Top
Notre-Dame Cathedral

มหาวิหาร Notre-Dame Cathedral คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง Paris และเป็นผลงานสถาปัตยกรรมโกธิกที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของยุโรป ตัวมหาวิหารตั้งอยู่บนเกาะ Île de la Cité กลางแม่น้ำ Seine River ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของกรุงปารีส ด้วยอายุยาวนานกว่า 800 ปี มหาวิหารแห่งนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน

แม้ว่ามหาวิหารจะได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 2019 แต่หลังจากการบูรณะครั้งสำคัญหลายปี Notre-Dame Cathedral ก็ได้กลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้งในปี 2024 ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถกลับมาชื่นชมความงดงามของกระจกสี หน้าต่างกุหลาบ หอคอย และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมอันวิจิตรได้อีกครั้ง ปัจจุบัน Notre-Dame จึงไม่เพียงเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของปารีสเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของโลกอีกด้วย

 

ประวัติของ Notre-Dame Cathedral

มหาวิหารนอเทรอดาม (Notre-Dame Cathedral) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของยุโรป ด้วยความงดงามของศิลปะแบบกอทิก (Gothic Architecture) ทำให้นอเทรอดามได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่โดดเด่นที่สุดของโลก เคียงคู่กับมหาวิหารมิลานในอิตาลีและมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอน

จุดเริ่มต้นของการก่อสร้าง
(ค.ศ.1163–1345)
 

การก่อสร้างมหาวิหารนอเทรอดามเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1163
ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7
โดยมีบิชอปมอริซ เดอ ซุลลี
(Maurice de Sully)
เป็นผู้ริเริ่มโครงการ
และได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3


การก่อสร้างใช้เวลากว่า 180 ปี
เริ่มจากส่วนคณะนักร้องประสานเสียง (Choir)
ก่อนขยายไปยังโถงกลาง หอคอยคู่
และองค์ประกอบต่าง ๆ
จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1345

ศูนย์กลางของกรุงปารีส
ในยุคกลาง
 

หลังจากก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
นอเทรอดามกลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนา
และวัฒนธรรมของกรุงปารีส
รวมถึงเป็นสถานที่จัดพิธีสำคัญของราชวงศ์ฝรั่งเศส


เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่
พิธีราชาภิเษกของพระเจ้าเฮนรีที่ 6
แห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ.1431
รวมถึงการติดตั้งออร์แกนขนาดใหญ่
ซึ่งยังคงเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิหารจนถึงปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงในยุคเรอเนซองส์

 

ในช่วงศตวรรษที่ 16–17 มหาวิหารได้รับการปรับปรุงหลายส่วนตามอิทธิพลของศิลปะยุคเรอเนซองส์ แท่นบูชาแบบยุคกลางถูกแทนที่ด้วยรูปแบบบาโรก และมีการปรับเปลี่ยนหน้าต่างกระจกสีเพื่อเพิ่มแสงสว่างภายในอาคาร


แม้การปรับปรุงเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับมหาวิหาร แต่ก็ทำให้เอกลักษณ์ดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมกอทิกบางส่วนเปลี่ยนแปลงไป และสะท้อนถึงวิวัฒนาการของศิลปะและความเชื่อในแต่ละยุคสมัย

ช่วงเวลาวิกฤตในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส

 

การปฏิวัติฝรั่งเศสระหว่างปี ค.ศ. 1789–1799 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของมหาวิหารนอเทรอดาม โดยอาคารถูกเปลี่ยนให้เป็น “วิหารแห่งเหตุผล” (Temple of Reason) และได้รับความเสียหายอย่างหนัก


รูปปั้นจำนวนมากถูกทำลายหรือถูกตัดศีรษะ สมบัติล้ำค่าถูกปล้นหรือหลอมละลาย ขณะที่ระฆังเกือบทั้งหมดถูกนำไปหลอมเพื่อผลิตอาวุธ เหลือเพียงระฆังเอ็มมานูเอล (Emmanuel Bell) ที่ยังคงอยู่และใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

การบูรณะครั้งยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 19

 

ในปี ค.ศ. 1831 นักประพันธ์ชื่อดัง วิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ได้ตีพิมพ์นวนิยายเรื่อง Notre-Dame de Paris หรือที่รู้จักกันในชื่อ The Hunchback of Notre-Dame ซึ่งช่วยปลุกกระแสให้สังคมหันมาสนใจการอนุรักษ์มหาวิหารแห่งนี้อีกครั้ง


