Top
ลียง (Lyon)

เมือง Lyon เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจที่สุดของฝรั่งเศส เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำ Rhône และ Saône ทางตะวันออกตอนกลางของประเทศ และถือเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของฝรั่งเศสรองจากปารีส และ Marseille

ลียงมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปี สถาปัตยกรรมเก่าแก่ และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เมืองนี้ก่อตั้งโดยชาวโรมันในปี 43 ก่อนคริสต์ศักราช และเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของจักรวรรดิโรมันในภูมิภาคกอล ก่อนจะพัฒนาเป็นเมืองการค้าและอุตสาหกรรมสำคัญของยุโรปในเวลาต่อมา

ปัจจุบันลียงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ที่สุดของฝรั่งเศส โดยเฉพาะเขตเมืองเก่าอย่าง Vieux Lyon ที่เต็มไปด้วยอาคารยุคกลางและยุคเรอเนซองส์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO นอกจากนี้เมืองยังมีชื่อเสียงด้านอาหารจนได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงแห่งอาหารของฝรั่งเศส” ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมการกินที่โดดเด่นได้ในเมืองเดียว

 

• เกี่ยวกับเมืองลียง (Lyon)

ประวัติความเป็นมาของเมืองลียง (Lyon)

เมือง Lyon เป็นหนึ่งในเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของฝรั่งเศส โดยมีรากฐานย้อนกลับไปมากกว่า 2,000 ปี เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำโรน (Rhône) และแม่น้ำโซน (Saône) ซึ่งเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์สำคัญด้านการค้าและการคมนาคมมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการตั้งถิ่นฐานและการพัฒนาเมืองตั้งแต่ยุคก่อนคริสตกาล

ในปี 43 ก่อนคริสต์ศักราช ชาวโรมันได้ก่อตั้งเมืองอาณานิคมชื่อ Lugdunum บนเนินเขาโฟร์วีแยร์ (Fourvière) โดยผู้นำทหารโรมันชื่อ Lucius Munatius Plancus เมืองนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโรมันในกอล (Gallia Lugdunensis) รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายถนนสายสำคัญในจักรวรรดิโรมันทางยุโรปตะวันตก

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 เมืองลียงรุ่งเรืองอย่างมาก ทั้งด้านการค้า การปกครอง และวัฒนธรรม มีประชากรหลายหมื่นคน และยังเป็นบ้านเกิดของจักรพรรดิโรมันสองพระองค์ ได้แก่ Claudius และ Caracalla นอกจากนี้ ลียงยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางคริสต์ศาสนาแห่งแรกในยุโรปตะวันตกอีกด้วย

ต่อมาในยุคกลาง เมืองลียงอยู่ภายใต้อำนาจของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1312 หลังจากนั้นเมืองก็พัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินของยุโรป โดยเฉพาะในยุคเรอเนซองส์ที่มีงานแฟร์การค้าและอุตสาหกรรมสิ่งทอไหมที่โด่งดังไปทั่วทวีป

ปัจจุบัน Lyon เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของฝรั่งเศส รองจาก Paris และ Marseille และยังคงรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างดี โดยเขตเมืองเก่าหลายส่วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เนื่องจากมีสถาปัตยกรรมตั้งแต่ยุคโรมัน ยุคกลาง จนถึงยุคเรอเนซองส์ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน

 

ที่ตั้งของเมืองลียง (Lyon)

Lyon ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ France ในภูมิภาค Auvergne Rhône Alpes ห่างจาก Paris ประมาณ 460 กิโลเมตร เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสำคัญสองสายคือ Rhône River และ Saône River ทำให้ลียงมีบทบาทสำคัญด้านการค้าและการคมนาคมมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ทำเลของเมืองถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางในยุโรปตอนใต้ เพราะอยู่ใกล้ทั้งเทือกเขา Alps และภูมิภาคไวน์ชื่อดังอย่าง Beaujolais และ Rhône Valley นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปยังเมืองสำคัญอื่น ๆ ได้สะดวก เช่น Geneva หรือ Marseille จึงทำให้ลียงเป็นจุดแวะพักและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค

 

ลักษณะภูมิประเทศและภูมิศาสตร์

ลียงมีลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่นเพราะเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยแม่น้ำ Rhône และ Saône พื้นที่ระหว่างแม่น้ำทั้งสองเรียกว่า Presqu’île ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และจัตุรัสสำคัญ

นอกจากนี้เมืองยังมีเนินเขาสำคัญสองแห่ง ได้แก่ Fourvière Hill ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโรมันโบราณ และ La Croix Rousse ทางตอนเหนือ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทอผ้าไหมในอดีต ภูมิประเทศที่ผสมผสานระหว่างแม่น้ำ เนินเขา และเมืองเก่า ทำให้ลียงมีทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์

