อาวิญง (Avignon)
ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของแคว้นโพรวองซ์ (Provence) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อาวิญง (Avignon) คือเมืองประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำโรน (Rhône) ที่โดดเด่นด้วยกำแพงเมืองโบราณ อาคารสถาปัตยกรรมยุคกลาง และบรรยากาศของเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม อาวิญงมีความสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์ยุโรปจากการเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองที่สำคัญของยุคกลาง
แลนด์มาร์กที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเมืองได้อย่างชัดเจนคือ พระราชวังพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมกอทิกยุคกลางที่สำคัญของยุโรป รวมถึง สะพานแซ็ง-เบเนเซ (Pont Saint-Bénézet) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อสะพานอาวิญง สถานที่สำคัญเหล่านี้ รวมถึงศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995
นอกจากมรดกทางประวัติศาสตร์แล้ว อาวิญงยังเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาด้วยศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มีการจัด เทศกาลอาวิญง (Festival d’Avignon) หนึ่งในเทศกาลศิลปะการแสดงที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส เมืองจึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปะ และผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเก่าฝรั่งเศสที่ผสมผสานเรื่องราวจากอดีตเข้ากับบรรยากาศร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
ทำไมต้องไปเที่ยวอาวิญง? (Why Visit Avignon?)
- เมืองแห่งพระสันตะปาปาที่มีประวัติศาสตร์โดดเด่น – อาวิญงมีชื่อเสียงในฐานะ “เมืองแห่งพระสันตะปาปา” (City of the Popes) เนื่องจากเคยเป็นศูนย์กลางของพระสันตะปาปาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ช่วงเวลานี้ทำให้อาวิญงกลายเป็นเมืองสำคัญทางศาสนา การเมือง และวัฒนธรรมของยุโรป และยังคงทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านพระราชวัง โบสถ์ และสถาปัตยกรรมยุคกลางทั่วเมือง
- ชม Palais des Papes พระราชวังพระสันตะปาปาอันยิ่งใหญ่ – Palais des Papes หรือพระราชวังพระสันตะปาปา เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของอาวิญง และเป็นอาคารสถาปัตยกรรมโกธิกยุคกลางที่มีขนาดใหญ่และโดดเด่น ภายในมีห้องโถง โบสถ์ และห้องประทับที่ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังจากศตวรรษที่ 14 สะท้อนความรุ่งเรืองของราชสำนักพระสันตะปาปาในอดีต
- ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO – เขตประวัติศาสตร์ของอาวิญงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 โดยครอบคลุมกลุ่มอนุสรณ์สถานสำคัญ ได้แก่ Palais des Papes, กลุ่มอาคาร Episcopal Ensemble และ Pont d’Avignon จุดเด่นคือการผสมผสานสถาปัตยกรรมทางศาสนา การปกครอง และการป้องกันเมืองของยุคกลางไว้ในพื้นที่เดียวกัน
- สัมผัสเสน่ห์ Pont d’Avignon สะพานชื่อดังเหนือแม่น้ำ Rhône – Pont d’Avignon หรือ Pont Saint-Bénézet เป็นสะพานยุคศตวรรษที่ 12 ที่เคยเชื่อมสองฝั่งของแม่น้ำ Rhône ปัจจุบันเหลือซุ้มสะพานเพียง 4 ซุ้มจากเดิม 22 ซุ้ม และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากเพลงพื้นบ้านฝรั่งเศส “Sur le Pont d’Avignon” อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกของอาวิญง
- เดินชมเมืองเก่าท่ามกลางกำแพงเมืองยุคกลางและบรรยากาศแบบโพรวองซ์ – อาวิญงยังคงรักษาเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ได้อย่างดี โดยเฉพาะกำแพงเมืองยุคกลางที่ล้อมรอบเขตเมืองชั้นใน ถนนสายเก่า อาคารประวัติศาสตร์ และพื้นที่อย่าง Rocher des Doms ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองและแม่น้ำ Rhône ได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ อาวิญงยังเป็นเมืองสำคัญของภูมิภาคโพรวองซ์และเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับสัมผัสบรรยากาศทางวัฒนธรรม ศิลปะ และวิถีชีวิตของฝรั่งเศสตอนใต้
เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับเมืองอาวิญง (About Avignon)
ประวัติความเป็นมาของเมืองอาวิญง (History Of Avignon)
อาวิญง (Avignon) เป็นเมืองประวัติศาสตร์สำคัญทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโรน (Rhône) ในแคว้นโพรวองซ์ เมืองมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป โดยเฉพาะในช่วงยุคกลาง เมื่ออาวิญงกลายเป็นศูนย์กลางของพระศาสนจักรตะวันตก
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 เมื่อพระสันตะปาปาเคลม็องต์ที่ 5 (Pope Clement V) ย้ายราชสำนักของพระสันตะปาปาจากกรุงโรมมายังอาวิญงในปี ค.ศ. 1309 ท่ามกลางความขัดแย้งและสถานการณ์ทางการเมืองในอิตาลี ส่งผลให้อาวิญงกลายเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาเป็นเวลาต่อเนื่องเกือบ 70 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1309–1377 ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “สมัยพระสันตะปาปาแห่งอาวิญง” (Avignon Papacy)
ในช่วงดังกล่าว อาวิญงเจริญรุ่งเรืองอย่างมากทั้งด้านศาสนา การเมือง ศิลปะ และสถาปัตยกรรม มีการก่อสร้างอาคารสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะพระราชวังพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างและปรับปรุงกำแพงเมืองเพื่อป้องกันเมืองและรองรับการขยายตัวในช่วงที่อาวิญงมีความสำคัญเพิ่มขึ้น
ในปี ค.ศ. 1377 พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 11 (Pope Gregory XI) ย้ายกลับไปประทับที่กรุงโรม ถือเป็นการสิ้นสุดช่วงสำคัญของ Avignon Papacy อย่างไรก็ตาม อาวิญงยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของพระสันตะปาปาและดินแดนของพระสันตะปาปาในฝรั่งเศสต่อมาอีกหลายศตวรรษ ก่อนที่เมืองจะถูกรวมเข้ากับฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1791 ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส
ปัจจุบัน อาวิญงยังคงรักษามรดกทางประวัติศาสตร์จากยุคกลางไว้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะพระราชวังพระสันตะปาปา กำแพงเมืองเก่า และสะพานอาวิญง (Pont d’Avignon) เขตศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1995 สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอาวิญงในฐานะเมืองที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และสถาปัตยกรรมของยุโรป
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอาวิญง (Top Attractions)
1. Palais des Papes (พระราชวังพระสันตะปาปา)
Palais des Papes หรือพระราชวังพระสันตะปาปา เป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอาวิญงและเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่เมืองแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของพระสันตะปาปาในคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระราชวังเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1335 และได้รับการขยายต่อเนื่องจนกลายเป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมโกธิกเข้ากับโครงสร้างที่มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ ปัจจุบัน Palais des Papes ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ร่วมกับศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของอาวิญง และถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างแบบโกธิกยุคกลางที่มีขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
ภายในพระราชวัง นักท่องเที่ยวสามารถชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น Grand Tinel, ห้องประกอบพิธี ห้องประชุม ห้องส่วนพระองค์ และบริเวณต่าง ๆ ที่สะท้อนการใช้ชีวิตและการบริหารงานของพระสันตะปาปาในยุคกลาง นอกจากนี้ยังมีห้องบางส่วนที่ยังคงหลงเหลือจิตรกรรมฝาผนังจากยุคศตวรรษที่ 14 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะในราชสำนักพระสันตะปาปา การเข้าชมยังเปิดโอกาสให้เห็นวิวเมืองอาวิญงจากพื้นที่สูงของพระราชวัง จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความสำคัญของอาวิญงในยุคที่พระสันตะปาปาประทับอยู่ที่เมืองนี้
• ค่าเข้าชม: 14–18 ยูโร (ส่วนลดเด็ก/นักเรียน)
• เวลาเปิด: 9:00–18:00 น.
