Top
เที่ยวลีลล์ (Lille)

Lille (ลีลล์) เป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส และเป็นเมืองหลวงของแคว้น Hauts-de-France ตั้งอยู่ใกล้พรมแดนเบลเยียม ทำให้เมืองมีบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมฝรั่งเศสและแฟลนเดอร์สได้อย่างโดดเด่น Lille มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกลาง และเคยเป็นเมืองการค้าที่สำคัญ ก่อนจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมของภาคเหนือของฝรั่งเศสในปัจจุบัน

เสน่ห์ของ Lille อยู่ที่การผสมผสานระหว่าง ย่านเมืองเก่า สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยเฉพาะ Vieux-Lille (เมืองเก่าลีลล์) ที่โดดเด่นด้วยอาคารสีสันสดใสและสถาปัตยกรรมแบบแฟลนเดอร์ส รวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง Grand’Place, Vieille Bourse, Notre-Dame de la Treille และ Beffroi de l’Hôtel de Ville ซึ่งหอระฆังของศาลาว่าการเมืองมีความสูง 104 เมตรและเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก UNESCO

นอกจากมรดกทางประวัติศาสตร์แล้ว Lille ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ศิลปะ อาหาร และบรรยากาศเมืองที่มีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชม Palais des Beaux-Arts de Lille ซึ่งมีคอลเลกชันศิลปะสำคัญจำนวนมาก หรือเดินเล่นตามตรอกซอกซอยของ Vieux-Lille พร้อมแวะชิมอาหารท้องถิ่นในร้านสไตล์ estaminet รวมถึงอาหารที่ใช้ชีส Maroilles และเบียร์จากภูมิภาค นอกจากนี้ Lille ยังเป็นจุดหมายที่เดินทางเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญอื่น ๆ ในยุโรปได้สะดวก จึงเหมาะทั้งสำหรับการเที่ยวแบบเมืองเดียวและการจัด Lille เป็นส่วนหนึ่งของทริปฝรั่งเศสตอนเหนือ

ทำไมต้องไปเที่ยว Lille (Why Visit Lille?)

  • เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบแฟลนเดอร์ส – Lille มีเอกลักษณ์จากสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมแฟลนเดอร์สอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในย่าน Vieux-Lille ที่มีอาคารอิฐสีแดงและอาคารสีสันสดใส ถนนปูด้วยหิน และตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหาร บรรยากาศของย่านนี้สะท้อนประวัติศาสตร์ของ Lille ได้อย่างโดดเด่น เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมือง
  • Grand’Place และสถาปัตยกรรมใจกลางเมืองที่โดดเด่น – Place du Général de Gaulle หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า Grand’Place เป็นจัตุรัสสำคัญใจกลาง Lille และเป็นหนึ่งในจุดที่สะท้อนความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมของเมืองได้ดีที่สุด รอบจัตุรัสมีสถานที่สำคัญอย่าง Vieille Bourse อาคารตลาดหลักทรัพย์เก่าในสไตล์แฟลนเดอร์ส และอาคาร La Voix du Nord ทำให้บริเวณนี้เป็นจุดที่เหมาะสำหรับชมสถาปัตยกรรมและสัมผัสบรรยากาศใจกลางเมือง
  • ชมศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลกที่ Palais des Beaux-Arts – Lille เป็นเมืองที่มีแหล่งวัฒนธรรมสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะ Palais des Beaux-Arts ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญที่สุดของฝรั่งเศส และมีคอลเลกชันศิลปะยุโรปจำนวนมาก ทั้งภาพวาด ประติมากรรม ภาพวาดลายเส้น และเซรามิก รวมถึงผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Rubens, Van Dyck, Goya, Delacroix และ Rodin จึงเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะและประวัติศาสตร์
  • สัมผัสประวัติศาสตร์ผ่าน Citadelle de Lille และมรดกของ Vauban – Lille มีมรดกทางประวัติศาสตร์และการทหารที่โดดเด่น โดย Citadelle de Lille เป็นป้อมปราการรูปดาวขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ตามแนวคิดการออกแบบของ Vauban ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับเดินเล่นและพักผ่อน ขณะที่หอระฆังของศาลาว่าการ Lille ซึ่งสูง 104 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก UNESCO ในกลุ่ม Belfries of Belgium and France และสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองจากด้านบนได้
  • เมืองที่โดดเด่นทั้งอาหาร ขนม และวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ – Lille ตั้งอยู่ในภูมิภาค Hauts-de-France ซึ่งมีวัฒนธรรมอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากประเพณีของภาคเหนือและแฟลนเดอร์ส นักท่องเที่ยวสามารถลองอาหารท้องถิ่นและขนมขึ้นชื่อ เช่น carbonnade flamande, Welsh, maroilles และวาฟเฟิลแบบ Lille รวมถึงสัมผัสบรรยากาศของ estaminet ร้านอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ Lille และภูมิภาคโดยรอบยังมีวัฒนธรรมการผลิตและดื่มเบียร์ที่โดดเด่น ทำให้การเที่ยวเมืองนี้มีมิติด้านอาหารและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับเมืองลีลล์ (Lille)

ประวัติความเป็นมาของเมืองลีลล์ (History Of Lille)

Lille_France_Mapจุดกำเนิดและการเติบโตในยุคกลาง
ลีลล์ (Lille) มีจุดเริ่มต้นจากชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำ Deûle ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อการคมนาคมและการค้าของภูมิภาค หลักฐานเอกสารที่กล่าวถึงเมืองอย่างชัดเจนปรากฏในปี ค.ศ. 1066 โดยใช้ชื่อว่า “Isla” ในยุคกลาง Lille อยู่ภายใต้ County of Flanders และค่อย ๆ เติบโตเป็นเมืองการค้าสำคัญจากตำแหน่งที่ตั้งระหว่างเส้นทางการค้าของยุโรปเหนือ โดยเฉพาะการค้าสิ่งทอและสินค้าเกษตร

 

ยุคเบอร์กันดีและการเข้าสู่ฝรั่งเศส
ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 Lille เข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจของ Dukes of Burgundy และกลายเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของดินแดนฟลานเดอร์ ต่อมาหลังปี ค.ศ. 1477 เมืองเข้าสู่อิทธิพลของราชวงศ์ฮับส์บูร์กและอยู่ภายใต้ Spanish Netherlands จนกระทั่ง ค.ศ. 1667 กองทัพของ Louis XIV เข้ายึด Lille และผนวกเมืองเข้ากับฝรั่งเศส หลังจากนั้น Vauban ได้สร้าง Citadelle de Lille เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันเมือง

 

Lille สู่เมืองอุตสาหกรรม
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 Lille เติบโตอย่างรวดเร็วจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหล็ก และเคมี ทำให้ประชากรและพื้นที่เมืองขยายตัวอย่างมาก ในปี ค.ศ. 1858 Lille ผนวกชุมชนโดยรอบหลายแห่ง เช่น Wazemmes, Esquermes, Moulins และ Fives ส่งผลให้เมืองมีขนาดใหญ่ขึ้นและกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของภาคเหนือของฝรั่งเศส

 

จากเมืองอุตสาหกรรมสู่ศูนย์กลางยุโรป
ในศตวรรษที่ 20 Lille ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกทั้งสองครั้งและการถดถอยของอุตสาหกรรมดั้งเดิม เมืองจึงปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคบริการ การค้า วัฒนธรรม และธุรกิจสมัยใหม่ การเปิดเส้นทาง TGV ไปปารีสในปี 1993, การพัฒนาเขต Euralille และการมาถึงของ Eurostar ในปี 1994 ช่วยเพิ่มบทบาทของ Lille ในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมระหว่าง Paris, Brussels และ London ปัจจุบันเมืองยังคงโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม โดยได้รับเลือกเป็น European Capital of Culture ในปี 2004

 

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองลีลล์ (Top Attractions)

ลีลล์ (Lille) เป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของฝรั่งเศส มีทั้งย่านเมืองเก่า อาคารสถาปัตยกรรมแบบเฟลมิช พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และพื้นที่สีเขียว นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมสถานที่สำคัญหลายแห่งได้ภายในใจกลางเมือง และเดินเชื่อมต่อกันได้ค่อนข้างสะดวก สำหรับผู้ที่มาเที่ยวลีลล์เป็นครั้งแรก สถานที่ต่อไปนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ควรใส่ไว้ในแผนการเดินทาง โดยครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ สถาปัตยกรรม และบรรยากาศของเมือง

 

1. Vieux-Lille (ย่านเมืองเก่าลีลล์)

Vieux-Lille เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง โดดเด่นด้วยถนนปูหิน อาคารอิฐและหินสีสันหลากหลาย รวมถึงอาคารเก่าแก่ที่สะท้อนพัฒนาการของลีลล์ในอดีต ย่านนี้เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ เพราะมีทั้งร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน จุดเด่นของ Vieux-Lille คือสามารถเดินชมสถาปัตยกรรมและบรรยากาศเมืองได้โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดเส้นทางตายตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินต่อไปยัง Cathédrale Notre-Dame-de-la-Treille, Hospice Comtesse และบริเวณ Quai du Wault ได้อย่างสะดวก จึงเหมาะมากสำหรับเริ่มต้นทำความรู้จักกับเมืองลีลล์