 

บรรยากาศของเมือง

บรรยากาศของลียงแตกต่างจากเมืองใหญ่อย่างปารีส เพราะมีความสงบและใช้ชีวิตแบบท้องถิ่นมากกว่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในตรอกซอกซอยของเมืองเก่าอย่าง Vieux Lyon ชมสถาปัตยกรรมยุคกลางและเรอเนซองส์ หรือเดินเล่นริมแม่น้ำที่มีทางเดินและสวนสาธารณะตลอดสองฝั่ง

เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงด้านอาหารจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอาหารของฝรั่งเศส” โดยมีร้านอาหารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Bouchon Lyonnais กระจายอยู่ทั่วเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวัฒนธรรมการกินแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ ควบคู่กับการเที่ยวชมประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่สวยงามของเมืองได้ในที่เดียว

 

• สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองลียง (Lyon)

1. Basilica of Notre-Dame de Fourvière

มหาวิหาร Notre-Dame de Fourvière เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของ Lyon ตั้งอยู่บนเนินเขา Fourvière ทางฝั่งตะวันตกของเมือง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของลียงได้อย่างกว้างไกล มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1872–1896 เพื่ออุทิศแด่พระแม่มารี โดยชาวเมืองเชื่อว่าพระแม่มารีได้ช่วยปกป้องเมืองจากภัยพิบัติและสงครามหลายครั้ง สถาปัตยกรรมของอาคารมีความโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบโรมันและไบแซนไทน์ ตัวมหาวิหารสีขาวมีหอคอยสี่มุมที่มองเห็นได้จากหลายจุดในเมือง ทำให้ที่นี่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของลียง

ภายในมหาวิหารตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ด้วยโมเสกสีทองขนาดใหญ่ กระจกสีที่เล่าเรื่องราวทางศาสนา และงานศิลปะที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเมืองลียง บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันบริเวณลานด้านหน้ามหาวิหารยังเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมาก นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำ Rhône River และ Saône River ที่ไหลผ่านตัวเมือง รวมถึงย่านเมืองเก่า Vieux Lyon ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีทองส่องกระทบหลังคาเมือง ทำให้วิวของลียงดูสวยงามเป็นพิเศษและกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

• ที่ตั้ง: 8 Pl. de Fourvière, 69005 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: ประมาณ 07:00 – 19:00
• วิธีเดินทาง: Metro สาย D ลงสถานี Vieux-Lyon แล้วต่อ Funicular F2
• คำแนะนำ: แนะนำมาเย็น ๆ เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนือเมือง

 

2. Vieux Lyon

Vieux Lyon หรือเมืองเก่าของ Lyon เป็นหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ย่านนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Saône River และเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่จากยุคกลางและยุคเรอเนซองส์ที่ยังคงสภาพสวยงาม ถนนหินแคบ ๆ อาคารสีพาสเทล และลานจัตุรัสเล็ก ๆ ทำให้บรรยากาศของพื้นที่นี้ดูโรแมนติกและเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบเมืองยุโรปดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอย พร้อมชมโบสถ์ ร้านกาแฟ และร้านอาหารท้องถิ่นที่ตั้งอยู่เรียงรายตลอดสองฝั่งถนน

หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของย่านนี้คือ “Traboules” ซึ่งเป็นทางเดินลับที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารหลายแห่ง ผ่านลานภายในและตรอกแคบ ๆ ทางเดินเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเรอเนซองส์ และเคยถูกใช้โดยพ่อค้าไหมของลียงเพื่อขนส่งสินค้าและหลบฝนระหว่างการเดินทาง ปัจจุบัน Traboules หลายแห่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจ ทำให้การเดินเที่ยวใน Vieux Lyon เต็มไปด้วยความน่าสนใจและการค้นพบใหม่ ๆ นอกจากนี้บริเวณย่านเมืองเก่ายังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอย่าง Lyon Cathedral (Cathédrale Saint-Jean-Baptiste) ซึ่งเป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองอีกด้วย

• ที่ตั้ง: Vieux Lyon, 69005 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: เดินเที่ยวได้ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: Metro สาย D ลงสถานี Vieux-Lyon
• คำแนะนำ: เผื่อเวลาเดินเล่นอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง

 