• วิธีเดินทาง: เดินจากสถานี Avignon TGV ประมาณ 15–20 นาที หรือขึ้นรถเมล์สาย 5, 6
• คำแนะนำ: ใช้ Audio Guide 🎧 หรือแอป Histopad เพื่อชมแบบ VR/3D
2. Pont Saint-Bénézet (สะพานในตำนาน)
Pont Saint-Bénézet หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pont d’Avignon เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอาวิญงและเป็นสะพานยุคกลางที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส สะพานเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่อเชื่อมอาวิญงกับพื้นที่อีกฝั่งของแม่น้ำโรน และมีการก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มเติมหลายครั้งในเวลาต่อมา เรื่องราวของสะพานเชื่อมโยงกับตำนานของนักบุญเบเนเซต์ (Saint Bénézet) ซึ่งตามตำนานเล่าว่าได้รับพระบัญชาให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโรน ปัจจุบันสะพานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก UNESCO ร่วมกับศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของอาวิญง
เดิมสะพานมีความยาวประมาณ 900 เมตรและมีซุ้มสะพานหลายสิบช่วง แต่จากการถูกน้ำท่วมและความเสียหายจากกระแสน้ำตลอดหลายศตวรรษ ปัจจุบันเหลือซุ้มสะพานที่ทอดออกไปในแม่น้ำเพียง 4 ช่วง โดยบริเวณปลายสะพานยังคงมองเห็น Chapelle Saint-Nicolas ซึ่งเป็นโบสถ์ขนาดเล็กที่สร้างอยู่บนสะพานได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเดินบนส่วนที่เหลือของสะพานและชมทิวทัศน์แม่น้ำโรน กำแพงเมือง และเมืองเก่าของอาวิญงได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์อ่อนลง บรรยากาศบริเวณสะพานเหมาะสำหรับการเดินชมวิวและถ่ายภาพเป็นอย่างมาก
• ค่าเข้าชม: ประมาณ 5–6 ยูโรต่อผู้ใหญ่, ส่วนลดสำหรับเด็ก/นักเรียน
• เวลาเปิด: 10.00–18.00 น. (ฤดูร้อน 9.30–19.00 น.)
• วิธีเดินทาง: จากพระราชวังพระสันตะปาปาเดินประมาณ 10 นาที หรือขึ้นรถเมล์สาย 5/6 ลงป้าย Pont d’Avignon
• คำแนะนำ: แนะนำเดินฝั่งแม่น้ำโรนเพื่อถ่ายภาพสะพานกับเมืองและพระราชวังพร้อมกัน
3. Avignon Cathedral (มหาวิหารอาวิญง)
Cathédrale Notre-Dame des Doms หรือมหาวิหารอาวิญง เป็นมหาวิหารสำคัญที่ตั้งอยู่บนเนิน Rocher des Doms ติดกับ Palais des Papes และเป็นหนึ่งในอาคารทางศาสนาที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ตัวอาคารมีต้นกำเนิดตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 และมีรูปแบบสถาปัตยกรรมหลักเป็นโรมาเนสก์ แม้จะมีการต่อเติมและปรับเปลี่ยนในช่วงเวลาต่อมาจนสะท้อนอิทธิพลของศิลปะหลายยุค ภายนอกอาคารมีจุดเด่นคือรูปปั้นพระแม่มารีสีทองขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดหอคอย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของเส้นขอบฟ้าเมืองอาวิญง
ภายในมหาวิหารมีองค์ประกอบทางศิลปะและศาสนสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งแท่นบูชา งานประติมากรรม และสุสานของพระสันตะปาปา เช่น สุสานของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 12 (Benedict XII) ซึ่งสะท้อนความสำคัญของอาวิญงในฐานะเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางของพระสันตะปาปา นอกจากนี้ บริเวณ Rocher des Doms ด้านข้างมหาวิหารยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแม่น้ำโรน Pont Saint-Bénézet และเมืองเก่าได้อย่างกว้างไกล จึงเหมาะสำหรับแวะชมทั้งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และทิวทัศน์ของอาวิญงในจุดเดียวกัน
• ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับส่วนใหญ่ของวิหาร, มีค่าเข้าชมบางส่วนของพิพิธภัณฑ์เล็กภายใน
• เวลาเปิด: 8.00–18.30 น. (ปิดช้าขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
• วิธีเดินทาง: อยู่ติดกับพระราชวังพระสันตะปาปา สามารถเดินเท้าไปจาก Palais des Papes ได้
• คำแนะนำ: ขึ้นลานด้านหน้าสำหรับชมวิวเมือง, แนะนำช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตก
4. Rocher des Doms (สวนบนหน้าผา)
Rocher des Doms เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินหินเหนือย่านเมืองเก่าของอาวิญง ติดกับ Cathédrale Notre-Dame des Doms และอยู่เหนือ Palais des Papes ประมาณ 30 เมตรเหนือระดับแม่น้ำโรน สวนแห่งนี้มีลักษณะเป็นสวนแบบอังกฤษ มีพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ขนาดใหญ่ สระน้ำ และม้านั่งสำหรับพักผ่อน จุดเด่นที่สุดคือระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองเก่า แม่น้ำโรน และภูมิประเทศโดยรอบได้อย่างกว้างไกล โดยในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองไปได้ถึงบริเวณ Mont Ventoux
บริเวณ Rocher des Doms เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างการเที่ยวชม Palais des Papes และมหาวิหาร Notre-Dame des Doms โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชมทิวทัศน์และถ่ายภาพเมืองอาวิญงจากมุมสูง นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือรับประทานอาหารกลางแจ้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2026 สวนมีการปรับปรุงเป็นระยะและการเข้าถึงบางส่วนอาจแตกต่างจากปกติ จึงควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการก่อนเดินทาง
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: เปิดตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: เดินจากวิหารประมาณ 5 นาที, หรือจาก Place de l’Horloge เดิน 10 นาที
• คำแนะนำ: นั่งพัก ดื่มกาแฟจากคาเฟ่ในสวน และชมวิวแม่น้ำและเมืองเก่า
5. Place de l’Horloge (จัตุรัสกลางเมือง)
Place de l’Horloge เป็นจัตุรัสสำคัญใจกลางเมืองเก่าของอาวิญง ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Palais des Papes และเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาของเมือง รายล้อมด้วยอาคารประวัติศาสตร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่สำคัญต่าง ๆ รวมถึง Hôtel de Ville หรือศาลาว่าการเมือง และ Opéra Grand Avignon จัตุรัสแห่งนี้จึงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นเดินสำรวจย่านเมืองเก่า และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักพร้อมชมบรรยากาศของเมืองได้อย่างสบาย ๆ
บรรยากาศของ Place de l’Horloge เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและช่วงเทศกาลศิลปะของอาวิญงที่พื้นที่ใจกลางเมืองจะมีผู้คนคึกคักมากขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถแวะนั่งคาเฟ่ รับประทานอาหาร หรือเดินต่อไปยังถนนและจัตุรัสใกล้เคียงได้อย่างสะดวก จึงถือเป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะสำหรับสัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตของเมืองอาวิญงควบคู่ไปกับการเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• วิธีเดินทาง: อยู่ใจกลางเมืองเก่า สามารถเดินจากพระราชวังพระสันตะปาปาเพียง 3–5 นาที