• ที่ตั้ง: Vieux-Lille, 59800 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับการเดินเที่ยวในพื้นที่สาธารณะของย่านเมืองเก่า
• เวลาเปิด: พื้นที่สาธารณะสามารถเดินเที่ยวได้ตลอดวัน แต่ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวภายในย่านมีเวลาเปิดแตกต่างกัน
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินจาก Grand’Place ได้ หรือใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี Rihour แล้วเดินต่อเข้าสู่ย่าน Vieux-Lille
• คำแนะนำ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงสำหรับเดินชมตรอก ถนน อาคารเก่า รวมถึงแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ในย่าน


📍ดูแผนที่ Google Map

 

2. Place du Général-de-Gaulle (จัตุรัสกร็องด์ปลาซ)

Grand’Place หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Place du Général-de-Gaulle ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของลีลล์ จัตุรัสแห่งนี้รายล้อมด้วยอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมหลากหลาย โดยเฉพาะอาคารแบบเฟลมิชที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน บริเวณ Grand’Place ยังเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น Vieille Bourse, Théâtre du Nord และอาคาร La Voix du Nord จึงสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเที่ยวใจกลางเมืองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าต่าง ๆ

• ที่ตั้ง: Place du Général de Gaulle, 59800 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: พื้นที่จัตุรัสสามารถเข้าชมได้ตลอดเวลา
• วิธีเดินทาง: ใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี Rihour หรือเดินจากสถานี Lille-Flandres ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
• คำแนะนำ: ควรมาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อเดินชมอาคารโดยรอบและถ่ายภาพบรรยากาศของจัตุรัส


📍ดูแผนที่ Google Map

 

3. Vieille Bourse (ตลาดหลักทรัพย์เก่า)

Vieille Bourse หรือ Old Stock Exchange เป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดของลีลล์ สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 โดยสถาปนิก Julien Destrée และตั้งอยู่ระหว่าง Grand’Place กับ Place du Théâtre อาคารประกอบด้วยอาคารย่อยหลายหลังที่ล้อมรอบลานกลางอย่างสวยงาม บริเวณลานด้านในมีบรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่จัตุรัสด้านนอก และในช่วงที่เปิดให้เข้าชมยังสามารถพบร้านหนังสือมือสองและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งจุดถ่ายภาพและสถานที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ด้านการค้าและสถาปัตยกรรมของเมืองได้เป็นอย่างดี

• ที่ตั้ง: Place du Général de Gaulle, 59000 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: เวลาเปิดพื้นที่ด้านในอาจเปลี่ยนแปลงตามกิจกรรมและตลาดหนังสือ ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
• วิธีเดินทาง: ใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี Rihour แล้วเดินต่อ หรือเดินจากสถานี Lille-Flandres
• คำแนะนำ: หากต้องการชมลานด้านใน ควรตรวจสอบช่วงเวลาที่เปิดก่อนเดินทาง และจับคู่กับการเที่ยว Grand’Place ได้ในทริปเดียวกัน


📍ดูแผนที่ Google Map

 

4. Palais des Beaux-Arts de Lille (พิพิธภัณฑ์ศิลปะ)

Palais des Beaux-Arts de Lille เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บริเวณ Place de la République ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะยุโรปหลากหลายยุค รวมถึงผลงานของศิลปินชื่อดัง เช่น Rubens, Van Dyck, Goya, Delacroix และประติมากรรมของ Rodin และศิลปินสำคัญอีกหลายคน นอกจากภาพวาดและประติมากรรมแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังมีคอลเลกชันภาพวาดลายเส้นและแผนผังนูนของเมืองป้อมปราการที่สร้างขึ้นในยุคของ Vauban จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรม โดยการเข้าชมภายในต้องใช้เวลามากกว่าการแวะชมแลนด์มาร์กทั่วไป

• ที่ตั้ง: Place de la République, 59000 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ค่าบัตรเข้าชมอาจแตกต่างตามนิทรรศการและประเภทบัตร ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนเดินทาง
• เวลาเปิด: โดยทั่วไปเปิดวันจันทร์ช่วงบ่าย และวันพุธ–อาทิตย์ 10:00–18:00 น. ปิดวันอังคาร
• วิธีเดินทาง: ใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี République – Beaux-Arts
• คำแนะนำ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5–2 ชั่วโมงสำหรับการเข้าชม และตรวจสอบนิทรรศการชั่วคราวก่อนเดินทาง


📍ดูแผนที่ Google Map

 

5. Cathédrale Notre-Dame-de-la-Treille

Cathédrale Notre-Dame-de-la-Treille ตั้งอยู่ใจกลาง Vieux-Lille เป็นมหาวิหารที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากโบสถ์เก่าแก่หลายแห่งในฝรั่งเศส การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 1854 และใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ทำให้อาคารแห่งนี้มีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างแนวคิดแบบโกธิกกับยุคสมัยใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือด้านหน้าของมหาวิหารใช้หินอ่อนสีอ่อนที่มีลักษณะโปร่งแสง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ร่วมสมัยเมื่อมองจากด้านนอก ขณะที่ภายในมีพื้นที่กว้างและผลงานศิลปะทางศาสนาหลายชิ้น สถานที่แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรแวะเมื่อเดินเที่ยว Vieux-Lille

• ที่ตั้ง: Place Gilleson, 59800 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าชมพื้นที่หลักของมหาวิหาร
• เวลาเปิด: เวลาเปิดสำหรับผู้เข้าชมอาจเปลี่ยนตามพิธีกรรมและกิจกรรมทางศาสนา ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินจาก Grand’Place ได้ หรือใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี Rihour แล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง หากมีพิธีกรรมทางศาสนากำลังดำเนินอยู่


📍ดูแผนที่ Google Map

 

6. Beffroi de l’Hôtel de Ville de Lille (หอระฆังศาลาว่าการ)

Beffroi de l’Hôtel de Ville เป็นหอระฆังสูง 104 เมตรที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลีลล์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก UNESCO ในกลุ่ม Belfries of Belgium and France หอระฆังสร้างขึ้นพร้อมกับศาลาว่าการในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดย Émile Dubuisson เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนเพื่อมองเห็นเมืองลีลล์และพื้นที่โดยรอบแบบ 360 องศา เส้นทางขึ้นมีบันไดช่วงแรกประมาณ 100 กว่าขั้น ก่อนสามารถใช้ลิฟต์ต่อขึ้นไปด้านบน จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวเมืองจากมุมสูง

• ที่ตั้ง: Place Augustin Laurent, 59000 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ €7.50–€9 ขึ้นอยู่กับช่องทางและประเภทบัตร
• เวลาเปิด: โดยทั่วไปวันอังคาร–อาทิตย์ 10:00–13:00 น. และ 14:00–17:30 น. โดยรอบเข้าชมอาจมีการจำกัดจำนวน
• วิธีเดินทาง: ใช้ Metro สาย M2 ลงสถานี Mairie de Lille
• คำแนะนำ: ควรจองล่วงหน้าในช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมาก และไม่ควรนำกระเป๋าใบใหญ่หรือสัมภาระขนาดใหญ่เข้าไป


📍ดูแผนที่ Google Map

 

7. Citadelle de Lille (ป้อมปราการลีลล์)

Citadelle de Lille เป็นป้อมปราการรูปดาวขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1670 ตามแนวคิดของ Sébastien Le Prestre de Vauban วิศวกรทหารคนสำคัญในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ป้อมแห่งนี้เป็นผลงานด้านวิศวกรรมการทหารที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเมือง และปัจจุบันพื้นที่ป้อมยังมีบทบาททางทหารอยู่ พื้นที่รอบ Citadelle เป็นส่วนหนึ่งของ Parc de la Citadelle ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ประมาณ 110 เฮกตาร์ เหมาะสำหรับเดินเล่น วิ่ง ปั่นจักรยาน และพักผ่อนริมแม่น้ำ Deûle อย่างไรก็ตาม ตัวป้อมปราการบางส่วนเป็นพื้นที่ทหาร จึงไม่สามารถเดินเข้าไปสำรวจได้อย่างอิสระทุกจุด การเข้าชมส่วนภายในควรใช้บริการทัวร์ที่ได้รับอนุญาต

• ที่ตั้ง: Avenue du 43e Régiment d’Infanterie, 59800 Lille, France
• ค่าเข้าชม: สวนและพื้นที่สาธารณะโดยรอบเข้าชมฟรี ส่วนการเข้าชมตัวป้อมต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหรือทัวร์ที่กำหนด
• เวลาเปิด: พื้นที่สวนสามารถเข้าชมได้ตลอดวัน ส่วนพื้นที่ป้อมมีข้อจำกัดเนื่องจากยังเป็นพื้นที่ทางทหาร
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินจาก Vieux-Lille หรือใช้รถโดยสารไปยังบริเวณ Citadelle
• คำแนะนำ: ไม่ควรเดินล้ำเข้าเขตทหาร ควรเลือกเดินตามเส้นทางสาธารณะรอบป้อม และหากต้องการชมด้านในควรจองทัวร์ล่วงหน้า


📍ดูแผนที่ Google Map

 