3. Parc de la Tête d’Or

Parc de la Tête d’Or เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของ Lyon มีพื้นที่มากกว่า 100 เฮกตาร์ และถือเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ชาวลียงนิยมมาใช้พักผ่อน สวนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1857 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในยุโรป ภายในมีทะเลสาบกว้างขวางซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือพายเพื่อชมวิวธรรมชาติรอบ ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีทางเดินและเส้นทางปั่นจักรยานที่ร่มรื่น ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับการเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือปิกนิกในบรรยากาศที่เงียบสงบ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของสวนคือสวนพฤกษศาสตร์และสวนกุหลาบขนาดใหญ่ที่รวบรวมพันธุ์กุหลาบหลายร้อยสายพันธุ์ ซึ่งจะบานสะพรั่งอย่างสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ภายในสวนยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กที่เปิดให้เข้าชมฟรี โดยมีสัตว์หลากหลายชนิด เช่น ยีราฟ ลีเมอร์ และนกหายาก ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้บรรยากาศของสวนยังเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ดอกไม้สีสันสดใสในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ Parc de la Tête d’Or เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนลียง

• ที่ตั้ง: Boulevard des Belges, 69006 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: ประมาณ 06:30 – 22:30
• วิธีเดินทาง: Metro สาย A ลงสถานี Masséna
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับมาเดินเล่นหรือปิกนิก

 

4. Place Bellecour

Place Bellecour เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Lyon และถือเป็นหนึ่งในจัตุรัสสำหรับคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ด้วยพื้นที่เปิดโล่งขนาดกว่า 60,000 ตารางเมตร ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของเมืองมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การจัดงานเทศกาล การแสดงกลางแจ้ง ไปจนถึงการเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้จากบริเวณจัตุรัสยังสามารถมองเห็นเนินเขา Fourvière และมหาวิหารที่ตั้งอยู่ด้านบนได้อย่างชัดเจน ทำให้ทิวทัศน์ของพื้นที่แห่งนี้ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

กลางจัตุรัสมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของกษัตริย์ Louis XIV ขี่ม้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของลียง ใกล้กันยังมีรูปปั้นของ Antoine de Saint-Exupéry ผู้เขียนหนังสือชื่อดัง The Little Prince ที่เกิดในลียง บริเวณรอบ ๆ จัตุรัสรายล้อมไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และถนนช้อปปิ้งสำคัญ เช่น Rue de la République ทำให้ Place Bellecour เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการเดินเที่ยว สำรวจร้านค้า และสัมผัสบรรยากาศของเมืองลียงอย่างใกล้ชิด

• ที่ตั้ง: Pl. Bellecour, 69002 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: Metro สาย A หรือ D ลงสถานี Bellecour
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับเริ่มต้นเดินเที่ยวในเมือง

 

5. Musée des Confluences

Musée des Confluences เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งใน Lyon ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำ Rhône River และ Saône River ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Confluences” ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์ล้ำสมัยด้วยโครงสร้างกระจกและโลหะรูปทรงคล้ายคริสตัลขนาดใหญ่ ทำให้กลายเป็นแลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรมแห่งใหม่ของเมือง นอกจากความโดดเด่นของตัวอาคารแล้ว บริเวณโดยรอบยังมีทางเดินเลียบแม่น้ำและพื้นที่ชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพ

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ตั้งแต่กำเนิดโลก วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงอารยธรรมของมนุษย์ในยุคต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ทันสมัย ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่สนุกและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการชั่วคราวที่หมุนเวียนตลอดทั้งปี จึงทำให้ Musée des Confluences เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว นักเรียน และผู้ที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเมื่อมาเยือนลียง

• ที่ตั้ง: 86 Quai Perrache, 69002 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ประมาณ 9–12 ยูโร
• เวลาเปิด: ประมาณ 10:30 – 18:30
• วิธีเดินทาง: Tram T1 ลงสถานี Musée des Confluences
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่สนใจวิทยาศาสตร์

 

6. Lyon Cathedral

มหาวิหาร Saint-Jean-Baptiste ตั้งอยู่ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ Vieux Lyon ของ Lyon และถือเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สำคัญที่สุดของเมือง การก่อสร้างเริ่มขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 และแล้วเสร็จในศตวรรษที่ 15 ทำให้สถาปัตยกรรมของมหาวิหารผสมผสานระหว่างศิลปะแบบโรมาเนสก์และกอธิกได้อย่างลงตัว ด้านหน้าของอาคารมีซุ้มประตูแกะสลักอย่างละเอียด รวมถึงหน้าต่างกระจกสีขนาดใหญ่ที่สะท้อนศิลปะทางศาสนาในยุคกลาง เมื่อแสงแดดส่องผ่านกระจกสีภายในโบสถ์ จะสร้างบรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบอย่างมาก