• คำแนะนำ: นั่งจิบกาแฟคาเฟ่ริมจัตุรัส ชมชีวิตผู้คนและกิจกรรมของชาวเมือง
6. Les Remparts (กำแพงเมืองเก่า)
Les Remparts หรือกำแพงเมืองอาวิญง เป็นระบบป้อมปราการยุคกลางที่ล้อมรอบเขตเมืองเก่าและเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์เมือง กำแพงเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1355 ในสมัยพระสันตะปาปา Innocent VI เพื่อป้องกันเมืองจากการโจมตีของกองกำลังรับจ้างในช่วงสงครามและความไม่สงบของยุคกลาง และก่อสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1370 ภายใต้พระสันตะปาปา Urban V ปัจจุบันกำแพงมีความยาวประมาณ 4.3 กิโลเมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก UNESCO ร่วมกับศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของอาวิญง
กำแพงเมืองยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและมีหอคอยกับประตูเมืองจำนวนมากที่ช่วยให้เห็นภาพของอาวิญงในยุคกลางได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบริเวณโดยรอบกำแพงและชมสถาปัตยกรรมจากภายนอกได้ฟรี รวมถึงมีเส้นทางสำหรับเดินหรือปั่นจักรยานรอบกำแพงเมือง ระยะทางประมาณ 4.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการชมเมืองจากมุมที่แตกต่างออกไป
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินไปจาก Place de l’Horloge ประมาณ 5–10 นาที
• คำแนะนำ: เดินเลียบกำแพงช่วงเย็นเพื่อชมวิวเมืองและแม่น้ำโรน, หรือถ่ายภาพมุมสูงจากฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ
7. Musée du Petit Palais (พิพิธภัณฑ์เปอตีปาเลส์)
Musée du Petit Palais ตั้งอยู่บน Place du Palais ใกล้กับ Palais des Papes และ Cathédrale Notre-Dame des Doms ภายในอาคารซึ่งเคยเป็นพระราชวังของอาร์ชบิชอปที่เริ่มก่อสร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อเสียงจากคอลเลกชันศิลปะอิตาลียุคกลางและยุคเรอเนสซองส์ รวมถึงผลงานศิลปะจากยุคกลางของอาวิญงและโพรวองซ์ คอลเลกชันสำคัญของพิพิธภัณฑ์มาจาก Collection Campana ซึ่งมีผลงานมากกว่า 300 ชิ้น และมีผลงานของศิลปินชื่อดัง เช่น Sandro Botticelli และ Carlo Crivelli
นอกจากภาพวาดอิตาลีแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงประติมากรรมและภาพเขียนจากยุคกลาง รวมถึงผลงานที่สะท้อนพัฒนาการของศิลปะในอาวิญงและโพรวองซ์ โดยเฉพาะศิลปะจากคริสต์ศตวรรษที่ 14 และ 15 ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและต้องการทำความเข้าใจบทบาทของอาวิญงในฐานะศูนย์กลางทางศิลปะของยุโรปในยุคกลาง ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับคอลเลกชันถาวรตามข้อมูลของเมืองอาวิญง
• ค่าเข้าชม: ประมาณ 5–7 ยูโร, ส่วนลดสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุ
• เวลาเปิด: 10.00–18.00 น., ปิดวันอังคาร
• วิธีเดินทาง: เดินจากพระราชวังพระสันตะปาปา 2 นาที, หรือรถเมล์สาย 5/6 ลงป้าย Palais des Papes
• คำแนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง, แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยว
อาหารและไวน์ท้องถิ่น (Local Cuisine & Wine)
แนะนำอาหารท้องถิ่นที่ควรลอง
อาวิญงตั้งอยู่ในแคว้นโพรวองซ์ (Provence) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งมีชื่อเสียงด้านวัตถุดิบท้องถิ่น ผักสดตามฤดูกาล น้ำมันมะกอก สมุนไพร และมะกอก อาหารในอาวิญงจึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการกินแบบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างชัดเจน และมีเมนูหลายอย่างที่สะท้อนรสชาติแบบโพรวองซ์ได้เป็นอย่างดี
1. Ratatouille
Ratatouille เป็นอาหารผักแบบดั้งเดิมของแคว้นโพรวองซ์ ประกอบด้วยมะเขือเทศ มะเขือม่วง ซูกินี พริกหวาน และหัวหอม ปรุงร่วมกับน้ำมันมะกอกและสมุนไพร เช่น thyme, rosemary และ basil จนผักนุ่มและมีกลิ่นหอม เมนูนี้สามารถรับประทานเป็นอาหารจานหลักหรือเป็นเครื่องเคียงกับเนื้อสัตว์และขนมปังได้ แม้ Ratatouille จะพบได้ทั่วไปในภาคใต้ของฝรั่งเศส แต่ถือเป็นหนึ่งในเมนูที่เหมาะสำหรับสัมผัสรสชาติแบบโพรวองซ์
สิ่งที่ควรรู้
- ส่วนประกอบหลัก: มะเขือเทศ มะเขือม่วง ซูกินี พริกหวาน และหัวหอม
- รสชาติ: หอมสมุนไพร รสกลมกล่อม และไม่หนักจนเกินไป
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบอาหารผักหรืออาหารมังสวิรัติ
- วิธีรับประทาน: ทานเป็นจานหลักหรือเครื่องเคียงก็ได้
2. Bouillabaisse
Bouillabaisse เป็นซุปปลาที่มีต้นกำเนิดจากเมืองมาร์แซย์ (Marseille) บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จึงไม่ใช่อาหารพื้นเมืองเฉพาะของอาวิญง แต่เป็นเมนูสำคัญของอาหารโพรวองซ์ที่สามารถพบได้ในภูมิภาคนี้ โดยดั้งเดิมใช้ปลาหลายชนิดต้มกับน้ำซุปที่มีกลิ่นหอมของมะเขือเทศ กระเทียม หญ้าฝรั่น และสมุนไพร มักรับประทานคู่กับขนมปังกรอบและซอส rouille ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นยิ่งขึ้น หากต้องการลองเมนูนี้ในอาวิญง ควรเลือกร้านที่เชี่ยวชาญด้านอาหารโพรวองซ์หรืออาหารทะเล
สิ่งที่ควรรู้
- ต้นกำเนิด: เมืองมาร์แซย์ แคว้นโพรวองซ์
- ส่วนประกอบ: ปลา น้ำซุป มะเขือเทศ กระเทียม หญ้าฝรั่น และสมุนไพร
- ซอสที่มักเสิร์ฟคู่กัน: Rouille
- วิธีรับประทาน: มักเสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งหรือขนมปังกรอบ
3. Tapenade
Tapenade เป็นสเปรดหรือเครื่องจิ้มที่ทำจากมะกอกบด โดยสูตรดั้งเดิมของโพรวองซ์มักใช้มะกอก เคเปอร์ (capers) และปลากะตัก (anchovies) ผสมกับน้ำมันมะกอกจนได้เนื้อข้นและรสชาติเค็มมัน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมะกอกและน้ำมันมะกอก นิยมทาบนขนมปังหรือเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย Tapenade เป็นของกินที่เหมาะสำหรับลองในตลาดและร้านขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของอาวิญง และยังสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย
สิ่งที่ควรรู้
- ส่วนประกอบหลัก: มะกอก เคเปอร์ ปลากะตัก และน้ำมันมะกอก
- วิธีรับประทาน: ทาบนขนมปังหรือเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย
- รสชาติ: เค็ม มัน และมีกลิ่นหอมของมะกอก
- เหมาะสำหรับ: ชิมในตลาดท้องถิ่นหรือซื้อกลับเป็นของฝาก
4. Tarte Tropézienne