8. Musée de l’Hospice Comtesse

Musée de l’Hospice Comtesse ตั้งอยู่ในใจกลาง Vieux-Lille และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง อาคารแห่งนี้เริ่มต้นจากโรงพยาบาลที่ก่อตั้งโดย Jeanne de Flandre ในปี 1237 ส่วนอาคารที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15, 17 และ 18 ภายในพิพิธภัณฑ์มีทั้งหอผู้ป่วยเก่า โบสถ์ อาคารของคณะภคินี และสวนสมุนไพร นอกจากนี้ยังจัดแสดงภาพวาด สิ่งทอ งานไม้ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปั้นดินเผา และสิ่งของที่สะท้อนวิถีชีวิตของภูมิภาคในอดีต จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ของลีลล์ผ่านอาคารจริงและคอลเลกชันทางวัฒนธรรม

• ที่ตั้ง: 32 Rue de la Monnaie, 59800 Lille, France
• ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และอัตราพิเศษสำหรับบางกลุ่ม ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนเดินทาง
• เวลาเปิด: วันจันทร์ 14:00–18:00 น. และวันพุธ–อาทิตย์ 10:00–18:00 น. ปิดวันอังคาร
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินจาก Grand’Place หรือใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี Rihour แล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับจัดคู่กับการเดินเที่ยว Vieux-Lille และควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงสำหรับชมพิพิธภัณฑ์


📍ดูแผนที่ Google Map

 

9. Jardin Vauban (สวนโวบ็อง)

Jardin Vauban เป็นสวนภูมิทัศน์สไตล์อังกฤษที่สร้างขึ้นในปี 1863 โดย Jean-Pierre Barillet-Deschamps นักออกแบบภูมิทัศน์ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวของเมือง สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ Citadelle และเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมจากชาวเมืองและนักท่องเที่ยว ภายในสวนมีทั้งสนามหญ้า ทางเดิน ต้นไม้หลากหลายชนิด และถ้ำจำลองที่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่น่าสนใจ บริเวณใกล้เคียงยังสามารถเดินต่อไปยัง Citadelle และ Parc de la Citadelle ได้ ทำให้เหมาะสำหรับเพิ่มเข้าไปในเส้นทางเที่ยวแบบธรรมชาติหลังจากเดินชมย่านเมืองเก่า

• ที่ตั้ง: 1 Boulevard Vauban, 59800 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: พื้นที่สวนสามารถเข้าชมได้ตลอดวัน ทั้งนี้เวลาเปิด–ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
• วิธีเดินทาง: ใช้รถโดยสาร Liane 5 ลงป้าย Champ de Mars แล้วเดินต่อไปยังสวน
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับเดินเล่นและพักผ่อน โดยสามารถเที่ยวต่อกับ Citadelle และ Parc de la Citadelle ได้ในเส้นทางเดียวกัน


📍ดูแผนที่ Google Map

 

10. Porte de Paris (ประตูเมืองปารีส)

Porte de Paris เป็นประตูเมืองแบบ Arc de Triomphe สร้างขึ้นปี 1685–1692 เพื่อเฉลิมฉลองการยึดเมืองลีลล์โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในปี 1667 โดยออกแบบโดย Simon Vollant ซึ่งเป็นวิศวกรที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง Citadelle de Lille ร่วมกับ Vauban บริเวณประตูมีงานประติมากรรมที่สื่อถึงชัยชนะและอำนาจของกษัตริย์ฝรั่งเศส รวมถึงรูป Hercules และ Mars ก่อนพื้นที่โดยรอบจะเปลี่ยนแปลงเมื่อกำแพงเมืองถูกรื้อออกในศตวรรษที่ 19 ปัจจุบัน Porte de Paris เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญที่สามารถชมได้จากพื้นที่สาธารณะ และเป็นจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจย่านใจกลางเมือง

• ที่ตั้ง: Place Simon Vollant, 59000 Lille, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: สามารถชมจากพื้นที่สาธารณะได้ตลอดเวลา
• วิธีเดินทาง: ใช้ Metro สาย M1 ลงสถานี Porte de Douai หรือเดินจากสถานี Lille-Flandres / ใจกลางเมือง
• คำแนะนำ: ใช้เวลาชมประมาณ 15–30 นาที และสามารถเดินต่อไปยัง Hôtel de Ville และ Beffroi ได้


📍ดูแผนที่ Google Map

 

อาหารและไวน์ท้องถิ่น (Local Cuisine & Wine)

Lille (ลีลล์) เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมอาหารได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจากแคว้น Flanders และภูมิภาค Nord ของฝรั่งเศส โดยอาหารท้องถิ่นมักมีรสชาติเข้มข้น ใช้วัตถุดิบอย่างเนื้อวัว ชีส Maroilles เบียร์ ขนมปัง และมันฝรั่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ เมนูคลาสสิกสามารถพบได้ตาม estaminet ซึ่งเป็นร้านอาหารรูปแบบดั้งเดิมของภาคเหนือที่มีบรรยากาศแบบเฟลมิชและเสิร์ฟอาหารประจำภูมิภาค

นอกจากอาหารคาวแล้ว Lille ยังมีชื่อเสียงด้านขนมและของหวาน โดยเฉพาะ Gaufre lilloise หรือวาฟเฟิลแบบลีลล์, Merveilleux, Cramique และ Tarte au sucre ส่วนด้านเครื่องดื่มนั้น เบียร์ถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหาร Lille และมหานคร Lille มีทั้งโรงเบียร์แบบดั้งเดิมและคราฟต์บริวเวอรีที่สามารถพบได้ในเมืองและพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ Genièvre หรือเหล้าจูนิเปอร์เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการดื่มของภูมิภาค Nord อย่างมาก

 

แนะนำอาหารและขนมท้องถิ่นที่ควรลอง

1. Carbonade Flamande (คาร์โบนาด ฟลาม็องด์)
Carbonade Flamande เป็นหนึ่งในอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมอาหารของ Lille และ Flanders ได้อย่างชัดเจน เป็นเนื้อวัวที่เคี่ยวอย่างช้า ๆ กับเบียร์เข้มจากภูมิภาค Nord จนเนื้อนุ่มและน้ำซอสมีรสเข้มข้น โดยสูตรแบบดั้งเดิมมักใช้ขนมปังขิง (pain d’épices) และมัสตาร์ดเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ มักเสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ ซึ่งเป็นเมนูที่พบได้ทั่วไปใน estaminet ของ Lille
• รสชาติ: เข้มข้น หอมมอลต์ มีรสหวานเค็มเล็กน้อย
• ส่วนประกอบหลัก: เนื้อวัว เบียร์ ขนมปังขิง และมัสตาร์ด
• ควรกินคู่กับ: เฟรนช์ฟรายส์และเบียร์ท้องถิ่น
• เหมาะสำหรับ: มื้อกลางวันหรือมื้อค่ำใน estaminet

 

2. Welsh (เวลช์)
Welsh เป็นอาหารยอดนิยมของภาคเหนือของฝรั่งเศส แม้ชื่อและต้นกำเนิดทางวัฒนธรรมจะเชื่อมโยงกับ Welsh rarebit แต่เวอร์ชันที่พบใน Nord และ Lille มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้ขนมปังแช่หรือราดด้วยเบียร์ ก่อนนำมาประกบกับแฮม มัสตาร์ด และเชดดาร์ แล้วอบจนชีสละลายเป็นชั้นครีมข้นด้านบน เมนูนี้พบได้บ่อยในร้านอาหารแบบ estaminet ของ Lille
• รสชาติ: มัน เข้มข้น หอมชีสและเบียร์
• ส่วนประกอบหลัก: ขนมปัง เชดดาร์ แฮม เบียร์ และมัสตาร์ด
• ควรกินคู่กับ: เฟรนช์ฟรายส์
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบเมนูชีสและอาหารรสเข้ม

 

3. Potjevleesch (ปอตเชอเฟลช)
Potjevleesch เป็นอาหารเย็นแบบดั้งเดิมของภูมิภาค Flanders และ Nord โดยนำเนื้อสีขาวหลายชนิด เช่น ไก่ กระต่าย และลูกวัว มาปรุงแล้วเสิร์ฟในเยลลี่ใส อาหารชนิดนี้เป็นหนึ่งในเมนูท้องถิ่นที่พบได้ตามร้านอาหารแบบดั้งเดิมใน Lille และมักรับประทานคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากสตูว์ทั่วไป เพราะนิยมเสิร์ฟแบบเย็น
• เนื้อที่พบได้บ่อย: ไก่ กระต่าย และลูกวัว
• ลักษณะ: เนื้อสัตว์ในเยลลี่
• วิธีรับประทาน: มักเสิร์ฟเย็น
• ควรกินคู่กับ: เฟรนช์ฟรายส์และเบียร์

 

4. Poulet au Maroilles (ไก่ซอสชีส Maroilles)
Poulet au Maroilles เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือที่นำไก่มาปรุงกับชีส Maroilles ซึ่งเป็นชีสชื่อดังของภูมิภาค Hauts-de-France จนเกิดเป็นซอสชีสที่มีรสเข้มข้นและกลิ่นเฉพาะตัว เมนูนี้พบได้ในร้านอาหารท้องถิ่นและ estaminet ใน Lille และเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสัมผัสรสชาติของชีสประจำภูมิภาคผ่านอาหารจานหลัก
• ส่วนประกอบหลัก: ไก่และชีส Maroilles
• รสชาติ: ครีมมี่ เข้มข้น และมีกลิ่นชีสชัดเจน
• ควรกินคู่กับ: เฟรนช์ฟรายส์หรือขนมปัง
• เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการลองอาหารที่ใช้ชีสท้องถิ่น

 