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของมหาวิหารคือ “นาฬิกาดาราศาสตร์” โบราณที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ซึ่งยังคงทำงานได้จนถึงปัจจุบัน กลไกของนาฬิกาแสดงเวลา ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และปฏิทินทางศาสนาได้อย่างซับซ้อน นอกจากนี้ในบางช่วงเวลาของวันยังมีตุ๊กตากลไกเล็ก ๆ ที่เคลื่อนไหวประกอบเสียงระฆัง ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากรอชม ภายในมหาวิหารยังมีงานศิลปะทางศาสนาและแท่นบูชาที่สวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนลียง

• ที่ตั้ง: Pl. Saint-Jean, 69005 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: ประมาณ 08:00 – 19:00
• วิธีเดินทาง: Metro สาย D ลงสถานี Vieux-Lyon
• คำแนะนำ: แนะนำเข้าชมพร้อมเดินเที่ยวเมืองเก่า

 

7. La Croix Rousse

La Croix-Rousse เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของ Lyon และมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเมือง ในช่วงศตวรรษที่ 19 พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทอผ้าไหมของลียง ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วทวีปยุโรป ช่างทอผ้าไหมที่เรียกว่า “Canuts” อาศัยและทำงานอยู่ในอาคารสูงที่มีเพดานโปร่งเพื่อรองรับเครื่องทอผ้าขนาดใหญ่ ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ยังคงหลงเหลืออยู่และกลายเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของย่านนี้

ในปัจจุบัน La Croix-Rousse กลายเป็นย่านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและมีบรรยากาศแบบศิลปะร่วมสมัย นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจตลาดท้องถิ่น ร้านกาแฟ ร้านงานฝีมือ และแกลเลอรีศิลปะที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ชื่อดังอย่าง Mur des Canuts ซึ่งสะท้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวทอผ้าไหมและวิถีชีวิตของคนในย่านนี้ ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะ ทำให้ La Croix-Rousse เป็นหนึ่งในย่านที่มีเสน่ห์และน่าเดินเที่ยวที่สุดของลียง

• ที่ตั้ง: La Croix-Rousse, 69004 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: เดินเที่ยวได้ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: Metro สาย C ลงสถานี Croix-Rousse
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับเดินชมตลาดและถ่ายรูป

 

8. Fourvière Roman Theatre

โรงละครโรมัน Fourvière เป็นโบราณสถานสำคัญจากยุคจักรวรรดิโรมันที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Fourvière ในเมือง Lyon โดยมีอายุเกือบ 2,000 ปี สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล เมื่อเมืองลียงในสมัยนั้นยังเป็นอาณานิคมโรมันที่มีชื่อว่า Lugdunum โรงละครแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงละครโรมันที่ใหญ่ที่สุดในกอล สามารถรองรับผู้ชมได้หลายพันคน และเคยใช้จัดการแสดงละคร ดนตรี และพิธีกรรมสำคัญของเมืองในสมัยโบราณ ปัจจุบันยังคงเห็นโครงสร้างอัฒจันทร์หินและเวทีแสดงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี

ในปัจจุบัน Fourvière Roman Theatre ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังคงถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการแสดงกลางแจ้ง โดยเฉพาะเทศกาลดนตรีและศิลปะชื่อดังอย่าง Nuits de Fourvière ที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูร้อน บรรยากาศของการชมการแสดงท่ามกลางโบราณสถานโรมันโบราณทำให้ที่นี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ใด นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่จัดแสดงวัตถุโบราณจากยุคโรมัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของลียงตั้งแต่ยุคโบราณได้อย่างลึกซึ้ง

• ที่ตั้ง: Rue de l’Antiquaille, 69005 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี (พิพิธภัณฑ์มีค่าเข้า)
• เวลาเปิด: ประมาณ 07:00 – 19:00
• วิธีเดินทาง: Funicular F2 จาก Vieux-Lyon
• คำแนะนำ: ควรเที่ยวพร้อม Notre-Dame de Fourvière

 

9. Hôtel de Ville de Lyon

Hôtel de Ville de Lyon หรือศาลาว่าการเมืองของ Lyon เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ระหว่างจัตุรัส Place des Terreaux และ Museum of Fine Arts of Lyon ตัวอาคารเริ่มก่อสร้างในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 และได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Simon Maupin ต่อมาถูกปรับปรุงใหม่หลังเหตุเพลิงไหม้ในศตวรรษที่ 18 โดย Jules Hardouin-Mansart ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาปนิกสำคัญของยุคบาโรกฝรั่งเศส อาคารแห่งนี้จึงมีสถาปัตยกรรมที่หรูหรา โดดเด่นด้วยด้านหน้าอาคารที่ประดับด้วยรูปปั้น เสา และลวดลายแกะสลักอย่างละเอียด