Tarte Tropézienne เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดจากเมืองแซ็งต์-โตรเป (Saint-Tropez) ในแคว้นโพรวองซ์ จึงไม่ใช่ขนมเฉพาะของอาวิญง แต่เป็นขนมที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินของภูมิภาคได้เป็นอย่างดี ตัวขนมเป็นบริยอชเนื้อนุ่มโรยด้วยน้ำตาลเกล็ดด้านบน และสอดไส้ครีมเนื้อนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับกาแฟหรือชา และสามารถพบได้ตามร้านเบเกอรี่และร้านขนมในเมืองต่าง ๆ ของโพรวองซ์
สิ่งที่ควรรู้
- ต้นกำเนิด: เมืองแซ็งต์-โตรเป (Saint-Tropez)
- ลักษณะ: ขนมปังบริยอชเนื้อนุ่ม สอดไส้ครีม
- รสชาติ: หวาน หอม และเนื้อนุ่ม
- เหมาะสำหรับ: รับประทานเป็นของหวานหรือคู่กับกาแฟ
แนะนำไวน์ท้องถิ่นที่ควรลอง
อาวิญงตั้งอยู่ในแคว้นโพรวองซ์ตอนเหนือและอยู่ไม่ไกลจากแหล่งผลิตไวน์สำคัญของหุบเขาโรน (Rhône Valley) จึงเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับลองไวน์จากแคว้นโรนและพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะไวน์จาก Châteauneuf-du-Pape และ Côtes du Rhône ซึ่งมีชื่อเสียงด้านรสชาติที่เข้มข้นและเข้ากับอาหารท้องถิ่นของภาคใต้ฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี
1. Châteauneuf-du-Pape – ไวน์แดงชื่อดังของหุบเขาโรน
Châteauneuf-du-Pape เป็นหนึ่งในไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของหุบเขาโรน และแหล่งผลิตอยู่ทางเหนือของอาวิญงเพียงประมาณ 15 กิโลเมตร โดยพื้นที่นี้มีชื่อเสียงเป็นพิเศษด้านไวน์แดงที่มักมี Grenache เป็นองุ่นหลัก ร่วมกับองุ่นพันธุ์อื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตตามกฎของ appellation ไวน์มีโครงสร้างค่อนข้างแน่น กลิ่นผลไม้สุก เครื่องเทศ และสมุนไพร เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับเนื้อย่าง เนื้อแกะ ชีส และอาหารรสเข้มข้นแบบฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวสามารถลองชิมไวน์จากแหล่งผลิตนี้ได้ตามร้านไวน์และร้านอาหารในอาวิญง
สิ่งที่ควรรู้
- ประเภท: ส่วนใหญ่เป็นไวน์แดง แต่ appellation นี้ยังผลิตไวน์ขาวด้วย
- แหล่งผลิต: Châteauneuf-du-Pape ทางเหนือของอาวิญง
- องุ่นเด่น: Grenache และองุ่นพันธุ์อื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาต
- เหมาะกับ: เนื้อแกะ เนื้อย่าง ชีส และอาหารรสเข้มข้น
2. Côtes du Rhône – ไวน์ที่ดื่มง่ายและพบได้ทั่วไป
Côtes du Rhône เป็นชื่อ appellation ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างในหุบเขาโรน และเป็นหนึ่งในไวน์ที่พบได้ง่ายในอาวิญง มีทั้งไวน์แดง ไวน์ขาว และไวน์โรเซ่ โดยไวน์แดงมักมีรสชาติของผลไม้สีแดงและดำ ผสมกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพร ส่วนไวน์ขาวมักมีความสดชื่นและมีกลิ่นผลไม้หรือดอกไม้ จึงสามารถจับคู่กับอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่เนื้อสัตว์และชีสไปจนถึงปลาและอาหารทะเล เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเริ่มต้นทำความรู้จักไวน์จากภูมิภาคโรนโดยไม่จำเป็นต้องเลือกไวน์ระดับพรีเมียม
สิ่งที่ควรรู้
- ประเภท: แดง ขาว และโรเซ่
- แหล่งผลิต: หุบเขาโรน ครอบคลุมหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
- องุ่นที่พบได้บ่อย: Grenache, Syrah, Mourvèdre รวมถึงพันธุ์อื่น ๆ ตามประเภทไวน์
- เหมาะกับ: อาหารฝรั่งเศส เนื้อย่าง ชีส ปลา และอาหารทะเล
3. Rosé จากโพรวองซ์ – ไวน์สีชมพูสดชื่น
ไวน์ Rosé เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแคว้นโพรวองซ์ แม้แหล่งผลิตไวน์โรเซ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดจะอยู่ทางตะวันออกของภูมิภาคมากกว่าอาวิญงก็ตาม ไวน์โรเซ่จากโพรวองซ์มักมีสีชมพูอ่อน รสชาติสดชื่น ดื่มง่าย และมีกลิ่นผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รีหรือผลไม้ตระกูลซิตรัส จึงเหมาะกับอากาศอบอุ่นและการรับประทานอาหารกลางวัน สามารถจับคู่กับสลัด อาหารทะเล ผักย่าง หรืออาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ควรรู้
- ประเภท: ไวน์โรเซ่
- แหล่งผลิต: แคว้นโพรวองซ์ โดยแหล่งผลิตชื่อดังอยู่ทางตะวันออกของอาวิญง
- รสชาติ: สดชื่น เบา และมีกลิ่นผลไม้
- เหมาะกับ: อาหารทะเล สลัด ผักย่าง และอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน
เทศกาลและวัฒนธรรม (Culture & Festivals)
อาวิญงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมโดดเด่นจากการผสมผสานระหว่างมรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปะการแสดง และวิถีชีวิตแบบโพรวองซ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เมืองจะมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ทั้งเทศกาลศิลปะ การแสดงตามพื้นที่สาธารณะ ตลาดท้องถิ่น และกิจกรรมริมแม่น้ำโรน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศของเมืองได้มากกว่าการเที่ยวชมโบราณสถานเพียงอย่างเดียว
1. Avignon Festival – เทศกาลศิลปะการแสดงระดับนานาชาติ
Avignon Festival หรือ Festival d’Avignon เป็นหนึ่งในเทศกาลศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่สำคัญของโลก จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนกรกฎาคม โดยมีการแสดงละครเวที การเต้นรำ และศิลปะการแสดงร่วมสมัยจากศิลปินทั้งฝรั่งเศสและนานาชาติ การแสดงของเทศกาลหลักจัดขึ้นในสถานที่ทางประวัติศาสตร์และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมือง ขณะที่เทศกาล Avignon Off ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีการแสดงจำนวนมากจากคณะละครอิสระตามโรงละครขนาดเล็กและพื้นที่ต่าง ๆ ในเมือง ช่วงเทศกาลจึงเป็นช่วงที่อาวิญงคึกคักเป็นพิเศษและเต็มไปด้วยโปสเตอร์ การประชาสัมพันธ์การแสดง และกิจกรรมทางศิลปะตามท้องถนน
สิ่งที่ควรรู้
- ช่วงเวลา: โดยทั่วไปจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม
- การแสดง: ละครเวที การเต้นรำ และศิลปะการแสดงร่วมสมัย
- สถานที่: สถานที่ทางประวัติศาสตร์ โรงละคร และพื้นที่ต่าง ๆ ในเมือง
- คำแนะนำ: ควรตรวจสอบโปรแกรมและจองบัตรล่วงหน้าสำหรับการแสดงที่ได้รับความนิยม
- ไฮไลต์: เดินชมเมืองระหว่างการแสดงเพื่อสัมผัสบรรยากาศเทศกาลและกิจกรรมตามท้องถนน
2. ตลาดท้องถิ่น (Local Markets)
ตลาดท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการสัมผัสวัฒนธรรมการกินและชีวิตประจำวันของชาวอาวิญง โดยตลาดที่มีชื่อเสียงคือ Les Halles d’Avignon ซึ่งเป็นตลาดอาหารในร่มใจกลางเมือง มีร้านจำหน่ายผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ปลา ชีส ขนมปัง และผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดและตลาดกลางแจ้งในบางวันตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเมือง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการลองวัตถุดิบท้องถิ่น ซื้อของกิน หรือเลือกผลิตภัณฑ์จากโพรวองซ์กลับไปเป็นของฝาก