5. Moules-Frites (หอยแมลงภู่กับเฟรนช์ฟรายส์)
Moules-Frites เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภาคเหนือของฝรั่งเศสและพบได้ทั่วไปใน Lille โดยหอยแมลงภู่อาจปรุงด้วยไวน์ขาวหรือซอส Maroilles แล้วเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ แม้เมนูนี้ไม่ได้เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดเฉพาะใน Lille แต่ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่สามารถพบได้ในร้านอาหารของเมืองและเข้ากับวัฒนธรรมอาหารของภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
• ส่วนประกอบหลัก: หอยแมลงภู่และเฟรนช์ฟรายส์
• ซอสที่พบได้: ไวน์ขาว หรือ Maroilles
• จุดเด่น: รสชาติเรียบง่ายแต่เข้ากับเบียร์ท้องถิ่นได้ดี
• เหมาะสำหรับ: มื้อกลางวันหรือมื้อค่ำแบบสบาย ๆ

 

6. Gaufre Lilloise (วาฟเฟิลแบบลีลล์)
Gaufre Lilloise เป็นของหวานที่มีความเกี่ยวข้องกับ Lille โดยตรง แตกต่างจากวาฟเฟิล Brussels ที่มีเนื้อฟูนุ่มและเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแบบโปร่ง วาฟเฟิลแบบ Lille จะมีลักษณะแบน บาง และนุ่ม พร้อมไส้หวาน โดยแบบดั้งเดิมนิยมใช้ vergeoise หรือน้ำตาลบีตรูตที่มีรสคาราเมล และปัจจุบันมีไส้หลากหลาย เช่น วานิลลา สเปกูโลส และกาแฟ
• ลักษณะ: แบน บาง และนุ่ม
• ไส้ที่พบได้: Vergeoise, วานิลลา, สเปกูโลส และกาแฟ
• สถานที่ที่มีชื่อเสียง: Maison Méert ใน Vieux-Lille
• เหมาะสำหรับ: ของหวานหรือของว่างระหว่างเที่ยวเมือง

 

7. Merveilleux (แมร์เวยเยอ)
Merveilleux เป็นขนมหวานที่ประกอบด้วยเมอแรงก์สองชั้นและครีมเนื้อนุ่ม เคลือบหรือตกแต่งด้วยช็อกโกแลตหรือส่วนผสมอื่น ๆ ขนมชนิดนี้มีความโดดเด่นใน Lille โดยเฉพาะผ่านร้าน Aux Merveilleux de Fred ซึ่งมีจุดจำหน่ายในเมือง ข้อมูลจาก Office de Tourisme de Lille ระบุว่า Frédéric Vaucamps ได้พัฒนารูปแบบ Merveilleux ของเขาขึ้นในปี 1985 และทำให้ขนมชนิดนี้กลายเป็นของหวานที่มีชื่อเสียงของเมือง
• ส่วนประกอบหลัก: เมอแรงก์ ครีม และท็อปปิง
• รสชาติ: หวาน เบา และครีมมี่
• จุดเด่น: มีหลายรสชาติและรูปแบบ
• เหมาะสำหรับ: ของหวานหลังอาหารหรือซื้อกลับเป็นของฝาก

 

8. Cramique (ครามีก)
Cramique เป็นขนมปังบริออชเนื้อนุ่มที่พบในวัฒนธรรมอาหารของภาคเหนือและเบลเยียม โดยมักใส่ลูกเกด น้ำตาลเม็ด หรือช็อกโกแลตตามสูตรของแต่ละร้าน นิยมรับประทานในมื้อเช้าหรือช่วงบ่าย และสามารถพบได้ตามร้านเบเกอรี่และร้านขนมใน Lille
• ลักษณะ: บริออชนุ่ม หวานเล็กน้อย
• ส่วนผสมที่พบได้: ลูกเกด น้ำตาลเม็ด หรือช็อกโกแลต
• ช่วงเวลาที่นิยมกิน: มื้อเช้าหรือช่วงบ่าย
• ควรกินคู่กับ: กาแฟ ช็อกโกแลตร้อน หรือชา

 

9. Tarte au Sucre (ทาร์ตน้ำตาล)
Tarte au Sucre เป็นขนมพื้นเมืองที่พบได้ในภาคเหนือของฝรั่งเศส ทำจากแป้งบริออชที่โรยด้วย vergeoise และครีมสด ก่อนนำไปอบจนด้านบนมีสีทองและเกิดรสหวานหอมคล้ายคาราเมล เป็นอีกหนึ่งขนมที่ Office de Tourisme de Lille แนะนำให้ลองตามร้านเบเกอรี่และร้านขนมในเมือง
• ส่วนประกอบหลัก: แป้งบริออช Vergeoise และครีมสด
• รสชาติ: หวาน หอมคาราเมล และเนื้อนุ่ม
• แหล่งลอง: ร้านเบเกอรี่และ pâtisserie ท้องถิ่น
• เหมาะสำหรับ: ของหวานและของว่างช่วงบ่าย

 

แนะนำไวน์ท้องถิ่นและเครื่องดื่มที่ควรลอง

1. Bière du Nord / Bière Artisanale (เบียร์จากแคว้น Nord)
เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีบทบาทสำคัญมากในวัฒนธรรมอาหารของ Lille และมหานคร Lille มีทั้งโรงเบียร์ดั้งเดิมและคราฟต์บริวเวอรีหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถพบเบียร์หลายสไตล์ ตั้งแต่ Blonde, Blanche และ Ambrée ไปจนถึง IPA และเบียร์สูตรเฉพาะของโรงเบียร์ท้องถิ่น จึงถือเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการสัมผัสวัฒนธรรมของ Lille มากที่สุด
• ประเภทที่ควรลอง: Blonde, Blanche และ Ambrée
• อีกตัวเลือก: IPA และคราฟต์เบียร์จากโรงเบียร์ท้องถิ่น
• สถานที่ลอง: Estaminet, บาร์เบียร์ และ Taproom
• ควรกินคู่กับ: Carbonade Flamande, Welsh หรือชีส Maroilles

 

2. Bière de Garde (เบียร์แบบดั้งเดิมของภาคเหนือ)
Bière de Garde เป็นเบียร์สไตล์ดั้งเดิมที่มีความเชื่อมโยงกับภาคเหนือของฝรั่งเศส โดยเฉพาะวัฒนธรรมการผลิตเบียร์ของภูมิภาค Nord แม้จะไม่ใช่เครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดเฉพาะในตัวเมือง Lille แต่เป็นสไตล์เบียร์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำความรู้จักกับวัฒนธรรมการดื่มของพื้นที่ โดยสามารถพบเบียร์ประเภทนี้ได้ตามร้านอาหารและร้านเบียร์ใน Lille
• ลักษณะ: มักมีรสชาติซับซ้อนและมอลต์เด่น
• ประเภทที่พบ: Blonde, Ambrée และรูปแบบอื่น ๆ
• เหมาะกับ: อาหารเนื้อและชีส
• แนะนำ: ลองจับคู่กับ Carbonade Flamande

 

3. Genièvre (ฌอแนฟวร์)
Genièvre เป็นสุรากลั่นจากธัญพืชที่แต่งกลิ่นด้วยผลจูนิเปอร์ ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของภูมิภาค Nord โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ Lille แม้จะไม่ใช่เครื่องดื่มที่ผลิตเฉพาะในเมือง Lille แต่มีความสัมพันธ์กับภูมิภาคอย่างชัดเจน และยังพบได้ในบาร์และร้านอาหารท้องถิ่น
• ประเภท: สุรากลั่นจากธัญพืชแต่งกลิ่นจูนิเปอร์
• วิธีดื่ม: มักดื่มเป็น Digestif หลังอาหาร
• รสชาติ: มีกลิ่นสมุนไพรและจูนิเปอร์
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการลองเครื่องดื่มดั้งเดิมของ Nord

 

4. Chuche Mourette (ชูช มูแร็ตต์)
Chuche Mourette เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบในวัฒนธรรมการดื่มแบบ Nord ที่ผสม Genièvre กับ Cassis ทำให้ได้เครื่องดื่มมีรสหวานอมผลไม้มากกว่า Genièvre แบบดั้งเดิม เมนูเครื่องดื่มของ estaminet ใน Lille ยังคงมี Chuche Mourette เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย
• ส่วนประกอบหลัก: Genièvre และ Cassis
• รสชาติ: หวานและมีกลิ่นผลไม้
• เหมาะสำหรับ: ดื่มเป็น Aperitif
• ข้อควรทราบ: มีแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง

 

5. Jus de Pomme Régional (น้ำแอปเปิลจากภูมิภาค)
หากไม่ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำแอปเปิลจากภูมิภาคเป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว โดยสามารถพบผลิตภัณฑ์จากแอปเปิลในร้านอาหารและเครื่องดื่มของ Lille ได้ และยังมีการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ของร้านอาหารท้องถิ่นบางแห่ง จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสผลิตภัณฑ์จากภูมิภาคโดยไม่ต้องดื่มเบียร์หรือสุรา
• ไม่มีแอลกอฮอล์
• รสชาติ: หวานและหอมแอปเปิล
• เหมาะสำหรับ: ดื่มระหว่างวัน
• เหมาะกับ: ผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

 

เทศกาลและวัฒนธรรม (Culture & Festivals)

