Top
เที่ยวมงเปอลีเย (Montpellier)

มงเปอลีเย (Montpellier) เป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในภูมิภาคอ็อกซีตานี (Occitanie) และห่างจากชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนประมาณ 11 กิโลเมตร เมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี และโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างมรดกทางประวัติศาสตร์ ย่านเมืองเก่า และบรรยากาศของเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชีวิตชีวา

ตลอดประวัติศาสตร์ มงเปอลีเยมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการค้า การศึกษา การแพทย์ และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่เริ่มพัฒนาอย่างโดดเด่นตั้งแต่ยุคกลาง ในปี ค.ศ. 1181 มีการประกาศเสรีภาพในการสอนแพทยศาสตร์ และต่อมาในปี ค.ศ. 1220 ได้มีการจัดตั้งกรอบสถาบันของการศึกษาแพทย์อย่างเป็นทางการ เหตุการณ์เหล่านี้ช่วยวางรากฐานให้มงเปอลีเยกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษาด้านการแพทย์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของยุโรป

ปัจจุบัน มงเปอลีเยเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประวัติศาสตร์ของเมืองผ่านย่าน L’Écusson ซึ่งเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยยุคกลาง จัตุรัส และอาคารเก่าแก่ พร้อมชมสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและสัมผัสบรรยากาศเมืองที่มีชีวิตชีวา จึงทำให้มงเปอลีเยเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสฝรั่งเศสในมุมที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่

ทำไมต้องไปเที่ยวมงเปอลีเย? (Why Visit Montpellier?)

  • เมืองประวัติศาสตร์พันปีที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว – มงเปอลีเยมีจุดกำเนิดย้อนกลับไปถึง ค.ศ. 985 และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี ปัจจุบันย่าน L’Écusson หรือศูนย์กลางเมืองเก่ายังคงเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยยุคกลาง อาคารเก่า คฤหาสน์ของชนชั้นสูง และร่องรอยแนวป้อมปราการจากอดีต ทำให้การเดินเที่ยวในย่านนี้เปรียบเสมือนการย้อนชมประวัติศาสตร์ของเมืองผ่านสถาปัตยกรรมและบรรยากาศที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างดี
  • เมืองแห่งการแพทย์และการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน – มงเปอลีเยมีชื่อเสียงด้านการแพทย์มาตั้งแต่ยุคกลาง โดยการเรียนการสอนด้านการแพทย์เริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 12 และในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1220 ได้มีการมอบธรรมนูญฉบับแรกให้แก่ Universitas medicorum ซึ่งถือเป็นหลักไมล์สำคัญของการจัดการศึกษาด้านการแพทย์อย่างเป็นระบบ เมืองจึงมีบรรยากาศของเมืองมหาวิทยาลัยที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ความรู้ และชีวิตนักศึกษาเข้าด้วยกัน
  • Place de la Comédie ศูนย์กลางชีวิตของเมือง – Place de la Comédie เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของมงเปอลีเยและเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการสำรวจเมือง รายล้อมด้วย Opéra Comédie และน้ำพุ Trois Grâces ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง จัตุรัสแห่งนี้ยังได้รับฉายาว่า Place de l’Œuf หรือ “จัตุรัสรูปไข่” จากรูปทรงของพื้นที่ และเชื่อมต่อกับย่านเมืองเก่า ร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารได้อย่างสะดวก
  • โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่แตกต่างจากเมืองเก่า – นอกจากอาคารประวัติศาสตร์ในย่าน L’Écusson แล้ว มงเปอลีเยยังขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยเฉพาะย่าน Antigone ที่ออกแบบโดยสถาปนิก Ricardo Bofill และย่าน Port Marianne ซึ่งมีผลงานของสถาปนิกชื่อดังหลายคน เช่น Jean Nouvel, Sou Fujimoto และ Philippe Starck ทำให้เมืองมีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุคกลางกับงานออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างโดดเด่น
  • ใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเที่ยวได้ทั้งเมืองกับชายหาด – มงเปอลีเยตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดย Montpellier Tourisme ระบุว่าชายฝั่งอยู่ห่างจากเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากตัวเมืองไปยังชายหาดและพื้นที่ริมทะเลได้สะดวก นอกจากนี้บริเวณรอบเมืองยังมีพื้นที่ธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางชายฝั่ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการเที่ยวเมือง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศทะเลไว้ในทริปเดียว

เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับเมืองมงเปอลีเย (About Montpellier)

ประวัติความเป็นมา (History Of Montpellier)

มงเปอลีเย (Montpellier) เป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี จุดเริ่มต้นของเมืองสามารถระบุได้จากเอกสารลงวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 985 ซึ่งบันทึกการมอบที่ดินบริเวณมงเปอลีเยโดย Bernard เคานต์แห่ง Melgueil ให้แก่ Guilhem เหตุการณ์นี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงจุดกำเนิดของชุมชนที่พัฒนาต่อมาเป็นเมืองมงเปอลีเย และในช่วงยุคกลางเมืองได้เติบโตขึ้นจากทำเลที่เอื้อต่อการค้าและการติดต่อกับโลกเมดิเตอร์เรเนียน

