา เมนูนี้เหมาะกับการทานคู่กับกาแฟหรือชา ให้ความรู้สึกเบาและหวานพอดี ร้านแนะนำ เช่น Le Goût du Jour หรือคาเฟ่ริมจัตุรัสที่สามารถนั่งชมชีวิตผู้คนในเมืองไปด้วย
แนะนำไวน์ท้องถิ่นที่ควรลอง
🍷 Châteauneuf-du-Pape – ไวน์แดงระดับพรีเมียม
เป็นไวน์แดงระดับพรีเมียมที่ผลิตจากแคว้นรอบเมืองอาวิญง เป็นหนึ่งในไวน์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงที่สุด ไวน์มีรสเข้มข้น ผลไม้สีแดง และเครื่องเทศ บอดี้เต็ม เหมาะดื่มคู่กับเนื้อแดง ชีส หรืออาหารโพรวองซ์ ร้านไวน์หลายแห่งในเมืองเก่ามีบริการชิมแบบ Tasting ให้ผู้มาเยือนได้ลอง
🍷 Côtes du Rhône – ไวน์แดง/ขาว
เป็นไวน์แดงและขาวแบบดั้งเดิมจากภูมิภาค Rhône ไวน์แดงรสผลไม้เข้มข้น ขาวสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับอาหารท้องถิ่นหรืออาหารทะเล เช่น ปลาและกุ้ง ร้านแนะนำ เช่น La Cave du Palais หรือ Wine Bar ริมถนน
🍷 Rosé แบบโพรวองซ์ – ไวน์ชมพูสดชื่น
ไวน์สีชมพูอ่อน สดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับอากาศกลางวันในเมืองโพรวองซ์ รสชาติผลไม้เล็กน้อย ดื่มคู่กับอาหารกลางวัน เมนูทาปาส หรือผลไม้สด
• เทศกาลและวัฒนธรรมในอาวิญง (Culture & Festivals)
Avignon Festival (เทศกาลศิลปะการแสดง)
ช่วงเวลา: ทุกเดือนกรกฎาคม (ประมาณ 3 สัปดาห์)
ประเภท: การแสดงละครเวที, การเต้นรำ, การแสดงดนตรี, ศิลปะสมัยใหม่และทดลอง
ความสำคัญ: เป็นหนึ่งในเทศกาลละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดึงดูดนักแสดงและผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลก
สถานที่จัด: หลายจุดในเมือง ทั้ง Palais des Papes, ถนนคนเดิน, โรงละคร และลานสาธารณะ
ประสบการณ์: เดินชมเมืองพร้อมชมการแสดงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นละครเวทีกลางแจ้ง หรือการแสดงขนาดเล็กตามตรอกซอย
💡 เคล็ดลับ:
ควรจองตั๋วล่วงหน้าเพราะเทศกาลนี้คนเยอะมาก
แนะนำเดินเที่ยวรอบเมืองระหว่างรอเข้าชมการแสดง จะได้เห็นกิจกรรมริมถนนและศิลปะสาธารณะ
ตลาดนัดท้องถิ่น (Local Markets)
อาวิญงมีตลาดสดและตลาดสินค้าหัตถกรรมหลายแห่ง เช่น Marché Les Halles
จำหน่ายอาหารสด ผัก ผลไม้ ชีส ขนมท้องถิ่น และงานฝีมือพื้นบ้าน
เหมาะกับการชิมอาหารท้องถิ่นและเลือกของที่ระลึกกลับบ้าน
ดนตรีริมถนนและกิจกรรมกลางแจ้ง
ช่วงฤดูร้อนและเทศกาล มักมี นักดนตรีข้างถนน เล่นดนตรีแจ๊ส, คลาสสิก หรือฟังค์
บางครั้งจะมีการแสดงมายากล และการแสดงศิลปะสมัยใหม่ตามจัตุรัสและถนนคนเดิน
กิจกรรมริมแม่น้ำโรน
เดินเลียบแม่น้ำโรน เป็นกิจกรรมยอดนิยม
บางช่วงเทศกาลมี ตลาดกลางแจ้งริมแม่น้ำ และงานศิลปะกลางแจ้งให้ชม
เหมาะกับการปิกนิก ชมพระอาทิตย์ตก หรือถ่ายภาพสะพาน Pont Saint-Bénézet และวิวเมืองเก่า
สัมผัสวิถีอาวิญง
ถ้าไปช่วงเทศกาลกรกฎาคม ให้เผื่อเวลาเดินชมเมืองรอบ ๆ เพื่อดูการแสดงฟรีตามถนนและลานสาธารณะ
ช่วงนอกเทศกาล ก็ยังมี คอนเสิร์ตกลางแจ้ง ตลาดท้องถิ่น และงานศิลปะตามพิพิธภัณฑ์ ให้สัมผัสวิถีชีวิตคนอาวิญง
เมืองนี้เน้นการ ผสมผสานประวัติศาสตร์และชีวิตสมัยใหม่ ทำให้เดินเที่ยวเมืองเดียวแต่สัมผัสวัฒนธรรมได้หลากหลาย
• วิธีการเดินทาง (How to Get There)
✈️ การเดินทางเข้าเมืองอาวิญง (Avignon)
• จากปารีส: รถไฟความเร็วสูง TGV ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
• จากมาร์แซย์: รถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง
• สนามบินใกล้เคียง: Avignon-Provence Airport, มีรถบัส/แท็กซี่เข้าเมือง
🚌 การเดินทางในเมืองอาวิญง (Avignon)
• เดินเท้า: สะดวกที่สุดสำหรับเมืองเก่า
• จักรยานให้เช่า: เหมาะสำหรับข้ามสะพานและเดินเล่นริมแม่น้ำ 🚴♀️
• รถเมล์: มีสายหลัก 5, 6 ครอบคลุมสถานที่สำคัญ
• เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว (Travel Tips)
✅ เวลาเที่ยวแนะนำ: ฤดูใบไม้ผลิ–ฤดูใบไม้ร่วง (เมษายน–ตุลาคม) อากาศดี เดินเที่ยวสบาย
✅ รองเท้า: ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะถนนบางส่วนเป็นหินกรวดเก่า
✅ บัตรเข้าชม: ซื้อตั๋ว Avignon City Pass จะเข้าชม Palais des Papes, Pont d’Avignon, Musée du Petit Palais ได้ครบ
✅ ภาษา: ฝรั่งเศสเป็นหลัก แต่ร้านค้าและพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษ
✅ กิจกรรมเสริม: เดินเที่ยวตลาดท้องถิ่น, ฟังดนตรีริมถนน, ปิกนิกริมแม่น้ำโรน
✅ ถ่ายรูป: Pont Saint-Bénézet ตอนพระอาทิตย์ตก, Rocher des Doms สำหรับวิวเมือง, Place de l’Horloge ช่วงเย็น