ลีลล์เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมฝรั่งเศสและฟลานเดอร์ส สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมของ Vieux Lille อาหารท้องถิ่น ศิลปะ การแสดง และเทศกาลต่าง ๆ ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะ Braderie de Lille ซึ่งเป็นงานสำคัญที่มีประวัติยาวนานและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเมือง นอกจากนี้ ลีลล์ยังมีงานด้านศิลปะร่วมสมัย อาหาร มรดกทางวัฒนธรรม และเทศกาลตามฤดูกาลที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองในมุมที่แตกต่างกัน

 

1. ตลาดนัดและเทศกาลสำคัญของลีลล์ (Braderie de Lille)
Braderie de Lille เป็นงานที่มีชื่อเสียงที่สุดงานหนึ่งของเมือง และมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ยุคกลาง ปัจจุบันถนนหลายสายของลีลล์จะเปลี่ยนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแผงขายของมือสอง ของสะสม ของเก่า และสินค้าต่าง ๆ พร้อมกิจกรรมและบรรยากาศเฉลิมฉลองทั่วเมือง อีกหนึ่งธรรมเนียมที่เชื่อมโยงกับงานอย่างชัดเจนคือการรับประทาน Moules-Frites หรือหอยแมลงภู่กับมันฝรั่งทอด ซึ่งกลายเป็นอาหารที่ผู้มาเยือนนิยมรับประทานในช่วง Braderie
• จัดขึ้นเป็นประจำในช่วง สุดสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน
• มีทั้งตลาดของมือสอง ของเก่า และของสะสม
• พื้นที่จัดงานครอบคลุมหลายบริเวณในใจกลางเมือง
• มีร้านอาหารและกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดช่วงเทศกาล
• Moules-Frites เป็นอาหารที่มีความเชื่อมโยงกับเทศกาลอย่างมาก

 

2. ศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมนานาชาติ (Lille3000)
Lille3000 เป็นโครงการด้านวัฒนธรรมที่ต่อยอดจากการที่ลีลล์ได้รับเลือกเป็น European Capital of Culture ในปี 2004 โดยนำศิลปะร่วมสมัย การแสดง นิทรรศการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศมาจัดแสดงในเมือง กิจกรรมของ Lille3000 ยังช่วยให้พื้นที่ต่าง ๆ ของลีลล์ เช่น Gare Saint Sauveur และ Le Tripostal กลายเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการพบปะระหว่างศิลปะร่วมสมัยกับผู้คนในเมือง
• นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย
• การแสดงและกิจกรรมทางวัฒนธรรม
• ผลงานจากศิลปินฝรั่งเศสและนานาชาติ
• กิจกรรมตามพื้นที่ศิลปะและสถานที่สำคัญของเมือง
• รูปแบบกิจกรรมและหัวข้อจัดแสดงอาจเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา

 

3. วันมรดกทางวัฒนธรรมยุโรป (European Heritage Days)
European Heritage Days หรือ Journées Européennes du Patrimoine เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สำรวจมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง โดยสถานที่สำคัญหลายแห่งอาจเปิดให้เข้าชมเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกิจกรรม เช่น การเยี่ยมชมแบบมีไกด์ นิทรรศการ และกิจกรรมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องราวของลีลล์มากกว่าการเที่ยวชมสถานที่ทั่วไป
• โดยทั่วไปจัดขึ้นในช่วง เดือนกันยายน
• เปิดโอกาสให้เข้าชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
• มีทัวร์และกิจกรรมพิเศษ
• เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
• สถานที่และกิจกรรมที่เปิดให้เข้าชมแตกต่างกันในแต่ละปี

 

4. เทศกาลอาหารร่วมสมัย (Lille Street Food Festival)
Lille Street Food Festival เป็นเทศกาลที่สะท้อนวัฒนธรรมอาหารร่วมสมัยของเมือง โดยรวบรวมร้านอาหาร เชฟ ผู้ผลิตอาหาร และผู้ผลิตเครื่องดื่มจากท้องถิ่นมาร่วมงาน นอกจากอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับการทำอาหาร ดนตรี และการแสดงต่าง ๆ ทำให้เทศกาลนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศด้านอาหารของลีลล์ในรูปแบบที่ทันสมัยและเป็นกันเอง
• จัดขึ้นโดยทั่วไปในช่วง ฤดูใบไม้ร่วง
• มีอาหารท้องถิ่นและอาหารนานาชาติ
• พบกับร้านอาหารและเชฟจากพื้นที่
• มีกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม
• มีดนตรีและกิจกรรมสร้างบรรยากาศภายในงาน

 

5. ตลาดคริสต์มาส (Lille Christmas Market)
ช่วงปลายปี ลีลล์จะเข้าสู่บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาส โดยบริเวณ Grand Place และพื้นที่โดยรอบจะมีการตกแต่งด้วยไฟประดับและจัดตั้งตลาดคริสต์มาส มีร้านค้าจำหน่ายของขวัญ งานฝีมือ อาหาร และเครื่องดื่มตามฤดูกาล รวมถึงกิจกรรมสำหรับครอบครัวและเครื่องเล่นต่าง ๆ ทำให้ช่วงปลายปีเป็นอีกช่วงที่เมืองมีบรรยากาศแตกต่างจากช่วงอื่น
• โดยทั่วไปจัดขึ้นในช่วง ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม
• ตลาดหลักอยู่บริเวณ Grand Place และพื้นที่ใจกลางเมือง
• มีสินค้าหัตถกรรมและของฝาก
• มีอาหารและเครื่องดื่มตามฤดูกาล
• มีไฟประดับและกิจกรรมสำหรับครอบครัว
• มีชิงช้าสวรรค์และเครื่องเล่นตามฤดูกาล

 

6. วัฒนธรรมอาหารของลีลล์ (Local Food Culture)
อาหารเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมลีลล์และภูมิภาค Hauts-de-France โดยได้รับอิทธิพลทั้งจากประเพณีอาหารฝรั่งเศสและวัฒนธรรมฟลานเดอร์ส เมนูอย่าง Moules-Frites มีความสัมพันธ์กับ Braderie de Lille อย่างเด่นชัด ขณะที่ชีสและอาหารพื้นเมืองของภูมิภาคก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ด้านอาหารที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ตามร้านอาหารและตลาดท้องถิ่น
• Moules-Frites – หอยแมลงภู่กับมันฝรั่งทอด
• Welsh – เมนูที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอาหารของภูมิภาค
• Potjevleesch – อาหารพื้นเมืองของแคว้นฟลานเดอร์สฝรั่งเศส
• Maroilles – ชีสชื่อดังจากภูมิภาค Hauts-de-France
• ขนมและเบเกอรี่แบบท้องถิ่นที่พบได้ตามร้านค้าและตลาด

 

7. วัฒนธรรมฟลานเดอร์สและเมืองเก่า Lille
วัฒนธรรมของลีลล์ยังสะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของ Vieux Lille ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่มีอาคารอิฐ อาคารสีสันสดใส และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากภูมิภาคฟลานเดอร์ส การเดินชมตรอก ถนน จัตุรัส ร้านกาแฟ และร้านอาหารในย่านนี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสัมผัสวัฒนธรรมของลีลล์ในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้น เมืองยังมีงานศิลปะร่วมสมัยที่ติดตั้งตามพื้นที่สาธารณะหลายแห่ง ทำให้ศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมือง
• เดินชมสถาปัตยกรรมใน Vieux Lille
• ชมอาคารอิฐและอาคารสีสันแบบฟลานเดอร์ส
• แวะร้านอาหารและคาเฟ่ท้องถิ่น
• ชมงานศิลปะร่วมสมัยตามพื้นที่สาธารณะ
• สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าผ่านการเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ
 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวลีลล์ (Lille)

ลีลล์ (Lille) เป็นเมืองที่สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูมีบรรยากาศและกิจกรรมที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สวนและย่านเมืองเก่าที่มีชีวิตชีวาในฤดูใบไม้ผลิ วันที่อากาศยาวนานและเหมาะกับการเดินเที่ยวในฤดูร้อน ไปจนถึงบรรยากาศอบอุ่นของร้านอาหารท้องถิ่นและเทศกาลต่าง ๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

 

🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) — (มีนาคม–พฤษภาคม)

ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่ลีลล์เริ่มกลับมาคึกคักหลังฤดูหนาว อากาศค่อย ๆ อุ่นขึ้นและสวนต่าง ๆ เริ่มมีดอกไม้ โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนที่ Jardin Vauban มีบรรยากาศสวยงามเหมาะกับการเดินเล่น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่กิจกรรมด้านวัฒนธรรม นิทรรศการ และเทศกาลต่าง ๆ เริ่มมีมากขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ และเดินเล่นกลางแจ้งโดยไม่ต้องเจอกับอากาศร้อนจัด
• ช่วงที่น่าเที่ยว: เมษายน–พฤษภาคม
• เหมาะกับการเดินเล่นในสวนและพื้นที่สีเขียว
• เหมาะสำหรับเที่ยว Vieux-Lille และชมสถาปัตยกรรม
• มีกิจกรรมด้านศิลปะ วัฒนธรรม และนิทรรศการมากขึ้น
• ควรเตรียมเสื้อคลุมและร่ม เพราะอากาศยังเปลี่ยนแปลงได้

 

☀️ ฤดูร้อน (Summer) — (มิถุนายน–สิงหาคม)