สิ่งที่ควรรู้
- สถานที่เด่น: Les Halles d’Avignon
- สินค้าที่พบ: ชีส ขนมปัง ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
- เหมาะสำหรับ: ชิมอาหารและซื้อของฝาก
- บรรยากาศ: ได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารและชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น
3. ดนตรีริมถนนและกิจกรรมกลางแจ้ง
ในช่วงฤดูร้อน อาวิญงมักมีบรรยากาศคึกคักจากกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการแสดงในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล Festival d’Avignon และ Avignon Off ซึ่งทำให้บริเวณถนน จัตุรัส และย่านเมืองเก่ามีผู้คนและศิลปินจำนวนมาก นักท่องเที่ยวอาจพบการแสดงหรือกิจกรรมทางศิลปะหลากหลายรูปแบบตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งนี้ รูปแบบและสถานที่จัดกิจกรรมเปลี่ยนแปลงไปตามโปรแกรมของแต่ละปี จึงควรตรวจสอบกำหนดการอย่างเป็นทางการก่อนเดินทาง
สิ่งที่ควรรู้
- กิจกรรม: ดนตรีและศิลปะการแสดงในพื้นที่สาธารณะ
- ช่วงที่คึกคัก: โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม
- พื้นที่: จัตุรัส ถนน และบริเวณรอบย่านเมืองเก่า
- คำแนะนำ: ตรวจสอบโปรแกรมกิจกรรมของปีที่เดินทางก่อนออกไปชม
4. กิจกรรมริมแม่น้ำโรน (Rhône River)
แม่น้ำโรนเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์สำคัญของอาวิญง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นตามบริเวณริมแม่น้ำ ชมวิวกำแพงเมืองเก่า และมองเห็น Pont Saint-Bénézet หรือสะพานอาวิญงอันโด่งดังจากมุมต่าง ๆ บริเวณริมแม่น้ำเหมาะสำหรับการเดินเล่น พักผ่อน และถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงเย็นเมื่อแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนลง นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนยังอาจมีกิจกรรมกลางแจ้งตามกำหนดการของเมืองและพื้นที่โดยรอบ
สิ่งที่ควรรู้
- สถานที่: บริเวณริมแม่น้ำโรน
- จุดเด่น: วิว Pont Saint-Bénézet และกำแพงเมืองเก่า
- เหมาะสำหรับ: เดินเล่น พักผ่อน และถ่ายภาพ
- ช่วงแนะนำ: ช่วงเย็นสำหรับบรรยากาศและแสงที่สวยงาม
5. สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของอาวิญง
การสัมผัสอาวิญงให้เต็มที่ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะการเข้าชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เพราะเมืองยังมีตลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมทางศิลปะที่สะท้อนชีวิตร่วมสมัยควบคู่ไปกับมรดกทางวัฒนธรรม หากเดินทางในเดือนกรกฎาคม การชมบรรยากาศของ Festival d’Avignon และ Avignon Off จะช่วยให้เห็นอีกด้านของเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปินและผู้ชมจากนานาชาติ ส่วนช่วงนอกเทศกาล นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้เวลาเดินชมเมืองเก่า แวะตลาดท้องถิ่น ชิมอาหารโพรวองซ์ และเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของอาวิญงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ควรรู้
- ประวัติศาสตร์: ชมเมืองเก่าและมรดกทางสถาปัตยกรรม
- ศิลปะ: เที่ยวพิพิธภัณฑ์และชมกิจกรรมทางวัฒนธรรม
- อาหาร: ลองอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแบบโพรวองซ์
- ช่วงเทศกาล: เดือนกรกฎาคมเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการแสดง
- นอกเทศกาล: เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองแบบสบาย ๆ และสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น
วิธีการเดินทาง (How to Get There)
🚆 รถไฟ สะดวก รวดเร็ว และเหมาะสำหรับเดินทางจากเมืองใหญ่ | 1เดินทางด้วยรถไฟ (Train) รถไฟเป็นวิธีเดินทางไป อาวิญง (Avignon) ที่สะดวกและได้รับความนิยม โดยเมืองมีสถานีหลัก 2 แห่ง คือ Avignon TGV สำหรับรถไฟความเร็วสูง และ Avignon Centre ซึ่งอยู่ใกล้เขตเมืองเก่าและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รถไฟความเร็วสูง TGV เชื่อมต่ออาวิญงกับปารีส ลียง มาร์แซย์ และเมืองสำคัญอื่น ๆ ของฝรั่งเศส โดยเส้นทางจากปารีสไป Avignon TGV ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที–3 ชั่วโมง สำหรับเที่ยวที่วิ่งตรง ทั้งนี้เวลาเดินทางและจำนวนเที่ยวขึ้นอยู่กับวันและตารางรถไฟ
|
✈️ เครื่องบิน เหมาะสำหรับนักเดินทางจากต่างประเทศ | 2เดินทางด้วยเครื่องบิน (Plane) อาวิญงมี Avignon Provence Airport อยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันสนามบินแห่งนี้ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ตามตารางบินประจำ และให้บริการด้านการบินธุรกิจเป็นหลัก ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือเมืองอื่นของฝรั่งเศสมักเลือกบินไปยังสนามบินใกล้เคียง เช่น Marseille Provence Airport, Nîmes–Grande Provence Méditerranée Airport หรือ Montpellier Méditerranée Airport จากนั้นจึงเดินทางต่อมายังอาวิญงด้วยรถไฟ รถยนต์ หรือรถรับส่งตามเส้นทางที่สะดวก
|
🚗 รถยนต์ ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับเที่ยวเมืองรอบ ๆ | 3เดินทางด้วยรถยนต์ (Car) การขับรถไปอาวิญงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางอย่างยืดหยุ่นและวางแผนเที่ยวเมืองต่าง ๆ ในแคว้นโพรวองซ์ต่อได้สะดวก อาวิญงเชื่อมต่อกับเครือข่ายทางหลวงของฝรั่งเศส โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางมายังเมือง ได้แก่ A7 ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ทางตอนเหนือกับภาคใต้ของฝรั่งเศส และ A9 สำหรับการเดินทางไปทางนีมส์และแคว้นล็องก์ด็อก ทั้งนี้บริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของอาวิญงมีพื้นที่สำหรับคนเดินเท้าและข้อจำกัดด้านการจราจร จึงควรวางแผนเรื่องที่จอดรถก่อนเข้าเขตเมืองเก่า
|
🚌 รถบัส ประหยัด และเชื่อมต่อเมืองใกล้เคียง | 4เดินทางด้วยรถบัส (Bus) รถบัสเป็นอีกทางเลือกสำหรับเดินทางมายังอาวิญง โดยเฉพาะการเดินทางจากเมืองและชุมชนใกล้เคียงในแคว้นโพรวองซ์ นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารระหว่างเมืองและเส้นทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟหรือเมืองโดยรอบ อย่างไรก็ตาม หากเดินทางมาจากเมืองใหญ่ เช่น ปารีสหรือลียง รถไฟความเร็วสูงมักใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าและสะดวกกว่า จึงควรเปรียบเทียบเวลา ราคา และจุดจอดก่อนเลือกใช้บริการรถบัส
|
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวอาวิญง (Avignon)
อาวิญงสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่หากต้องการอากาศที่เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมืองเก่า สถานที่สำคัญ และพื้นที่กลางแจ้ง ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) ถือว่าเป็นช่วงที่น่าเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะอากาศโดยทั่วไปสบายกว่าช่วงฤดูร้อน และเหมาะกับการเดินเที่ยวตามถนนเก่า สวน และริมแม่น้ำโรน ขณะที่ช่วงฤดูร้อนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศคึกคักและเทศกาลต่าง ๆ โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบและสัมผัสบรรยากาศเมืองแบบไม่เร่งรีบ
🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) — เมษายน–มิถุนายน
ฤดูใบไม้ผลิเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวอาวิญง อากาศเริ่มอบอุ่นและเหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้ง โดยเฉพาะการสำรวจย่านเมืองเก่า ชม Palais des Papes และ Pont d’Avignon รวมถึงเดินเล่นที่ Rocher des Doms และบริเวณริมแม่น้ำโรน นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่สวนและพื้นที่สีเขียวของเมืองกลับมามีชีวิตชีวา และสามารถปั่นจักรยานหรือเดินเล่นบนเกาะ Île de la Barthelasse ได้อย่างเพลิดเพลิน
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบอากาศสบาย เดินเที่ยว ถ่ายรูป และเที่ยวสถานที่สำคัญโดยไม่เจออากาศร้อนจัด
- อากาศเหมาะสำหรับการเดินเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- สวนและพื้นที่สีเขียวเริ่มมีดอกไม้และบรรยากาศสดชื่น
- เหมาะกับการเดินเล่นริมแม่น้ำโรนและ Île de la Barthelasse
- เดือนพฤษภาคมมีกิจกรรมและอีเวนต์ทางวัฒนธรรมหลายรายการ
- ควรจองที่พักและกิจกรรมล่วงหน้าในช่วงวันหยุดและสุดสัปดาห์
☀️ ฤดูร้อน (Summer) — กรกฎาคม–สิงหาคม
ฤดูร้อนเป็นช่วงที่อาวิญงมีบรรยากาศคึกคักที่สุด โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงของ Festival d’Avignon และกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ ทั่วเมือง ทำให้อาวิญงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและผู้ชมการแสดง อย่างไรก็ตาม ช่วงฤดูร้อนอาจมีอากาศร้อนและแดดแรง จึงควรวางแผนเที่ยวสถานที่กลางแจ้งในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น และพักในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนที่สุด
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการสัมผัสเทศกาล บรรยากาศเมืองที่มีชีวิตชีวา และกิจกรรมช่วงฤดูร้อน
- เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงสำคัญของ Festival d’Avignon
- เมืองมีบรรยากาศคึกคักและมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมาก
- ช่วงกลางวันอากาศร้อน ควรพกน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดด
- เหมาะกับการเที่ยวสวน พื้นที่ริมน้ำ และกิจกรรมคลายร้อน
- หากมาในช่วงเทศกาล ควรจองที่พักและบัตรเข้าชมล่วงหน้า
🍂 ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) — กันยายน–ตุลาคม
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นอีกช่วงที่เหมาะมากสำหรับการเที่ยวอาวิญง โดยเฉพาะเดือนกันยายนและต้นเดือนตุลาคม เมื่ออากาศเริ่มเย็นลงจากช่วงฤดูร้อนและบรรยากาศโดยรวมผ่อนคลายมากขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมเมืองเก่า เยี่ยมชมอนุสรณ์สถาน และออกไปสำรวจพื้นที่ชนบทและเส้นทางไวน์รอบเมืองได้อย่างสบาย นอกจากนี้ภูมิทัศน์ของแคว้นโพรวองซ์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังมีสีสันจากไร่องุ่นและผลผลิตตามฤดูกาลอีกด้วย
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการอากาศสบาย นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าช่วงเทศกาล และชอบธรรมชาติหรือเส้นทางไวน์
- อากาศโดยทั่วไปเหมาะกับการเดินเที่ยวมากกว่าช่วงฤดูร้อน
- เหมาะกับการเที่ยวเมืองเก่าและสถานที่ทางประวัติศาสตร์
- สามารถออกไปเที่ยวไร่องุ่นและเส้นทางไวน์ในแคว้นโพรวองซ์
- ช่วงฤดูใบไม้ร่วงมีสีสันของไร่องุ่นและธรรมชาติที่สวยงาม
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบและผ่อนคลาย
❄️ ฤดูหนาว (Winter) — พฤศจิกายน–มีนาคม
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวอาวิญงแบบสงบและไม่เน้นกิจกรรมกลางแจ้งมากนัก แม้อากาศจะเย็นกว่าฤดูอื่น แต่ยังสามารถเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และย่านเมืองเก่าได้ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เมืองและแคว้นโพรวองซ์มีบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาส ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมยังมีกิจกรรมทัวร์และการเที่ยวชมเมืองบางรูปแบบจากสำนักงานการท่องเที่ยวอาวิญง แม้ว่าบริการบางอย่างจะมีเวลาเปิดทำการลดลงตามฤดูกาล
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบเที่ยวแบบเงียบสงบ ต้องการหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และสนใจพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์
- นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
- เหมาะกับการเที่ยว Palais des Papes และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ
- ช่วงปลายปีมีบรรยากาศคริสต์มาสแบบโพรวองซ์
- ควรตรวจสอบเวลาเปิดของสถานที่ท่องเที่ยวก่อนเดินทาง
- เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบสบาย ๆ และเน้นวัฒนธรรมมากกว่ากิจกรรมกลางแจ้ง
หากต้องเลือก ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวอาวิญงโดยรวม แนะนำเดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะเหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมืองและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่ กรกฎาคม เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเทศกาลและบรรยากาศคึกคักของเมือง ส่วน พฤศจิกายน–มีนาคม เหมาะกับผู้ที่ชอบความสงบและต้องการเที่ยวพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์เป็นหลัก
เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว (Travel Tips)
การเดินทางมาเที่ยวอาวิญง (Avignon) ควรเตรียมตัวให้เหมาะกับช่วงเวลาและรูปแบบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและเดือนกรกฎาคมที่เมืองจะคึกคักเป็นพิเศษจากเทศกาลศิลปะและกิจกรรมต่าง ๆ นักท่องเที่ยวควรวางแผนที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวล่วงหน้า เตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่า รวมถึงตรวจสอบเวลาเปิด–ปิดและการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ก่อนออกเดินทาง เผื่อเวลาสำหรับแวะตลาดท้องถิ่น ชิมอาหารโพรวองซ์ และเดินเล่นริมแม่น้ำโรน จะช่วยให้ได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศของอาวิญงได้อย่างเต็มที่