ต่อมาในปี ค.ศ. 1844 จึงเริ่มโครงการบูรณะครั้งใหญ่ภายใต้การดูแลของสถาปนิก เออแฌน วียอเล-เลอ-ดุก (Eugène Viollet-le-Duc) และ ฌอง-บาติสต์ ลาสซูส์ (Jean-Baptiste Lassus) โดยมีการสร้างยอดแหลมกลางหลังคาใหม่ ซ่อมแซมประติมากรรม ประตูทางเข้า และฟื้นฟูกระจกสีเก่าแก่ ทำให้นอเทรอดามกลับมาสง่างามอีกครั้ง

มหาวิหารในศตวรรษที่ 20

 

ตลอดศตวรรษที่ 20 มหาวิหารนอเทรอดามรอดพ้นจากความเสียหายของสงครามโลกทั้งสองครั้ง และได้รับการบูรณะเป็นระยะเพื่อแก้ไขผลกระทบจากมลภาวะในเมือง ช่วยรักษาสภาพของอาคารให้คงความงดงามไว้ได้อย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ มหาวิหารยังเป็นสถานที่จัดพิธีสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส รวมถึงพิธีเฉลิมฉลองการปลดปล่อยกรุงปารีสจากการยึดครองของนาซีในปี ค.ศ. 1944 ซึ่งตอกย้ำบทบาทของนอเทรอดามในฐานะสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ

เหตุเพลิงไหม้ครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2019

 

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019 โลกต้องตกตะลึงกับเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่มหาวิหารนอเทรอดาม ไฟได้ทำลายโครงหลังคาไม้เก่าแก่และยอดแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหาร รวมถึงสร้างความเสียหายต่อส่วนโค้งของอาคารและออร์แกนประวัติศาสตร์


แม้ความเสียหายจะรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถช่วยรักษาสิ่งสำคัญหลายชิ้นไว้ได้ เช่น ไม้กางเขนหลัก แท่นบูชา โบราณวัตถุทางศาสนาที่ทรงคุณค่า และมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์ (Crown of Thorns) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่สุดของมหาวิหาร

การฟื้นฟูและการกลับมาเปิดอีกครั้ง

 

หลังเหตุเพลิงไหม้ โครงการบูรณะครั้งใหญ่ได้เริ่มขึ้นทันที โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม นักอนุรักษ์ และช่างฝีมือจากทั่วฝรั่งเศส เพื่อฟื้นฟูมหาวิหารให้กลับมาใกล้เคียงกับสภาพดั้งเดิมมากที่สุด


มหาวิหารนอเทรอดามกลับมาเปิดต้อนรับผู้เข้าชมอีกครั้งในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2024 แม้ว่างานบูรณะบางส่วนยังคงดำเนินต่อไป แต่วันนี้มหาวิหารแห่งนี้ก็กลับมายืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจของชาวฝรั่งเศสอีกครั้ง

 

 

 

ไฮไลต์สำคัญของ Notre-Dame Cathedral

Notre-Dame Cathedral เป็นหนึ่งในมหาวิหารสไตล์กอทิกที่มีชื่อเสียงและทรงคุณค่าที่สุดของโลก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามที่ผสานศิลปะและวิศวกรรมยุคกลางไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นหอคอยคู่ด้านหน้า หน้าต่างกระจกสีโรสวินโดว์อันวิจิตร ประติมากรรมหินแกะสลัก และรูปปั้นการ์กอยล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ภายในมหาวิหารยังเต็มไปด้วยบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และผลงานศิลปกรรมล้ำค่า

แม้จะได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 2019 แต่หลังการบูรณะครั้งสำคัญ Notre-Dame Cathedral ได้กลับมาเปิดต้อนรับผู้เยี่ยมชมอีกครั้ง พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของมรดกทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงปารีสและประเทศฝรั่งเศส

Rose Windows - Notre-Dame Cathedral


1. หน้าต่างกระจกสีกุหลาบ (Rose Windows)