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเที่ยวลีลล์แบบเดินชมเมือง เพราะกลางวันยาวและบรรยากาศในเมืองมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งบริเวณ Grand ‘Place, Vieux-Lille รวมถึงสวนและพื้นที่ริมน้ำในเขตมหานครลีลล์ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลานอกอาคารได้นานขึ้น และมีทั้งกิจกรรมกลางแจ้ง เทศกาล และกิจกรรมสำหรับครอบครัวตลอดฤดูกาล
• ช่วงที่น่าเที่ยว: มิถุนายน–กรกฎาคม
• เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมืองและย่าน Vieux-Lille
• นั่งคาเฟ่และร้านอาหารบริเวณใจกลางเมืองได้อย่างเพลิดเพลิน
• เหมาะกับสวนสาธารณะและกิจกรรมกลางแจ้ง
• ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย แว่นกันแดด และอุปกรณ์กันฝน

 

🍂 ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) — (กันยายน–พฤศจิกายน)

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นอีกช่วงที่น่าสนใจสำหรับการมาเที่ยวลีลล์ โดยเฉพาะเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงของ Braderie de Lille งานตลาดนัดและของมือสองขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเมือง หลังจากนั้นในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนจะมีงานด้านอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลายรายการ ขณะเดียวกันสวนและพื้นที่สีเขียวรอบมหานครจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและส้ม เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูป
• ช่วงที่น่าเที่ยว: กันยายน–ตุลาคม
• กันยายนมี Braderie de Lille ซึ่งดึงดูดผู้คนจำนวนมาก
• มีเทศกาลและกิจกรรมเกี่ยวกับเบียร์และอาหารท้องถิ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
• เหมาะกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางวัฒนธรรม
• เหมาะกับการลองอาหารท้องถิ่นในร้านแบบ Estaminet
• ควรเตรียมเสื้อกันฝนหรือเสื้อคลุม เพราะอากาศเย็นลงและมีฝนได้

 

❄️ ฤดูหนาว (Winter) — (ธันวาคม–กุมภาพันธ์)

ฤดูหนาวของลีลล์มีอากาศค่อนข้างเย็นและกลางวันสั้นกว่าในฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่เมืองมีบรรยากาศอบอุ่นจากตลาดคริสต์มาส การประดับไฟ และกิจกรรมในใจกลางเมือง โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศเทศกาล นอกจากนี้ยังสามารถใช้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และย่านเมืองเก่าได้ แม้จะต้องเผื่อเวลาและเตรียมตัวสำหรับสภาพอากาศที่หนาวและฝนตก
• ช่วงที่น่าเที่ยว: ธันวาคม หากต้องการสัมผัสบรรยากาศคริสต์มาส
• มีตลาดคริสต์มาสและการประดับไฟในเมือง
• เหมาะกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวในร่ม
• เหมาะกับการนั่งคาเฟ่และลองอาหารท้องถิ่นแบบอบอุ่น
• ควรเตรียมเสื้อโค้ต เสื้อกันหนาว ถุงมือ และรองเท้าที่กันฝนได้

สรุปช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว Lille: หากต้องการ เดินเที่ยวเมืองและชมสวน ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อนเหมาะสม ส่วนกันยายน–ตุลาคม เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานเทศกาล อาหาร และบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่เดือนธันวาคมเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสของลีลล์ ทั้งนี้ควรตรวจสอบปฏิทินกิจกรรมและเวลาเปิด-ปิดของสถานที่ท่องเที่ยวก่อนเดินทาง เพราะกิจกรรมและกำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี

 

เที่ยวลีลล์ (Lille) แนะนำที่พักย่านไหนดี?

การเลือกที่พักใน Lille (ลีลล์) ควรพิจารณาจากรูปแบบการเดินทางและสถานที่ที่ต้องการไปเป็นหลัก เพราะแต่ละย่านมีบรรยากาศแตกต่างกัน ตั้งแต่ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าและถนนปูหิน ไปจนถึงย่านสถานีรถไฟและ Euralille ที่เหมาะกับผู้ที่เดินทางต่อไปยังปารีส บรัสเซลส์ หรือเมืองอื่น ๆ ในยุโรป สำหรับการเที่ยวเมืองครั้งแรก Vieux-Lille และ Lille Centre เป็นโซนที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และย่านเดินเล่น ส่วน Euralille เหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก ขณะที่ Wazemmes จะเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและตลาดของเมืองมากขึ้น

 

1. Vieux-Lille (ย่านเมืองเก่าลีลล์)
Vieux-Lille เป็นหนึ่งในย่านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดดเด่นด้วยถนนปูหิน อาคารสถาปัตยกรรมแบบเฟลมิช ร้านค้าเล็ก ๆ ร้านอาหาร และคาเฟ่ บริเวณนี้ยังอยู่ใกล้สถานที่สำคัญ เช่น Cathédrale Notre-Dame de la Treille, Hospice Comtesse และ Rue de la Monnaie จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวและซึมซับบรรยากาศเมืองเก่า
เหมาะสำหรับ: คนเที่ยวลีลล์ครั้งแรก คู่รัก และคนที่ชอบเมืองเก่า
• บรรยากาศสวยและมีเอกลักษณ์
• เดินเที่ยวเมืองเก่าได้สะดวก
• มีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าจำนวนมาก
• เหมาะกับการเดินเที่ยวช่วงเย็น
• ที่พักมีตั้งแต่โรงแรมบูติกไปจนถึงโรงแรมระดับกลางและระดับสูง

 

2. Lille Centre (ใจกลางเมือง)
Lille Centre เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับคนที่ต้องการอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ Grand Place, Vieille Bourse, Place Rihour และย่านช้อปปิ้งสำคัญ ถนนหลายสายเป็นเขตคนเดิน ทำให้สามารถเดินไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้ง่าย
เหมาะสำหรับ: นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวก และคนที่มีเวลาพักในเมืองไม่มาก
• อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลัก
• เดินทางไปย่านต่าง ๆ ได้ง่าย
• มีร้านอาหารและร้านค้าอยู่โดยรอบ
• เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบไม่ต้องใช้รถ
• มีที่พักหลายระดับราคา

 

3. Euralille / ย่านสถานีรถไฟ Lille-Europe และ Lille-Flandres
Euralille เป็นย่านธุรกิจและศูนย์กลางการเดินทางสมัยใหม่ของเมือง โดยมี Lille-Europe และ Lille-Flandres เป็นสถานีรถไฟสำคัญ ทำให้เหมาะมากสำหรับคนที่เดินทางมาลีลล์ด้วยรถไฟ หรือมีแผนเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น เช่น ปารีส บรัสเซลส์ หรือเมืองในเบลเยียม
เหมาะสำหรับ: คนเดินทางด้วยรถไฟ นักเดินทางระยะสั้น และนักธุรกิจ
• ใกล้สถานีรถไฟหลัก
• เดินทางเข้าและออกจาก Lille ได้สะดวก
• ใกล้ศูนย์การค้าและร้านอาหาร
• เหมาะสำหรับการพัก 1–2 คืน
• มีโรงแรมหลายระดับให้เลือก

 

4. Wazemmes (วาแซม)
Wazemmes เป็นย่านที่มีบรรยากาศคึกคักและเป็นท้องถิ่นมากขึ้น โดยมี Marché de Wazemmes ซึ่งจัดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์และเป็นหนึ่งในจุดเด่นของย่าน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร บิสโทร และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทำให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของชีวิตประจำวันใน Lille มากกว่าการพักอยู่เฉพาะย่านท่องเที่ยว
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบตลาด อาหารท้องถิ่น และบรรยากาศแบบคนเมือง
• มีตลาด Wazemmes ที่มีชื่อเสียง
• ร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่นหลากหลาย
• บรรยากาศมีชีวิตชีวา
• เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัส Lille ในมุมที่เป็นท้องถิ่นมากขึ้น

 

5. Vauban – Citadelle (ย่านสวนและป้อมปราการ)
ย่าน Vauban อยู่ทางตะวันตกของใจกลาง Lille และเป็นที่ตั้งของ Citadelle de Lille รวมถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่รอบ ๆ ป้อมปราการ บรรยากาศจึงแตกต่างจากย่านใจกลางเมืองที่ค่อนข้างคึกคัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบพื้นที่สีเขียวและต้องการบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น
เหมาะสำหรับ: ครอบครัว คนที่ชอบสวน และคนที่ต้องการบรรยากาศสงบกว่าใจกลางเมือง
• ใกล้สวนและ Citadelle
• เหมาะกับการเดินเล่นและพักผ่อน
• สามารถเดินหรือใช้ขนส่งสาธารณะเข้าเมืองได้
• บรรยากาศโดยรวมผ่อนคลายกว่าโซน Grand Place

 

แล้วควรพักย่านไหนดี?
หากมาเที่ยว Lille ครั้งแรก และต้องการเดินเที่ยวสถานที่สำคัญเป็นหลัก แนะนำให้มองหาที่พักใน Vieux-Lille หรือ Lille Centre เพราะอยู่ใกล้ย่านประวัติศาสตร์ ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง หากเดินทางมาจากปารีสหรือบรัสเซลส์ด้วยรถไฟ และต้องการความสะดวกในการเดินทางต่อ Euralille เป็นอีกโซนที่น่าสนใจ เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟหลักของเมือง ส่วนคนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นมากขึ้น สามารถพิจารณา Wazemmes ซึ่งมีตลาด ร้านอาหาร และบรรยากาศที่แตกต่างจากย่านท่องเที่ยวใจกลางเมือง