✅วางแผนเที่ยวช่วงฤดูร้อนให้ดี
ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่อาวิญงคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงจัด Festival d’Avignon และ Avignon Off ทำให้ที่พัก ร้านอาหาร และการแสดงต่าง ๆ มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หากต้องการเดินทางในช่วงนี้ ควรจองที่พักและบัตรเข้าชมการแสดงล่วงหน้า และเผื่อเวลาในการเดินทางภายในเมือง เนื่องจากบางพื้นที่อาจมีผู้คนหนาแน่นกว่าปกติ
✅เดินเที่ยวเมืองเก่าเป็นหลัก
ย่านเมืองเก่าของอาวิญงเหมาะกับการเดินเที่ยว เพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ไม่ไกลจากกัน เช่น Palais des Papes, Cathédrale Notre-Dame des Doms และ Place de l’Horloge การเดินจะช่วยให้แวะชมตรอกซอย ร้านค้า คาเฟ่ และอาคารประวัติศาสตร์ได้อย่างเต็มที่ ควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย โดยเฉพาะหากมีแผนเที่ยวหลายชั่วโมง
✅ตรวจสอบเวลาเปิด–ปิดของสถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ในอาวิญงอาจมีเวลาเปิดทำการแตกต่างกันตามฤดูกาล รวมถึงบางแห่งอาจปิดในวันหรือช่วงเวลาที่กำหนด ก่อนเดินทางควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของสถานที่ที่ต้องการไป โดยเฉพาะ Palais des Papes, Pont Saint-Bénézet และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อวางแผนเส้นทางได้อย่างเหมาะสม
✅ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเมื่อเดินทางนอกเมือง
หากต้องการเที่ยวพื้นที่รอบอาวิญง เช่น Châteauneuf-du-Pape หรือเมืองและหมู่บ้านในแคว้นโพรวองซ์ การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสสามารถเป็นทางเลือกที่สะดวกในบางเส้นทาง แต่ตารางเดินรถอาจมีความถี่แตกต่างกัน โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว จึงควรตรวจสอบตารางล่วงหน้า หากต้องการเดินทางไปพื้นที่ชนบทหรือไร่องุ่นหลายแห่งในวันเดียว การเช่ารถอาจสะดวกกว่า
✅เตรียมตัวสำหรับอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน
ฤดูร้อนของอาวิญงมีอากาศค่อนข้างร้อนและมีแดดจัด โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด รวมถึงวางแผนพักตามคาเฟ่หรือสถานที่ในร่มระหว่างช่วงกลางวัน หากเดินเที่ยวเป็นเวลานานควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
✅ลองชิมอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
การเที่ยวอาวิญงจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหากได้ลองอาหารและผลิตภัณฑ์จากโพรวองซ์ เช่น Tapenade, Ratatouille, ชีส ขนมปัง น้ำมันมะกอก และไวน์จากหุบเขาโรน โดยสามารถแวะตลาด Les Halles d’Avignon เพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบและอาหารท้องถิ่นได้ นอกจากนี้ ร้านอาหารและตลาดในย่านเมืองเก่ายังเป็นอีกทางเลือกสำหรับสัมผัสรสชาติแบบท้องถิ่น
✅ระมัดระวังสัมภาระในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีคนหนาแน่น
เช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ควรดูแลกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ และเอกสารสำคัญเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ควรเก็บของมีค่าไว้ในกระเป๋าที่ปิดสนิทและไม่ควรพกเงินสดจำนวนมากเกินความจำเป็น
✅เผื่อเวลาเที่ยวมากกว่าหนึ่งวัน
แม้อาวิญงสามารถเที่ยวสถานที่สำคัญบางแห่งได้ภายในหนึ่งวัน แต่หากต้องการสัมผัสเมืองอย่างไม่เร่งรีบ แนะนำให้พักอย่างน้อย 2 วัน เพื่อแบ่งเวลาเที่ยวเมืองเก่า ชม Palais des Papes และ Pont Saint-Bénézet ลองอาหารท้องถิ่น เดินเล่นริมแม่น้ำโรน และออกไปเที่ยวแหล่งผลิตไวน์หรือเมืองใกล้เคียงได้อย่างสะดวกมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อาวิญง (Avignon) อยู่ที่ไหนของประเทศฝรั่งเศส?
อาวิญง (Avignon) เป็นเมืองประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโรน (Rhône) ในจังหวัดโวกลูซ (Vaucluse) แคว้นโพรวองซ์-แอลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alpes-Côte d’Azur) เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองสำคัญอย่างมาร์กเซย์ (Marseille), นีมส์ (Nîmes) และอาร์ล (Arles) จึงสามารถนำมาจัดรวมไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวแคว้นโพรวองซ์ได้อย่างสะดวก
ข้อมูลสำคัญ
- ประเทศ: ฝรั่งเศส (France)
- แคว้น: Provence-Alpes-Côte d’Azur
- จังหวัด: Vaucluse
- ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Rhône
- เมืองใกล้เคียงที่น่าเที่ยว: Arles, Nîmes และ Marseille
อาวิญง (Avignon) มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
อาวิญงโดดเด่นด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุคกลาง โดยเฉพาะ พระราชวังพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาในศตวรรษที่ 14 รวมถึง สะพานแซ็ง-เบเนเซ (Pont Saint-Bénézet) และกำแพงเมืองโบราณ นอกจากนี้ เมืองยังมีพิพิธภัณฑ์ ย่านเมืองเก่า ร้านอาหาร และเทศกาลศิลปะการแสดงที่มีชื่อเสียง ทำให้อาวิญงมีทั้งบรรยากาศของเมืองประวัติศาสตร์และความมีชีวิตชีวาแบบเมืองวัฒนธรรม
สถานที่และกิจกรรมที่น่าสนใจ
- Palais des Papes
- Pont Saint-Bénézet หรือ Pont d’Avignon
- Cathédrale Notre-Dame des Doms
- Rocher des Doms
- กำแพงเมืองและย่านเมืองเก่า
- Musée du Petit Palais
- เทศกาลศิลปะการแสดง Festival d’Avignon
ทำไมอาวิญง (Avignon) จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
อาวิญงมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 เพราะเป็นที่ตั้งของสำนักพระสันตะปาปาในช่วงเวลาที่พระสันตะปาปาประทับอยู่ที่อาวิญงแทนกรุงโรม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของศาสนาคริสต์ตะวันตก และส่งผลต่อพัฒนาการด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจทางศาสนากับอำนาจทางการเมืองในยุโรป
เหตุผลที่อาวิญงมีความสำคัญ
- เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาในศตวรรษที่ 14
- เป็นศูนย์กลางสำคัญของคริสต์ศาสนาในยุโรปยุคกลาง
- มีสถาปัตยกรรมทางศาสนาและการทหารที่โดดเด่น
- มี Palais des Papes และกำแพงเมืองยุคกลาง
- มีความสำคัญต่อพัฒนาการด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมยุโรป
อาวิญง (Avignon) เคยเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาจริงหรือไม่?