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของมหาวิหารนอเทรอดามคือหน้าต่างกระจกสีกุหลาบขนาดใหญ่จากศตวรรษที่ 13 ซึ่งมีอยู่สามบานหลัก ได้แก่ หน้าต่างกุหลาบด้านตะวันตก เหนือ และใต้ หน้าต่างเหล่านี้ประกอบด้วยกระจกสีหลายพันชิ้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากพระคัมภีร์และประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา

เมื่อแสงแดดส่องผ่านกระจกสี จะเกิดแสงหลากสีที่สวยงามภายในมหาวิหาร ถือเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะยุคกลางที่ทรงคุณค่าที่สุดของฝรั่งเศส และยังรอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 2019 ได้อย่างน่าทึ่ง

ไฮไลต์สำคัญ

  • กระจกสีดั้งเดิมอายุกว่า 800 ปี
  • หน้าต่างกุหลาบหลัก 3 บาน
  • แสงสีสวยงามภายในมหาวิหารช่วงกลางวัน
  • รอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้ปี 2019
 


2. หอคอยคู่ด้านหน้า (West Towers)

หอคอยคู่ด้านหน้าของมหาวิหารนอเทรอดามเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของกรุงปารีส ด้วยความสูงประมาณ 69 เมตร หอคอยทั้งสองแห่งสะท้อนความงดงามของสถาปัตยกรรมโกธิกฝรั่งเศสและเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้นอเทรอดามเป็นที่จดจำไปทั่วโลก

ในอดีตนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดกว่า 380 ขั้นเพื่อชมวิวมุมสูงของกรุงปารีส แม่น้ำแซน และสถานที่สำคัญโดยรอบ ปัจจุบันหอคอยกำลังทยอยเปิดให้เข้าชมอีกครั้งหลังการบูรณะครั้งใหญ่ของมหาวิหารเสร็จสมบูรณ์

ไฮไลต์สำคัญ

  • หอคอยคู่สูงประมาณ 69 เมตร
  • จุดชมวิวมุมสูงของกรุงปารีส
  • มองเห็นแม่น้ำแซนและแลนด์มาร์กสำคัญ
  • หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของนอเทรอดาม
West Towers - Notre-Dame Cathedral
 
Gargoyles & Chimeras - Notre-Dame Cathedral


3. รูปปั้นก๊าร์กอยล์และชิเมรา
(Gargoyles & Chimeras)

รูปปั้นหินรูปร่างแปลกตาที่ประดับอยู่บนอาคารเป็นอีกหนึ่งจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว รูปปั้นเหล่านี้มีทั้งแบบก๊าร์กอยล์ที่ทำหน้าที่เป็นท่อน้ำฝน และชิเมราที่เป็นรูปปั้นตกแต่งซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาในช่วงการบูรณะศตวรรษที่ 19 ภายใต้การดูแลของ Eugène Viollet-le-Duc

หลายตัวถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายสัตว์ประหลาดกำลังมองลงมายังเมืองปารีส สร้างบรรยากาศลึกลับและเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหาร จนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่โดดเด่นที่สุดของนอเทรอดาม

ไฮไลต์สำคัญ

  • สัญลักษณ์ชื่อดังของมหาวิหารนอเทรอดาม
  • ก๊าร์กอยล์ทำหน้าที่ระบายน้ำฝนจริง
  • ชิเมราเพิ่มเข้ามาในช่วงบูรณะศตวรรษที่ 19
  • จุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
 


4. ประตูแกะสลักด้านหน้า
(Portal Sculptures)

บริเวณด้านหน้าของมหาวิหารมีประตูทางเข้าขนาดใหญ่สามบานที่ตกแต่งด้วยงานแกะสลักหินอย่างละเอียด ซึ่งเล่าเรื่องราวจากพระคัมภีร์ เช่น การพิพากษาครั้งสุดท้าย (Last Judgment) รูปปั้นเหล่านี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และถือเป็นผลงานประติมากรรมโกธิกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

รายละเอียดของลวดลายและประติมากรรมแต่ละชิ้นสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือยุคกลาง และเป็นหลักฐานสำคัญของศิลปะโกธิกฝรั่งเศสที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน

ไฮไลต์สำคัญ

  • ประตูทางเข้าหลัก 3 บาน
  • งานแกะสลักหินอายุกว่า 700 ปี
  • ถ่ายทอดเรื่องราวจากพระคัมภีร์
  • ผลงานศิลปะโกธิกที่สำคัญของยุโรป
Portal Sculptures - Notre-Dame Cathedral
 