คำแนะนำ: Lille เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวด้วยการเดิน จักรยาน และรถไฟใต้ดินได้ค่อนข้างสะดวก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกโรงแรมที่อยู่ติดสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง เพียงเลือกที่พักใกล้สถานี Metro หรืออยู่ใจกลางเมือง ก็สามารถเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของเมืองได้ง่าย

 

วิธีการเดินทาง (How to Get There)

🚆

รถไฟ

สะดวก รวดเร็ว และเหมาะสำหรับเดินทางจากปารีส

1เดินทางด้วยรถไฟ (TGV / OUIGO / Eurostar)

รถไฟเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางมายัง Lille โดยเมืองมีสถานีรถไฟหลัก 2 แห่ง ได้แก่ Lille-Flandres และ Lille-Europe ซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมือง สำหรับผู้ที่เดินทางจากปารีสสามารถใช้รถไฟความเร็วสูง TGV INOUI หรือ OUIGO มายัง Lille ได้ ส่วนผู้ที่เดินทางจากลอนดอนหรือบรัสเซลส์สามารถใช้ Eurostar มายังสถานี Lille-Europe ได้

  • Lille มีสถานีรถไฟหลัก 2 แห่ง คือ Lille-Flandres และ Lille-Europe
  • มีรถไฟ TGV INOUI และ OUIGO เชื่อมต่อ Lille กับ Paris และเมืองสำคัญในฝรั่งเศส
  • Eurostar เชื่อมต่อ Lille กับ London และ Brussels
  • สถานี Lille-Flandres และ Lille-Europe อยู่ใกล้ใจกลางเมือง
  • เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางรวดเร็วและไม่ต้องขับรถเอง
🚌

รถบัส

ประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย

2เดินทางด้วยรถบัสระยะไกล (Long-Distance Bus)

รถบัสระยะไกลเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเดินทางมายัง Lille จากเมืองต่าง ๆ ในฝรั่งเศสและประเทศใกล้เคียง โดยผู้ให้บริการอย่าง FlixBus และ BlaBlaCar Bus มีเส้นทางที่เชื่อมต่อ Lille กับเมืองสำคัญหลายแห่ง จุดจอดรถบัสอยู่บริเวณใกล้สถานี Lille-Europe ทำให้สามารถต่อรถไฟ Metro รถราง หรือรถบัสของเมืองเพื่อเดินทางต่อไปยังที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวได้

  • มีรถบัสระยะไกลเชื่อมต่อ Lille กับหลายเมืองในฝรั่งเศสและยุโรป
  • FlixBus และ BlaBlaCar Bus เป็นตัวเลือกสำหรับการเดินทางระหว่างเมือง
  • จุดจอดรถบัสอยู่ใกล้บริเวณสถานี Lille-Europe
  • สามารถต่อระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้
  • ควรตรวจสอบตารางเดินรถและจุดจอดล่าสุดก่อนเดินทาง
✈️

เครื่องบิน

เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากเมืองหรือประเทศที่อยู่ไกล

3เดินทางผ่านสนามบิน Lille-Lesquin

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทางอากาศสามารถใช้บริการที่ Lille-Lesquin Airport ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเมือง Lille และตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมือง จากสนามบินสามารถเดินทางเข้าสู่ Lille Centre ด้วย Flibco Airport Shuttle ซึ่งเชื่อมต่อกับบริเวณสถานีรถไฟ Lille-Flandres นอกจากนี้ยังมีรถบัสสาธารณะของ Ilévia เป็นอีกทางเลือกสำหรับการเดินทางเข้าสู่เครือข่ายขนส่งสาธารณะของเมือง

  • Lille-Lesquin Airport เป็นสนามบินหลักสำหรับการเดินทางมายัง Lille
  • มี Flibco Airport Shuttle เชื่อมสนามบินกับ Lille Centre
  • รถ Shuttle เชื่อมต่อกับบริเวณสถานี Lille-Flandres
  • สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะของ Ilévia เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
  • ควรตรวจสอบตาราง Shuttle และเที่ยวบินก่อนออกเดินทาง
🚗

รถยนต์

ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับเที่ยวหลายเมือง

4เดินทางด้วยรถยนต์ (Car)

การเดินทางด้วยรถยนต์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทางระหว่าง Lille และเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาค Hauts-de-France รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง Lille เชื่อมต่อกับเครือข่ายมอเตอร์เวย์สายสำคัญหลายเส้นทาง เช่น A1, A22, A23, A25 และ A27 ทำให้สามารถเดินทางมาจาก Paris, Brussels หรือเมืองอื่น ๆ ได้สะดวก อย่างไรก็ตาม หากต้องการขับรถเข้าเขตเมืองและย่านใจกลาง Lille ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของรถยนต์ รวมถึงระบบ Crit’Air และวางแผนเรื่องที่จอดรถล่วงหน้า

  • เหมาะสำหรับเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในภูมิภาค Hauts-de-France
  • สามารถเดินทางมายังมอเตอร์เวย์สายสำคัญ เช่น A1, A22, A23, A25 และ A27
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปยังเมืองใกล้เคียงหรือประเทศเบลเยียม
  • ควรตรวจสอบข้อกำหนด Crit’Air ก่อนขับรถเข้าสู่เขตเมือง
  • หากพักใจกลาง Lille ควรตรวจสอบที่จอดรถของโรงแรมหรือที่จอดสาธารณะ
🚇

ขนส่งสาธารณะ

สะดวกสำหรับเดินทางภายใน Lille

5เดินทางภายในเมืองด้วย Metro / Tram / Bus

เมื่อเดินทางมาถึง Lille แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะของ Ilévia ซึ่งประกอบด้วย Metro รถราง และรถบัส เพื่อเดินทางระหว่างสถานีรถไฟ ใจกลางเมือง และพื้นที่ต่าง ๆ ใน Lille Métropole ระบบ Metro มี 2 สายหลัก คือ M1 และ M2 ส่วนรถรางเชื่อมต่อ Lille กับเมืองใกล้เคียง เช่น Roubaix และ Tourcoing สำหรับการเที่ยวในย่าน Vieux-Lille และใจกลางเมือง หลายสถานที่สามารถเดินถึงกันได้ จึงสามารถใช้การเดินเท้าร่วมกับขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก

  • Ilévia ให้บริการ Metro รถราง และรถบัสในพื้นที่ Lille Métropole
  • Metro มี 2 สายหลัก คือ M1 และ M2
  • รถรางเชื่อมต่อ Lille กับ Roubaix และ Tourcoing
  • สถานี Lille-Flandres และ Lille-Europe เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะของเมือง
  • ย่าน Vieux-Lille และใจกลางเมืองเหมาะกับการเดินเที่ยวโดยใช้ขนส่งสาธารณะ

 

เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว (Travel Tips)

✅วางแผนเที่ยว Vieux-Lille ด้วยการเดินเป็นหลัก
ย่าน Vieux-Lille หรือเมืองเก่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการเดินเที่ยว เพราะมีถนนเก่า อาคารสถาปัตยกรรมแบบเฟลมิช ร้านค้า คาเฟ่ และสถานที่สำคัญอยู่ค่อนข้างใกล้กัน อย่างไรก็ตาม หลายจุดเป็นถนนปูหินและทางเดินอาจไม่เรียบ จึงควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเหมาะกับการเดินระยะไกล โดยเฉพาะหากต้องการเที่ยวเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ และย่านใจกลางเมืองภายในวันเดียว

 

✅ใช้รถไฟใต้ดินและขนส่งสาธารณะเมื่อต้องเดินทางออกนอกใจกลางเมือง
Lille มีเครือข่ายขนส่งสาธารณะ Ilévia ซึ่งประกอบด้วยรถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัส ช่วยเชื่อมต่อใจกลางเมืองกับพื้นที่ต่าง ๆ ของมหานคร Lille ได้สะดวก โดยเฉพาะหากต้องการไปสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอก Vieux-Lille หรือเดินทางจากสถานีรถไฟไปยังย่านอื่น ๆ ควรตรวจสอบเส้นทางผ่านเว็บไซต์หรือแอป Ilévia ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากเส้นทางรถบัสมีการปรับโครงข่ายและหมายเลขสายตามการใช้งานของระบบขนส่งในปัจจุบัน

 

✅หากเดินทางมาด้วยรถยนต์ ควรตรวจสอบกฎ Crit’Air และใช้ Park & Ride
สำหรับผู้ที่ขับรถเข้ามาใน Lille ควรตรวจสอบข้อกำหนดของเขตการเดินทางและมีสติกเกอร์ Crit’Air ตามที่กำหนด เนื่องจากข้อบังคับด้านมลพิษครอบคลุมพื้นที่ Lille และชุมชนโดยรอบ นอกจากนี้ การจอดรถบริเวณใจกลางเมืองอาจไม่สะดวกนัก จึงสามารถใช้ Park & Ride ของ Ilévia ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินหรือจุดเปลี่ยนรถ แล้วเดินทางต่อเข้าสู่เมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้

 