ปัจจุบัน Hôtel de Ville de Lyon ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารของเมือง และเป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของลียง บริเวณด้านหน้าติดกับจัตุรัส Place des Terreaux ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีน้ำพุและงานศิลปะที่สวยงาม ทำให้บริเวณนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาเดินเล่นและถ่ายภาพ โดยเฉพาะในช่วงเย็นและกลางคืนที่มีการเปิดไฟส่องตัวอาคาร ทำให้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกดูโดดเด่นและงดงามมากยิ่งขึ้น บรรยากาศโดยรอบยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่สะท้อนเสน่ห์ของใจกลางเมืองลียงได้อย่างดี

• ที่ตั้ง: 1 Pl. de la Comédie, 69001 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ภายนอกเข้าชมฟรี
• เวลาเปิด: ภายนอกเข้าชมได้ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: Metro สาย A ลงสถานี Hôtel de Ville
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับถ่ายภาพช่วงเย็น

 

10. Mur des Canuts

Mur des Canuts เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Lyon ตั้งอยู่ในย่าน La Croix-Rousse ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมทอผ้าไหมในอดีต ภาพวาดขนาดมหึมานี้เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1987 และได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมหลายครั้ง เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของย่านและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ภาพจิตรกรรมแสดงให้เห็นทั้งอาคาร บ้านเรือน บันได ถนน และผู้คนในชีวิตประจำวันของย่าน Croix-Rousse โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่างทอผ้าไหมที่เรียกว่า “Canuts” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของลียงในอดีต

ผลงานศิลปะชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิค trompe-l’œil ซึ่งเป็นเทคนิคการวาดภาพที่ทำให้ภาพดูเหมือนมีมิติจริง เมื่อมองจากระยะไกลจะให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงอาคารจริงที่มีถนน บันได และหน้าต่างอยู่ภายใน ทำให้ Mur des Canuts กลายเป็นหนึ่งในผลงานสตรีทอาร์ตที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาที่นี่เพื่อถ่ายภาพและชมรายละเอียดของภาพวาดอย่างใกล้ชิด เพราะทุกครั้งที่มีการปรับปรุงภาพก็จะมีการเพิ่มองค์ประกอบใหม่ ๆ ที่สะท้อนชีวิตของชุมชน ทำให้กำแพงศิลปะแห่งนี้เปรียบเสมือนบันทึกเรื่องราวของย่าน Croix-Rousse ที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

• ที่ตั้ง: 36 Bd des Canuts, 69004 Lyon, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: Metro สาย C ลงสถานี Croix-Rousse
• คำแนะนำ: เหมาะสำหรับถ่ายรูปและเดินเที่ยวในย่านศิลปะ

 

• อาหารและไวน์ท้องถิ่น

เมือง Lyon ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอาหารของฝรั่งเศส” โดยอาหารของที่นี่มีรากฐานจากวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัตถุดิบจากภูมิภาคใกล้เคียง เช่น Burgundy, Beaujolais และ Rhône Valley นักท่องเที่ยวที่มาเยือนลียงมักจะไม่พลาดการลองชิมอาหารในร้านแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Bouchon Lyonnais ซึ่งเป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่เสิร์ฟเมนูพื้นเมืองแบบดั้งเดิมของลียง

 

แนะนำอาหารท้องถิ่นที่ควรลอง

1. Quenelles de Brochet
Quenelles de Brochet เป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง Lyon เมนูนี้ทำจากเนื้อปลาไพค์บดผสมไข่ แป้ง และเนย ก่อนนำไปต้มและอบจนเนื้อมีความนุ่มฟูคล้ายซูเฟล่ จุดเด่นอยู่ที่ซอส Nantua ซึ่งทำจากครีมและกุ้งเครย์ฟิช ทำให้รสชาติมีความหอมมันและเข้มข้น เมนูนี้มักพบได้ในร้านอาหารท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Bouchon Lyonnais และถือเป็นอาหารที่สะท้อนเอกลักษณ์ด้านอาหารของลียงได้อย่างดี

 
2. Salade Lyonnaise
Salade Lyonnaise เป็นสลัดพื้นเมืองที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม ประกอบด้วยผักฟริเซ่ เบคอนกรอบ (lardons) ครูตอง และไข่ลวกที่มีไข่แดงเยิ้มเล็กน้อย เมื่อราดด้วยน้ำสลัดมัสตาร์ดและน้ำมัน จะช่วยเพิ่มความหอมและรสเปรี้ยวเล็กน้อยให้กับจานอาหาร เมนูนี้มักเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยในร้าน Bouchon Lyonnais และเป็นตัวอย่างของอาหารลียงที่ใช้วัตถุดิบง่าย ๆ แต่ให้รสชาติกลมกล่อม