The Spire - Notre-Dame Cathedral


5. ยอดแหลมของมหาวิหาร (The Spire)

ยอดแหลมของมหาวิหารนอเทรอดามถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของอาคาร เดิมยอดแหลมที่เห็นในปัจจุบันถูกออกแบบโดยสถาปนิก Eugène Viollet-le-Duc ในช่วงการบูรณะครั้งใหญ่ของศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่โดดเด่นเหนือเส้นขอบฟ้าของกรุงปารีส

ยอดแหลมได้พังถล่มลงจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019 สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก ก่อนจะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ตามแบบดั้งเดิมและติดตั้งกลับสู่ยอดมหาวิหารในปี 2023 กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศส

ไฮไลต์สำคัญ

  • สัญลักษณ์สำคัญของมหาวิหารนอเทรอดาม
  • พังถล่มจากเหตุเพลิงไหม้ปี 2019
  • สร้างขึ้นใหม่ตามแบบดั้งเดิม
  • ติดตั้งกลับสู่ยอดมหาวิหารในปี 2023
  • สัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศส

 

 

 

ข้อมูลการเข้าชม (Useful Information)


📍 ที่ตั้ง

6 Parvis Notre-Dame – Place Jean-Paul II
75004 Paris, France


🎟️ ค่าเข้าชม

เข้าชมมหาวิหารได้ฟรี
สามารถจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าได้


🚇 การเดินทาง

Saint-Michel Notre-Dame (RER B, RER C)
Cité (Metro Line 4)
Saint-Michel (Metro Line 4)


🕒 เวลาเปิดทำการ

วันจันทร์07:50 – 19:00 น.
วันอังคาร07:50 – 19:00 น.
วันพุธ07:50 – 19:00 น.
วันพฤหัสบดี07:50 – 22:00 น.
วันศุกร์07:50 – 19:00 น.
วันเสาร์08:15 – 19:30 น.
วันอาทิตย์08:15 – 19:30 น.

เคล็ดลับการเที่ยว
ควรมาถึงช่วงเช้าหรือหลังเวลา 17:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น และสามารถจองคิวล่วงหน้าเพื่อลดเวลารอคิวได้

 

 

 

ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวมหาวิหารนอเทรอดาม

การเยี่ยมชม Notre-Dame Cathedral ในเมือง Paris ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนปารีส เนื่องจากมหาวิหารแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่สำคัญทางศาสนาและมรดกทางสถาปัตยกรรมระดับโลก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเที่ยวชมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด นักท่องเที่ยวควรรู้ข้อมูลสำคัญบางประการก่อนเดินทาง

🕒
วางแผนเวลาเข้าชมล่วงหน้า
 

หลังการเปิดให้เข้าชมอีกครั้งในปี 2024 มหาวิหารมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวและวันหยุด ควรเลือกเดินทางช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน

🎟️
อาจต้องจองคิวล่วงหน้า
 

แม้ว่าการเข้าชมภายในมหาวิหารจะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในบางช่วงเวลาอาจมีระบบจองคิวออนไลน์เพื่อควบคุมจำนวนผู้เข้าชม ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง

👔
แต่งกายสุภาพ
 

Notre-Dame Cathedral เป็นโบสถ์ที่ยังใช้ประกอบพิธีทางศาสนา นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง โดยเฉพาะช่วงที่มีพิธีมิสซา

🚧
บางพื้นที่อยู่ระหว่างการบูรณะ
 

แม้ว่ามหาวิหารจะกลับมาเปิดให้เข้าชมแล้ว แต่บางพื้นที่ภายนอกยังอยู่ระหว่างการอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวอาจพบพื้นที่ปิดหรือมีนั่งร้านในบางจุด

🎒
ระวังสิ่งของมีค่า
 

บริเวณรอบมหาวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของปารีส ควรดูแลกระเป๋า โทรศัพท์ และทรัพย์สินส่วนตัว โดยเฉพาะในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

🗺️
สำรวจพื้นที่รอบมหาวิหาร
 

หลังเที่ยวชมมหาวิหาร แนะนำให้เดินเล่นรอบเกาะ Île de la Cité พร้อมแวะชม Sainte-Chapelle, Conciergerie และวิวแม่น้ำ Seine ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นาที

 

 

 