✅จองตั๋วสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมล่วงหน้าในช่วงคนเยอะ
หากมีแผนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ สถานที่สำคัญ หรือกิจกรรมที่มีรอบเวลา ควรตรวจสอบวันและเวลาทำการ รวมถึงเงื่อนไขการจองก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ วันหยุด และช่วงเทศกาล เพราะบางกิจกรรมอาจมีจำนวนผู้เข้าชมจำกัดหรือจำเป็นต้องจองล่วงหน้า นอกจากนี้ สถานที่และร้านค้าบางแห่งอาจมีเวลาเปิดให้บริการแตกต่างกันในวันหยุดราชการ จึงควรเช็กข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

 

✅พิจารณาใช้ Lille City Pass หากตั้งใจเที่ยวหลายสถานที่
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของ Lille City Pass ซึ่งมีตัวเลือก 24, 48 และ 72 ชั่วโมง และครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมหลายแห่งใน Lille และพื้นที่โดยรอบ โดยมีตัวเลือกที่รวมระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มเติมด้วย จึงควรวางแผนสถานที่ที่ต้องการเข้าชมก่อนซื้อ เพื่อดูว่าบัตรเหมาะกับรูปแบบการเดินทางของตนเองหรือไม่

 

✅เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศและพกขวดน้ำติดตัว
สภาพอากาศของ Lille สามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงที่ต้องเดินเที่ยวกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเตรียมเสื้อคลุมหรือเสื้อกันฝนแบบพกพาไว้ตามฤดูกาล และสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนถนนปูหิน นอกจากนี้ เมืองมีจุดน้ำดื่มสาธารณะหลายแห่งและสถานประกอบการจำนวนหนึ่งที่สามารถเติมน้ำให้ได้ การพกขวดน้ำแบบใช้ซ้ำจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว

 

📍ข้อมูลอัปเดตล่าสุด: 24 กันยายน 2026

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Lille อยู่ที่ไหน และเป็นเมืองแบบไหนของฝรั่งเศส?

Lille (ลีลล์) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส และเป็นเมืองเอกของแคว้น Hauts-de-France ใกล้ชายแดนเบลเยียม ทำเลของเมืองอยู่บนจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างฝรั่งเศส เบลเยียม และสหราชอาณาจักร จึงเป็นเมืองที่เดินทางไปยังเมืองสำคัญของยุโรปตะวันตกได้ค่อนข้างสะดวก


Lille มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมแบบเฟลมิช ย่านเมืองเก่า Vieux Lille จัตุรัส Grand’Place พิพิธภัณฑ์ และบรรยากาศของเมืองที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร และชีวิตเมืองสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

Lille เที่ยวกี่วันถึงจะเหมาะ?

โดยทั่วไป 2 วัน 1 คืนถึง 3 วัน 2 คืน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยว Lille โดยสามารถใช้เวลาเดินชม Vieux Lille, Grand’Place, La Vieille Bourse รวมถึงแวะพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ


หากมีเวลาเพียง 1 วันก็สามารถเที่ยวไฮไลต์สำคัญของเมืองได้เช่นกัน โดยเน้นย่านใจกลางเมืองและเมืองเก่าเป็นหลัก แต่หากต้องการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ชิมอาหารท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศของเมืองอย่างเต็มที่ การพักอย่างน้อย 2 วันจะช่วยให้จัดทริปได้สบายขึ้น โดย Lille Tourisme เองก็มีแนวทางสำหรับการเที่ยวเมืองแบบ 48 ชั่วโมง ด้วย

ช่วงไหนเหมาะสำหรับเดินทางไปเที่ยว Lille มากที่สุด?

Lille สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยช่วง ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเที่ยวเมืองและชมสถาปัตยกรรม เพราะอากาศโดยทั่วไปไม่ร้อนจัดและบรรยากาศของเมืองมีเสน่ห์แตกต่างกันไปตามฤดูกาล


ส่วนฤดูร้อน เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่ ฤดูหนาว ก็มีบรรยากาศเฉพาะตัวและกิจกรรมตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เมืองมีบรรยากาศคึกคักจากตลาดและกิจกรรมเทศกาลต่าง ๆ ดังนั้นช่วงที่เหมาะที่สุดจึงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและกิจกรรมที่ต้องการสัมผัส

เดินทางจากปารีสไป Lille อย่างไร?

วิธีที่สะดวกที่สุดคือ เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง จากปารีสไป Lille โดยมีรถไฟ TGV INOUI และ OUIGO ให้บริการตามตารางเดินรถ เส้นทางเชื่อมต่อกับสถานี Lille-Flandres และ Lille-Europe ซึ่งทั้งสองสถานีอยู่ใจกลางเมืองและห่างกันประมาณ 500 เมตร

ระยะเวลาเดินทางขึ้นอยู่กับประเภทและขบวนรถ โดยรถไฟตรงที่เร็วที่สุดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากปารีสถึง Lille และมีเที่ยวรถหลายเที่ยวต่อวัน ตารางเดินรถและระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบเที่ยวรถและราคาก่อนจองทุกครั้ง

จากสนามบิน Lille Airport เข้าเมืองอย่างไร?

สนามบิน Lille-Lesquin Airport (LIL) อยู่ห่างจากใจกลาง Lille ประมาณ 10 กิโลเมตร และมีหลายวิธีเดินทางเข้าเมือง โดยหนึ่งในวิธีที่สะดวกคือใช้ รถ Shuttle ของสนามบิน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสนามบินกับบริเวณใจกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟ Lille-Flandres และ Lille-Europe ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีตามข้อมูลของ Lille Tourisme


อีกทางเลือกคือใช้รถโดยสาร Ilévia สาย L68 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานี 4 Cantons เพื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินเข้าสู่ Lille รวมถึงสามารถใช้บริการแท็กซี่จากสนามบินได้เช่นกัน

Lille เดินทางภายในเมืองสะดวกหรือไม่?

ค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมืองและ Vieux Lille ที่สามารถเดินเที่ยวระหว่างสถานที่สำคัญหลายแห่งได้ เมืองมีลักษณะค่อนข้างราบและมีถนนคนเดินรวมถึงถนนปูหินจำนวนมาก จึงเหมาะกับการสำรวจเมืองด้วยการเดิน

 

สำหรับสถานที่ที่อยู่ไกลออกไป Lille มีระบบขนส่งสาธารณะของ Ilévia ซึ่งประกอบด้วยรถไฟใต้ดิน 2 สาย รถราง 2 สาย และเครือข่ายรถโดยสารจำนวนมาก ทำให้สามารถเดินทางระหว่างใจกลางเมืองและพื้นที่ต่าง ๆ ของมหานคร Lille ได้สะดวก

ควรพักย่านไหนใน Lille จึงจะสะดวกต่อการเที่ยว?

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มา Lille เป็นครั้งแรก Vieux Lille และบริเวณใจกลางเมือง เป็นย่านที่เหมาะสำหรับการเลือกที่พัก เพราะอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ และสามารถเดินไปยังสถานที่สำคัญหลายแห่งได้


อีกตัวเลือกคือบริเวณรอบ Lille-Flandres และ Lille-Europe ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟหรือมีแผนเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น เนื่องจากสถานีทั้งสองแห่งอยู่ใจกลางเมืองและเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดิน รถราง และรถโดยสารโดยตรง

Lille ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวหรือไม่?

Lille เป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง แต่เช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ในยุโรป ควรใช้ความระมัดระวังตามปกติ โดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น สถานีรถไฟ ระบบขนส่งสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

ควรเก็บกระเป๋าและของมีค่าให้มิดชิด ระวังการล้วงกระเป๋าในบริเวณที่คนพลุกพล่าน และหลีกเลี่ยงการเดินในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยในช่วงดึก หากเกิดเหตุฉุกเฉินในฝรั่งเศส สามารถติดต่อหมายเลขฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องได้ โดย Lille Tourisme มีข้อมูลหมายเลขสำหรับเหตุฉุกเฉินและบริการด้านความปลอดภัยไว้สำหรับนักท่องเที่ยว

ควรจองตั๋วรถไฟไป Lille ล่วงหน้าหรือไม่?

แนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะหากเดินทางในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะราคาและจำนวนที่นั่งของรถไฟแต่ละขบวนอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาและประเภทของตั๋ว

สำหรับเส้นทาง Paris–Lille มีทั้ง TGV INOUI และ OUIGO ให้เลือก และสามารถตรวจสอบตารางเวลา ราคา และเงื่อนไขของตั๋วผ่าน SNCF Connect ก่อนเดินทางได้ โดยข้อมูลตารางปัจจุบันแสดงว่ามีรถไฟหลายเที่ยวต่อวันระหว่าง Lille และ Paris

สามารถเดินเที่ยว Lille ด้วยตัวเองได้หรือไม่?

สามารถเดินเที่ยวด้วยตัวเองได้ และการเดินเป็นหนึ่งในวิธีที่เหมาะสำหรับการสำรวจบริเวณใจกลางเมือง โดยเฉพาะ Vieux Lille, Grand’Place และย่านประวัติศาสตร์ ซึ่งมีสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ไม่ไกลจากกัน Lille Tourisme ระบุว่าการเดินเป็นวิธีที่ช่วยให้สามารถสัมผัสเมืองและบรรยากาศของย่านต่าง ๆ ได้อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม Lille มีถนนปูหินอยู่หลายแห่ง จึงควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย และหากต้องการไปยังสถานที่ที่อยู่นอกใจกลางเมือง สามารถใช้ Metro, Tram หรือ Bus ของ Ilévia ร่วมกับการเดินได้ ทำให้การเที่ยวด้วยตัวเองค่อนข้างยืดหยุ่น

Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.