จริง อาวิญงเคยเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 และเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของเมือง พระราชวังพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ถูกสร้างและขยายขึ้นเพื่อรองรับราชสำนักของพระสันตะปาปาและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอาวิญงในปัจจุบัน
สิ่งที่เกี่ยวข้องกับยุคพระสันตะปาปา
- Palais des Papes
- Cathédrale Notre-Dame des Doms
- Petit Palais
- กำแพงเมือง Avignon
- Pont Saint-Bénézet
- ศิลปกรรมและจิตรกรรมฝาผนังจากยุคกลาง
อาวิญง (Avignon) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO หรือไม่?
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 ภายใต้ชื่อ Historic Centre of Avignon: Papal Palace, Episcopal Ensemble and Avignon Bridge โดยพื้นที่มรดกโลกครอบคลุมกลุ่มอนุสรณ์สถานสำคัญในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง ไม่ได้หมายความว่าเมืองอาวิญงทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
องค์ประกอบสำคัญของพื้นที่มรดกโลก
- Palais des Papes
- กลุ่มอาคาร Episcopal Ensemble
- Pont Saint-Bénézet
- Notre-Dame des Doms และพื้นที่ประวัติศาสตร์โดยรอบ
- กำแพงเมืองและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมยุคกลางที่เกี่ยวข้อง
ไปเที่ยวอาวิญง (Avignon) ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
โดยทั่วไป ฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน และต้นฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวอาวิญง หากต้องการเดินชมเมืองเก่าและสถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างสบาย ๆ ส่วนเดือนกรกฎาคมเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจบรรยากาศเทศกาลและศิลปะการแสดง แต่เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมากและอากาศในแคว้นโพรวองซ์อาจร้อนกว่าช่วงอื่น
เลือกช่วงเวลาได้ตามสไตล์การเที่ยว
- เม.ย.–มิ.ย. — อากาศเหมาะกับการเดินเที่ยวและชมเมือง
- ก.ค.–ส.ค. — เหมาะกับคนที่ต้องการสัมผัสเทศกาลและบรรยากาศฤดูร้อน
- ก.ย.–ต.ค. — อากาศเริ่มสบายและเหมาะกับการเที่ยวเมืองเก่า
- พ.ย.–มี.ค. — นักท่องเที่ยวน้อยกว่า แต่บางกิจกรรมและสถานที่อาจมีเวลาเปิดให้บริการจำกัด
จากปารีสเดินทางไปอาวิญงอย่างไร?
วิธีที่สะดวกที่สุดคือ รถไฟความเร็วสูง TGV จาก Paris Gare de Lyon ไปยัง Avignon TGV โดยเที่ยวที่เร็วที่สุดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 33 นาที และมีเที่ยวรถไฟให้เลือกหลายเที่ยวต่อวัน ทั้ง TGV INOUI และ OUIGO ทั้งนี้ Avignon TGV อยู่นอกเขตเมืองเก่า และสามารถต่อรถไฟหรือระบบขนส่งท้องถิ่นเข้าสู่ Avignon Centre ได้
ตัวเลือกหลัก
- TGV / OUIGO: เร็วและสะดวกที่สุด
- ออกจาก Paris Gare de Lyon
- ปลายทางหลัก: Avignon TGV
- เร็วที่สุดประมาณ 2 ชั่วโมง 33 นาที
- หากต้องการเข้าสู่ย่านเมืองเก่าโดยตรง ควรตรวจสอบเที่ยวที่ไป Avignon Centre
จากมาร์กเซย์เดินทางไปอาวิญงอย่างไร?
จากมาร์กเซย์สามารถเดินทางไปอาวิญงได้ง่ายด้วยรถไฟ โดยมีทั้ง TER ไป Avignon Centre และรถไฟความเร็วสูงไป Avignon TGV ข้อมูลตารางรถไฟปัจจุบันของ SNCF ระบุว่าขบวนที่เร็วที่สุดจาก Marseille ไป Avignon TGV ใช้เวลาประมาณ 33 นาที ขณะที่เส้นทางไป Avignon Centre มีขบวนตรงและใช้เวลาประมาณ 53 นาทีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟและเที่ยวที่เลือก
ตัวเลือกหลัก
- TER: เหมาะสำหรับลงที่ Avignon Centre
- TGV: เร็วกว่า เหมาะสำหรับเดินทางไป Avignon TGV
- สถานีต้นทาง: Marseille Saint-Charles
- เร็วที่สุดไป Avignon TGV ประมาณ 33 นาที
- เร็วที่สุดไป Avignon โดยรวมประมาณ 53 นาที
อาวิญง (Avignon) เหมาะสำหรับเที่ยวแบบ One Day Trip หรือไม่?
เหมาะมากสำหรับการเที่ยวแบบ One Day Trip โดยเฉพาะหากเดินทางมาจากเมืองใกล้เคียง เช่น มาร์กเซย์ นีมส์ หรืออาร์ล เพราะสถานที่สำคัญส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในและรอบย่านเมืองเก่า สามารถใช้เวลา 1 วันเที่ยว Palais des Papes, Pont Saint-Bénézet, Notre-Dame des Doms และเดินชมกำแพงเมืองได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการเที่ยวพิพิธภัณฑ์หลายแห่งหรือสัมผัสบรรยากาศเมืองอย่างไม่เร่งรีบ แนะนำให้พัก 1–2 คืน จะเหมาะกว่า
ตัวอย่างสิ่งที่เที่ยวได้ภายใน 1 วัน
- ช่วงเช้า: Palais des Papes
- เดินชม Place du Palais และ Notre-Dame des Doms
- เดินขึ้น Rocher des Doms ชมวิวแม่น้ำ Rhône
- ช่วงบ่าย: Pont Saint-Bénézet
- เดินเล่นย่านเมืองเก่าและกำแพงเมือง
- ช่วงเย็น: รับประทานอาหารและเดินชมบรรยากาศเมืองเก่า
มีอะไรที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวอาวิญง (Avignon)?
ก่อนเดินทางควรวางแผนเรื่อง สถานีรถไฟและเส้นทางเข้าสู่เมืองเก่า ให้ดี เพราะ Avignon มีทั้ง Avignon Centre ซึ่งอยู่ใกล้เขตเมืองเก่า และ Avignon TGV ซึ่งเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงนอกใจกลางเมือง นอกจากนี้ เมืองเก่ามีถนนและพื้นที่ประวัติศาสตร์จำนวนมาก จึงเหมาะกับการเดินเที่ยว และควรเผื่อเวลาในการเข้าชมสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
สิ่งที่ควรเตรียม
- ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าตั๋วรถไฟไป Avignon Centre หรือ Avignon TGV
- เตรียมรองเท้าที่เดินสบายสำหรับเที่ยวเมืองเก่า
- หากต้องการเข้าชม Palais des Papes ควรตรวจสอบเวลาเปิดและจองบัตรล่วงหน้าในช่วงฤดูท่องเที่ยว
- ช่วงฤดูร้อนควรเตรียมหมวก ครีมกันแดด และน้ำดื่ม
- หากเดินทางช่วงเทศกาล Festival d’Avignon ควรจองที่พักและตั๋วล่วงหน้า
- หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรวางเส้นทางเที่ยวล่วงหน้าเพื่อไม่เสียเวลาเดินทางไปมา
- เผื่อเวลาให้กับย่านเมืองเก่าและสถานที่มรดกโลก ไม่ควรจำกัดการเที่ยวเฉพาะ Palais des Papes เพียงแห่งเดียว
หมายเหตุ: ตารางรถไฟและเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงตามวันที่เดินทาง ควรตรวจสอบเที่ยวรถล่าสุดกับ SNCF ก่อนจองตั๋ว
Voyageuse Épanouie
Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.