จุดถ่ายรูปสวยรอบมหาวิหาร

รอบมหาวิหาร Notre-Dame Cathedral มีจุดถ่ายรูปสวยหลายแห่งที่สามารถเก็บภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมกอทิกได้จากหลากหลายมุมมอง โดยจุดยอดนิยม ได้แก่ สะพาน Pont de l’Archevêché ที่สามารถถ่ายภาพมหาวิหารคู่กับแม่น้ำแซนได้อย่างสวยงาม สวน Square Jean XXIII ด้านหลังมหาวิหารซึ่งเหมาะสำหรับเก็บภาพตัวอาคารทั้งหลังท่ามกลางต้นไม้และดอกไม้ รวมถึงบริเวณริมแม่น้ำแซนที่ให้บรรยากาศโรแมนติก

โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและยามเย็นที่แสงสีทองสะท้อนตัวมหาวิหารอย่างงดงาม หากต้องการภาพมุมกว้าง สามารถเดินไปยังสะพาน Petit Pont หรือ Pont au Double เพื่อเก็บภาพ Notre-Dame Cathedral พร้อมวิวแม่น้ำและอาคารเก่าแก่ของกรุงปารีส ซึ่งล้วนเป็นมุมยอดนิยมของช่างภาพและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

Square Jean XXIII - Notre-Dame Cathedral

Square Jean XXIII
สวนสาธารณะเล็ก ๆ ด้านหลังมหาวิหารที่ได้รับความนิยมจากช่างภาพและนักท่องเที่ยว เพราะสามารถมองเห็น Flying Buttress หรือโครงสร้างค้ำยันแบบโกธิกได้อย่างชัดเจน พร้อมบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเก็บภาพสถาปัตยกรรมในมุมที่แตกต่างจากด้านหน้าอาคาร นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบของมหาวิหารในมุมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมองข้าม

Pont de l’Archevêché - Notre-Dame Cathedral

Pont de l’Archevêché
สะพานเล็กที่ทอดข้ามแม่น้ำแซนบริเวณด้านหลังมหาวิหาร เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ Notre-Dame เพราะสามารถเก็บภาพตัวมหาวิหารคู่กับแม่น้ำได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีทองสะท้อนผิวน้ำ ช่วยเพิ่มมิติและบรรยากาศโรแมนติกให้กับภาพถ่ายได้อย่างลงตัว

Quai de Montebello - Notre-Dame Cathedral

Quai de Montebello
ถนนเลียบแม่น้ำฝั่งซ้ายของกรุงปารีสที่สามารถมองเห็นด้านหน้าของมหาวิหารได้อย่างเต็มตา เป็นจุดยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างและเก็บรายละเอียดของสถาปัตยกรรมแบบโกธิกได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพในช่วงกลางคืน เมื่อแสงไฟส่องตัวอาคารจนเกิดบรรยากาศที่งดงามและน่าประทับใจ

Seine - Notre-Dame Cathedral

ริมแม่น้ำ Seine
เส้นทางเดินเลียบแม่น้ำแซนเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับการถ่ายภาพมหาวิหารนอเทรอดาม เพราะสามารถชมทัศนียภาพของอาคารจากหลากหลายมุมมองได้ตลอดเส้นทาง ทั้งในช่วงกลางวันและยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกของกรุงปารีส พร้อมเก็บภาพมหาวิหารในมุมที่สวยงามแตกต่างกันออกไป
 
 
 

ที่ตั้งและแผนที่ (Location & Map)

 

 

 

โรงแรมและที่พักใกล้มหาวิหาร

บริเวณรอบ Notre-Dame Cathedral ถือเป็นหนึ่งในย่านที่พักยอดนิยมของกรุงปารีส เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนเกาะอีล เดอ ลา ซิเต (Île de la Cité) และเชื่อมต่อกับย่านสำคัญอย่าง Latin Quarter และ Saint-Germain-des-Prés ได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้ตั้งแต่โรงแรมบูติกที่มีเสน่ห์ โรงแรมระดับ 3–5 ดาว ไปจนถึงอพาร์ตเมนต์สำหรับการเข้าพักระยะยาว หลายแห่งสามารถเดินไปยังมหาวิหาร Notre-Dame ได้ภายใน 5–15 นาที พร้อมทั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น แม่น้ำแซน พิพิธภัณฑ์ และสวนสาธารณะ

หากวางแผนเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยว เช่น เดือนเมษายน–ตุลาคม หรือช่วงเทศกาลคริสต์มาส ควรจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน เนื่องจากโรงแรมในย่านนี้ได้รับความนิยมและมักเต็มอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศของกรุงปารีสในยามเช้าหรือยามค่ำคืน การเลือกที่พักใกล้ Notre-Dame Cathedral จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง และยังสามารถเดินเล่นริมแม่น้ำแซนหรือสำรวจตรอกซอกซอยเก่าแก่ของกรุงปารีสได้อย่างสะดวก ทำให้การท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความประทับใจตลอดการเข้าพัก

Klook.com

Klook.com

 

 

วิธีการเดินทาง (How to Get There)

การเดินทางไปยัง Notre-Dame Cathedral ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ Île de la Cité ใจกลางเมือง Paris สามารถทำได้สะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะหลายรูปแบบ เนื่องจากพื้นที่รอบมหาวิหารเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางของกรุงปารีส นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟชานเมือง รถบัส หรือแม้แต่การเดินเท้าจากสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

🚇

รถไฟใต้ดิน

วิธีที่สะดวกที่สุด

1เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (Metro)

วิธีที่สะดวกที่สุดคือการใช้รถไฟใต้ดิน Paris Métro โดยสถานีที่อยู่ใกล้มหาวิหารมากที่สุดคือ Cité (สาย 4) ซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิหารเพียงไม่กี่นาทีเมื่อเดินข้ามสะพานมายังเกาะ Île de la Cité นอกจากนี้ยังสามารถลงที่สถานี Saint-Michel (สาย 4) หรือ Hôtel de Ville (สาย 1 และ 11) แล้วเดินต่อผ่านย่านประวัติศาสตร์ของกรุงปารีสได้อย่างสะดวก

  • สถานี Cité (สาย 4) อยู่ใกล้มหาวิหารมากที่สุด
  • สถานี Saint-Michel (สาย 4)
  • สถานี Hôtel de Ville (สาย 1 และ 11)
  • เดินต่อประมาณ 10–15 นาที
  • เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในตัวเมืองปารีส
  •  
🚆

รถไฟ RER

สะดวกสำหรับผู้มาจากสนามบิน

2เดินทางด้วยรถไฟ RER

หากเดินทางมาจากสนามบินหรือชานเมือง การใช้รถไฟ RER เป็นอีกตัวเลือกที่สะดวก โดยสามารถลงที่สถานี Saint-Michel – Notre-Dame ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟ RER สาย B และ C จากสถานีนี้สามารถเดินไปยังมหาวิหารได้ในเวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น

  • RER สาย B และ C
  • ลงที่สถานี Saint-Michel – Notre-Dame
  • เดินถึงมหาวิหารภายในประมาณ 5 นาที
  • เชื่อมต่อจากสนามบิน Charles de Gaulle และชานเมืองได้สะดวก
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากนอกใจกลางกรุงปารีส
🚌

รถบัส

ชมวิวเมืองระหว่างทาง

3เดินทางด้วยรถบัส

รถบัสสาธารณะหลายสายของ RATP Group วิ่งผ่านบริเวณใกล้มหาวิหาร Notre-Dame Cathedral เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมบรรยากาศของกรุงปารีสระหว่างการเดินทาง พร้อมสัมผัสย่านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันสวยงามตลอดเส้นทาง

  • รถบัสสาย 21
  • รถบัสสาย 38
  • รถบัสสาย 47
  • รถบัสสาย 85
  • มีป้ายจอดบริเวณรอบเกาะ Île de la Cité
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวเมืองระหว่างทาง
🚶‍♂️🚲

เดินเท้า / จักรยาน

สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า

4เดินเท้าหรือปั่นจักรยาน

เนื่องจากมหาวิหาร Notre-Dame Cathedral ตั้งอยู่ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของกรุงปารีส นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินเท้าหรือปั่นจักรยานมาจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใกล้เคียง เพื่อสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าและชมสถาปัตยกรรมอันงดงามตลอดเส้นทาง