 
3. Saucisson Brioché
Saucisson Brioché เป็นเมนูไส้กรอกหมูแบบดั้งเดิมของลียงที่นำไส้กรอกคุณภาพดีมาห่อด้วยแป้งบริยอชเนื้อนุ่ม ก่อนนำไปอบจนด้านนอกเป็นสีทองและมีกลิ่นหอม เมื่อตัดออกจะเห็นเนื้อไส้กรอกฉ่ำ ๆ อยู่ด้านใน เมนูนี้มักเสิร์ฟเป็นอาหารจานหลักหรืออาหารเรียกน้ำย่อยในร้านอาหารพื้นเมืองของ Lyon และเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในงานเฉลิมฉลองหรือมื้ออาหารแบบครอบครัวของชาวท้องถิ่น

 
4. Tablier de Sapeur
Tablier de Sapeur เป็นอาหารพื้นเมืองที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิมของลียง ทำจากเครื่องในวัว (tripe) ที่นำไปหมักในไวน์ขาวก่อน จากนั้นจึงชุบเกล็ดขนมปังและนำไปทอดจนกรอบด้านนอก เมนูนี้มักเสิร์ฟพร้อมซอส gribiche ซึ่งทำจากไข่ต้ม มัสตาร์ด และสมุนไพร รวมถึงมันฝรั่งหรือสลัดเคียง แม้จะเป็นเมนูที่มีรสชาติค่อนข้างเฉพาะตัว แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในอาหารคลาสสิกของ Lyon ที่นักชิมอาหารฝรั่งเศสจำนวนมากอยากลองเมื่อมาเยือนเมืองนี้

 

แนะนำขนมท้องถิ่นที่ควรลอง

1. Coussin de Lyon
Coussin de Lyon เป็นขนมช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของเมือง Lyon มีลักษณะเป็นทรงหมอนสีเขียวสดใส ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “coussin” ที่แปลว่าหมอน ตัวขนมทำจากมาร์ซิแพนเคลือบด้านนอก ภายในเป็นไส้ช็อกโกแลตกานาชผสมเหล้าคูราเซา รสชาติหวานหอมและมีกลิ่นส้มเล็กน้อย ขนมชนิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 และปัจจุบันกลายเป็นของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักซื้อจากร้านช็อกโกแลตและร้านขนมในเมือง

 
2. Tarte aux Pralines
Tarte aux Pralines เป็นขนมหวานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของลียง โดดเด่นด้วยสีชมพูสดจาก “pralines roses” ซึ่งเป็นอัลมอนด์เคลือบน้ำตาลคาราเมลสีชมพู ตัวทาร์ตมีฐานแป้งกรอบและไส้ครีมหวานที่ผสมกับ pralines ทำให้ได้รสชาติหวานหอมและเนื้อสัมผัสกรุบเล็กน้อย ขนมชนิดนี้สามารถพบได้ในร้านเบเกอรีและคาเฟ่ทั่ว Lyon และถือเป็นขนมท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวควรลองเมื่อมาเยือนเมืองนี้

 
3. Marrons Glacés
Marrons Glacés คือเกาลัดที่นำไปเคี่ยวในน้ำเชื่อมหวานหลายขั้นตอนจนเนื้อด้านในนุ่มและหวานกลมกล่อม ก่อนจะเคลือบผิวด้านนอกด้วยน้ำตาลบาง ๆ ขนมชนิดนี้เป็นของหวานที่ได้รับความนิยมในภูมิภาค Rhône-Alpes และมักพบได้ในร้านขนมแบบดั้งเดิมหรือในตลาดท้องถิ่นของ Lyon โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว Marrons Glacés มักถูกบรรจุในกล่องสวยงาม จึงเป็นของฝากยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

แนะนำไวน์ท้องถิ่นและเครื่องดื่มที่ควรลอง

1. Beaujolais Wine
Beaujolais Wine เป็นไวน์แดงชื่อดังจากภูมิภาค Beaujolais ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ Lyon ผลิตจากองุ่นพันธุ์ Gamay เป็นหลัก ทำให้ไวน์มีรสชาติสดชื่น มีกลิ่นผลไม้ เช่น เชอร์รี ราสป์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี ดื่มง่ายและไม่หนักจนเกินไป ไวน์ชนิดนี้มักเสิร์ฟคู่กับอาหารพื้นเมืองในร้านอาหารแบบดั้งเดิมของลียง และยังมีเทศกาลเปิดตัวไวน์ใหม่ที่เรียกว่า Beaujolais Nouveau Day ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในเดือนพฤศจิกายนและเป็นงานเฉลิมฉลองไวน์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