  • เดินจาก Louvre Museum ประมาณ 15–20 นาที
  • เดินจาก Sainte-Chapelle เพียงไม่กี่นาที
  • มีจุดให้บริการจักรยานสาธารณะ Vélib’ Métropole หลายแห่ง
  • เหมาะสำหรับการชมวิวและถ่ายภาพเมืองปารีส
  • สามารถแวะเที่ยวสถานที่สำคัญรอบเกาะ Île de la Cité ได้สะดวก
⛴️

ล่องเรือแม่น้ำแซน

ชมวิว Notre-Dame จากแม่น้ำ

5ล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine River Cruise)

อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมคือการล่องเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำ Seine River ซึ่งหลายบริษัทมีจุดจอดใกล้มหาวิหาร Notre-Dame Cathedral ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของสถาปัตยกรรมโกธิกอันโดดเด่นจากมุมมองกลางแม่น้ำ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพที่สวยที่สุดของกรุงปารีส

  • ชมวิว Notre-Dame จากมุมมองริมแม่น้ำแซน
  • เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์เมือง
  • มีท่าเรือท่องเที่ยวหลายแห่งใกล้เกาะ Île de la Cité
  • ได้รับความนิยมทั้งในช่วงกลางวันและช่วงพระอาทิตย์ตก
  • สามารถเที่ยวชมสถานที่สำคัญริมแม่น้ำแซนได้ในทริปเดียว

 

 

 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยว

การเลือกช่วงเวลาในการเยี่ยมชมมหาวิหารนอเทรอดามในเมือง Paris สามารถช่วยให้การเที่ยวชมสะดวกสบายและได้สัมผัสบรรยากาศของสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของปารีส จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากตลอดทั้งปี การเลือกเวลาให้เหมาะสมจะช่วยหลีกเลี่ยงฝูงชนและทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามยิ่งขึ้น

 

1. ช่วงเช้าตรู่ บรรยากาศสงบและคนไม่พลุกพล่าน
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเยี่ยมชม Notre-Dame Cathedral โดยเฉพาะหลังเปิดทำการไม่นาน นักท่องเที่ยวจะยังไม่มาก ทำให้สามารถเดินชมภายในมหาวิหารและชื่นชมรายละเอียดสถาปัตยกรรมโกธิกได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ แสงแดดยามเช้ายังช่วยให้กระจกสีภายในมหาวิหารสะท้อนแสงได้อย่างสวยงาม

 

2. ช่วงเย็นและพระอาทิตย์ตก วิวสวยโรแมนติก
อีกช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมคือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ซึ่งแสงสีทองจะส่องกระทบตัวมหาวิหาร ทำให้สถาปัตยกรรมดูโดดเด่นเป็นพิเศษ บริเวณริมแม่น้ำ Seine River เป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะสำหรับชมวิวและถ่ายภาพมหาวิหารในช่วงเวลานี้

 

3. ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง อากาศกำลังดี
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณเดือนเมษายน–มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวปารีส อากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป และจำนวนนักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน ทำให้สามารถเที่ยวชม Notre-Dame Cathedral ได้อย่างสบาย

 

4. หลีกเลี่ยงช่วงฤดูท่องเที่ยวสูง
ช่วงฤดูร้อนของยุโรป (ประมาณเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม) เป็นช่วงที่ปารีสมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้บริเวณรอบมหาวิหารมีคนหนาแน่นและอาจต้องรอคิวนาน หากต้องการประสบการณ์ที่สงบกว่า ควรเลือกเดินทางในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นแทน

 

5. ช่วงเทศกาลคริสต์มาส บรรยากาศพิเศษ
ในช่วงเทศกาล Christmas มหาวิหารจะมีการจัดพิธีทางศาสนาและการประดับตกแต่งที่สวยงามเป็นพิเศษ ทำให้บรรยากาศภายในมหาวิหารมีความศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่น แม้จะมีผู้คนจำนวนมาก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

 

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: มหาวิหาร Notre-Dame Cathedral อยู่ที่ไหน?

มหาวิหาร Notre-Dame Cathedral ตั้งอยู่บนเกาะอีล เดอ ลา ซิเต้ (Île de la Cité) ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

Q2: Notre-Dame Cathedral สร้างขึ้นเมื่อใด?

การก่อสร้างมหาวิหาร Notre-Dame Cathedral เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1163 ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 และใช้เวลาก่อสร้างนานเกือบ 200 ปี ก่อนจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ในราวปี ค.ศ. 1345

Q3: ใครเป็นผู้สร้างมหาวิหาร Notre-Dame Cathedral?

มหาวิหาร Notre-Dame Cathedral เริ่มต้นโครงการก่อสร้างโดยบิชอปมอริซ เดอ ซุลลี (Maurice de Sully) แห่งกรุงปารีส โดยมีช่างฝีมือ สถาปนิก และแรงงานจำนวนมากร่วมกันก่อสร้างต่อเนื่องหลายรุ่น จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมแบบกอทิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป

Q4: ปัจจุบัน Notre-Dame Cathedral เปิดให้เข้าชมหรือไม่?

ปัจจุบัน Notre-Dame Cathedral เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้อีกครั้ง หลังจากผ่านการบูรณะครั้งใหญ่จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี ค.ศ. 2019 อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางส่วนอาจมีการจำกัดการเข้าถึงหรือปรับเปลี่ยนตามแผนการบูรณะและมาตรการของทางมหาวิหาร

Q5: ค่าเข้าชม Notre-Dame Cathedral เท่าไหร่?

การเข้าชมภายในมหาวิหาร Notre-Dame Cathedral ไม่มีค่าใช้จ่าย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพื้นที่หลักได้ฟรี แต่หากมีการเปิดให้เข้าชมหอคอย นิทรรศการพิเศษ หรือกิจกรรมบางประเภท อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามที่ผู้ดูแลสถานที่กำหนด

Q6: ต้องจองคิวล่วงหน้าเพื่อเข้าชม Notre-Dame Cathedral หรือไม่?

แม้ว่าการเข้าชมทั่วไปจะไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แต่ในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือวันหยุดสำคัญ อาจมีผู้เข้าชมจำนวนมาก การจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ (หากมีให้บริการ) จะช่วยลดเวลารอคิวและทำให้การเข้าชมสะดวกมากยิ่งขึ้น

Q7: ใช้เวลาเที่ยว Notre-Dame Cathedral กี่ชั่วโมง?

โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาเที่ยวชมประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อสำรวจสถาปัตยกรรมภายใน ชมกระจกสีอันงดงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมหาวิหาร หากต้องการเดินเล่นรอบเกาะอีล เดอ ลา ซิเต้ หรือแวะสถานที่ใกล้เคียง อาจใช้เวลาครึ่งวันได้อย่างสบาย

Q8: ภายใน Notre-Dame Cathedral มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

ภายในมหาวิหารมีจุดเด่นมากมาย เช่น กระจกกุหลาบ (Rose Window) อันเลื่องชื่อ เสาสูงและเพดานแบบกอทิก แท่นบูชาหลัก งานประติมากรรมทางศาสนา รวมถึงบรรยากาศอันสงบและศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี

Q9: สามารถขึ้นไปชมวิวบนหอคอย Notre-Dame Cathedral ได้หรือไม่?

หอคอยของ Notre-Dame Cathedral เคยเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวกรุงปารีสและชมรูปปั้นการ์กอยล์ (Gargoyle) อันโด่งดังได้ อย่างไรก็ตาม การเปิดให้เข้าชมหอคอยขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการบูรณะและมาตรการด้านความปลอดภัย ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง

Q10: สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ Notre-Dame Cathedral มีอะไรบ้าง?

บริเวณรอบมหาวิหารมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น Sainte-Chapelle ที่มีหน้าต่างกระจกสีสวยงาม, Conciergerie อดีตพระราชวังและเรือนจำประวัติศาสตร์, จัตุรัส Square Jean XXIII, ย่าน Latin Quarter รวมถึงแม่น้ำแซนที่เหมาะสำหรับเดินเล่นและล่องเรือชมเมืองปารีสอย่างเพลิดเพลิน.

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและทัวร์ที่ดีที่สุดในปารีส (Paris)

เลือกจองทัวร์และบัตรเข้าชมสถานที่ยอดนิยมในปารีส เพื่อเที่ยวได้สะดวก ประหยัดเวลา และสัมผัสไฮไลต์สำคัญ

Klook.com

จองโรงแรมและที่พักในปารีส (Paris)

ค้นหาโรงแรมและที่พักในปารีสที่เหมาะกับการเดินทางของคุณ พร้อมเปรียบเทียบตัวเลือกยอดนิยมในทำเลที่สะดวก

Klook.com

Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.