 
2. Côtes du Rhône
Côtes du Rhône เป็นไวน์จากภูมิภาค Rhône Valley ที่ทอดยาวตามแม่น้ำ Rhône ทางตอนใต้ของลียง ไวน์จากภูมิภาคนี้มีทั้งไวน์แดง ไวน์ขาว และไวน์โรเซ่ โดยไวน์แดงมักมีรสชาติกลมกล่อมและเข้มข้นจากองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ เช่น Grenache และ Syrah จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับจับคู่กับอาหารฝรั่งเศสที่ใช้เนื้อสัตว์หรือชีสท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Lyon มักจะพบไวน์ชนิดนี้ได้ง่ายตามร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ไวน์ทั่วเมือง

 
3. Chartreuse Liqueur
Chartreuse Liqueur เป็นเหล้าสมุนไพรชื่อดังของฝรั่งเศสที่มีประวัติยาวนานหลายศตวรรษ ผลิตโดยพระในคณะคาร์ทูเซียนแห่ง Grande Chartreuse ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาใกล้กับลียง สูตรการผลิตประกอบด้วยสมุนไพรมากกว่า 130 ชนิด ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้มีกลิ่นหอมซับซ้อนและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบสีเขียว (Green Chartreuse) ที่มีแอลกอฮอล์สูงและรสเข้มข้น และแบบสีเหลือง (Yellow Chartreuse) ที่มีรสหวานและดื่มง่ายกว่า ปกติมักเสิร์ฟเป็น digestif หลังอาหาร หรือใช้ผสมในค็อกเทลในบาร์ของ Lyon อีกด้วย

 

• เทศกาลและวัฒนธรรม

1. Fête des Lumières
Fête des Lumières หรือ “เทศกาลแห่งแสงไฟ” เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง Lyon จัดขึ้นทุกปีในช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยมีต้นกำเนิดจากประเพณีทางศาสนาในปี ค.ศ. 1852 เพื่อเฉลิมฉลองพระแม่มารีย์ ปัจจุบันเทศกาลนี้กลายเป็นงานศิลปะแสงไฟขนาดใหญ่ที่ศิลปินจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์การแสดงแสง สี และโปรเจกชันบนอาคารสำคัญทั่วเมือง เช่น จัตุรัส สะพาน และโบสถ์ต่าง ๆ ทำให้ทั้งเมืองสว่างไสวและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทุกปี

 
2. Nuits de Fourvière
Nuits de Fourvière เป็นเทศกาลศิลปะและการแสดงกลางแจ้งที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูร้อน ณ โรงละครโบราณของ Fourvière Roman Theatre ซึ่งมีอายุกว่า 2,000 ปี เทศกาลนี้รวมการแสดงหลากหลายประเภท เช่น ดนตรี คอนเสิร์ต ละครเวที การเต้น และศิลปะร่วมสมัย ศิลปินทั้งจากฝรั่งเศสและนานาชาติจะมาร่วมแสดงในบรรยากาศของโบราณสถานโรมัน ทำให้เป็นหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมที่โดดเด่นและได้รับความนิยมมากที่สุดของเมือง

 
3. Quais du Polar
Quais du Polar เป็นเทศกาลวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวนและอาชญากรรมที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภายในงานมีการพบปะนักเขียนชื่อดัง การเสวนาเกี่ยวกับวรรณกรรม การจัดนิทรรศการ และกิจกรรมตามรอยเรื่องราวสืบสวนในเมือง Lyon เทศกาลนี้ดึงดูดทั้งนักอ่าน นักเขียน และนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมวรรณกรรม ทำให้เมืองลียงมีบรรยากาศคึกคักไปด้วยกิจกรรมทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

 
4. Biennale de la Danse de Lyon
Biennale de la Danse de Lyon เป็นเทศกาลการเต้นระดับนานาชาติที่จัดขึ้นทุกสองปี โดยมีการแสดงจากคณะเต้นชื่อดังทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่บัลเลต์ร่วมสมัย ฮิปฮอป ไปจนถึงการเต้นแบบทดลอง หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือขบวนพาเหรดการเต้นบนท้องถนนที่มีผู้เข้าร่วมหลายพันคน ซึ่งสร้างสีสันให้กับเมือง Lyon และสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมือง

 
5. Biennale d’Art Contemporain de Lyon
Biennale d’Art Contemporain de Lyon เป็นเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่จัดขึ้นทุกสองปี โดยนำเสนอผลงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลก ทั้งงานศิลปะจัดวาง วิดีโออาร์ต และงานศิลป์รูปแบบใหม่ นิทรรศการมักจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และอาคารอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ศิลปะ ทำให้เมือง Lyon กลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะร่วมสมัยในยุโรปในช่วงเวลาของเทศกาลนี้

 

• วิธีการเดินทาง

✈️ เครื่องบิน
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังเมือง Lyon ได้สะดวกผ่านทาง Lyon–Saint-Exupéry Airport ซึ่งเป็นสนามบินหลักของภูมิภาค Auvergne-Rhône-Alpes สนามบินแห่งนี้มีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองสำคัญในยุโรป เช่น Paris, London, Amsterdam และ Frankfurt จากสนามบินสามารถเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายด้วยรถรางด่วน Rhônexpress ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีไปยังสถานีรถไฟหลักของเมือง

 
🚄 รถไฟความเร็วสูง
การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวกมาก โดยเฉพาะจาก Paris ผ่านรถไฟ TGV ที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง สถานีหลักของเมืองคือ Lyon Part-Dieu Station และ Lyon Perrache Station ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟระหว่างเมืองและระบบขนส่งสาธารณะภายในเมืองได้อย่างสะดวก

 
🚗 รถยนต์
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบ Road Trip สามารถขับรถมายัง Lyon ผ่านทางเครือข่ายมอเตอร์เวย์หลักของฝรั่งเศส เช่น ทางหลวง A6 จาก Paris, A7 จาก Marseille และ A42 จาก Geneva การขับรถทำให้สามารถแวะเที่ยวเมืองหรือหมู่บ้านเล็ก ๆ ระหว่างทางได้ เช่น เขตไวน์ Beaujolais ที่อยู่ไม่ไกลจากลียง

 
🚌 รถบัสระหว่างเมือง
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่ต้องการประหยัดงบคือรถบัสระหว่างเมืองจากบริษัทต่าง ๆ เช่น FlixBus และ BlaBlaCar Bus ซึ่งมีเส้นทางเชื่อมต่อเมืองใหญ่ในยุโรปกับ Lyon แม้จะใช้เวลาเดินทางนานกว่ารถไฟ แต่ราคามักถูกกว่าและมีเส้นทางให้เลือกหลายช่วงเวลา เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบแบ็กแพ็กหรือเที่ยวหลายเมืองในยุโรป

 

• เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว

1. เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยว Lyon คือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) เพราะอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวชมเมืองเก่าและสถานที่สำคัญต่าง ๆ หากมาในเดือนธันวาคม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศพิเศษของเทศกาลไฟชื่อดังอย่าง Fête des Lumières ที่ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยแสงสีและงานศิลปะกลางแจ้ง

 
2. ใช้ระบบขนส่งสาธารณะภายในเมือง
ลียงมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกและครอบคลุมทั้งรถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัส ซึ่งดำเนินการโดย TCL (Transports en Commun Lyonnais) นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วแบบวันหรือแบบหลายวันเพื่อประหยัดค่าเดินทาง และใช้เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างง่ายดาย เช่น ย่านเมืองเก่า Vieux Lyon หรือสวนสาธารณะใหญ่ของเมืองอย่าง Parc de la Tête d’Or

 
3. ลองชิมอาหารท้องถิ่นในร้าน Bouchon
การมาเยือนลียงจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ลองอาหารท้องถิ่นในร้านแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Bouchon Lyonnais ร้านเหล่านี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูพื้นเมือง เช่น Salade Lyonnaise หรือ Quenelles ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมอาหารของเมือง นักท่องเที่ยวควรจองโต๊ะล่วงหน้า โดยเฉพาะร้านที่มีชื่อเสียง เพราะมักเต็มเร็วในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

 
4. เตรียมรองเท้าสำหรับการเดินเที่ยว
หลายสถานที่สำคัญใน Lyon ตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ที่มีถนนหินและเนินเขา เช่น บริเวณ Fourvière Hill และ La Croix-Rousse การใส่รองเท้าที่เดินสบายจะช่วยให้สามารถเดินสำรวจตรอกซอกซอย เมืองเก่า และจุดชมวิวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

 
5. เผื่อเวลาเที่ยวเมืองเก่าและจุดชมวิว
ย่าน Vieux Lyon เป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO ที่เต็มไปด้วยอาคารยุคเรอเนซองส์ ตรอกซอกซอยแคบ ๆ และทางเดินลับที่เรียกว่า traboules นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาเดินสำรวจอย่างน้อยครึ่งวัน รวมถึงขึ้นไปยัง Basilica of Notre-Dame de Fourvière เพื่อชมวิวเมืองแบบพาโนรามาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของลียง

Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.