ในช่วงศตวรรษที่ 12 มงเปอลีเยเริ่มมีชื่อเสียงอย่างมากด้านการแพทย์และการศึกษา โดยในปี ค.ศ. 1181 Guilhem VIII เปิดเสรีให้สามารถสอนแพทยศาสตร์ในเมืองได้ ส่งผลให้แพทย์และนักวิชาการจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1220 Universitas medicorum หรือชุมชนของอาจารย์และผู้เรียนด้านการแพทย์ได้รับธรรมนูญอย่างเป็นทางการ และในปี ค.ศ. 1289 สมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 4 ออกพระราชกฤษฎีกา Quia Sapientia ยกระดับมงเปอลีเยเป็น Studium generale ซึ่งครอบคลุมการศึกษาหลายสาขา ทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่สำคัญของยุโรป

ต่อมาในปี ค.ศ. 1349 มงเปอลีเยเข้าสู่การปกครองของราชอาณาจักรฝรั่งเศส หลังจาก Jaime III แห่งมายอร์กา (James III of Majorca) ขายเมืองให้แก่พระเจ้าฟิลิปที่ 6 แห่งฝรั่งเศส เมืองยังคงมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการค้าและการศึกษา ขณะที่ชื่อเสียงด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และในปี ค.ศ. 1593 มีการก่อตั้ง Jardin Royal de Montpellier หรือสวนพฤกษศาสตร์มงเปอลีเย เพื่อสนับสนุนการศึกษาด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์

ในช่วงศตวรรษที่ 16–17 มงเปอลีเยกลายเป็นฐานที่มั่นสำคัญของฝ่ายโปรเตสแตนต์ในฝรั่งเศส และได้รับผลกระทบจากสงครามศาสนาอย่างรุนแรง เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1622 เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 นำกองทัพเข้าล้อมเมืองระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 19 ตุลาคม ก่อนที่มงเปอลีเยจะยอมจำนน เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างและการป้องกันเมืองในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน มงเปอลีเยเป็นเมืองที่ผสมผสานมรดกทางประวัติศาสตร์เข้ากับความเป็นเมืองสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะย่านประวัติศาสตร์ L’Écusson ที่ยังคงมีตรอกซอกซอย อาคารเก่า และจัตุรัสที่สะท้อนพัฒนาการของเมืองในอดีต ขณะเดียวกันมงเปอลีเยยังคงเป็นเมืองมหาวิทยาลัยและศูนย์กลางสำคัญด้านการแพทย์ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของภาคใต้ฝรั่งเศส ทำให้เมืองแห่งนี้มีเอกลักษณ์จากการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์กว่าพันปีกับวิถีชีวิตร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน

 

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองมงเปอลีเย (Top Attractions)

1. Place de la Comédie (จัตุรัสโกเมดี)

Place de la Comédie เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองมงเปอลีเยและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดของเมือง จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของเมืองและเชื่อมต่อกับย่านประวัติศาสตร์ Écusson จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวชมเมือง รอบจัตุรัสเต็มไปด้วยอาคารเก่า ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่สำหรับคนเดิน โดยมี Fontaine des Trois Grâces น้ำพุประดับประติมากรรม Three Graces ตั้งอยู่บริเวณใจกลางและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ Montpellier นอกจากชมบรรยากาศและสถาปัตยกรรมแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้ Place de la Comédie เป็นจุดเริ่มต้นเดินไปยังสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น Musée Fabre, Opéra Comédie และย่านเมืองเก่า Écusson ได้อย่างสะดวก จัตุรัสแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ร้านอาหารและคาเฟ่โดยรอบเริ่มคึกคัก เหมาะสำหรับนั่งพักและสัมผัสบรรยากาศใจกลางเมือง

• ที่ตั้ง: 1 Place de la Comédie, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี (เป็นพื้นที่สาธารณะ)
• เวลาเปิด: เปิดให้เข้าชมได้ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะ
• วิธีเดินทาง: Tramway สาย 1 หรือ 2 ลงสถานี Comédie หรือเดินจากสถานีรถไฟ Montpellier Saint-Roch 5–10 นาที
• คำแนะนำ: ควรแวะชมช่วงเย็นเพื่อสัมผัสบรรยากาศของจัตุรัส ร้านกาแฟและร้านอาหารโดยรอบ

 

2. Musée Fabre (พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟาบร์)

Musée Fabre เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของ Montpellier และเป็นหนึ่งในสถานที่ทางวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจงานศิลปะ พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งขึ้นจากคอลเลกชันของ François-Xavier Fabre ศิลปินและนักสะสมชาว Montpellier ก่อนจะขยายคอลเลกชันอย่างต่อเนื่องจากการบริจาคและการสะสมเพิ่มเติม ภายในจัดแสดงผลงานตั้งแต่ศิลปะยุคเก่าไปจนถึงศิลปะสมัยใหม่ ทั้งภาพวาด ประติมากรรม และงานบนกระดาษ คอลเลกชันของ Musée Fabre มีผลงานจากศิลปินหลายยุค รวมถึงศิลปินฝรั่งเศสและยุโรปที่มีชื่อเสียง ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะสำหรับการเรียนรู้พัฒนาการของศิลปะตะวันตก นอกจากนี้ยังมี Hôtel de Cabrières-Sabatier d’Espeyran ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์และจัดแสดงศิลปะตกแต่งในบรรยากาศของคฤหาสน์ประวัติศาสตร์ การเที่ยวชมทั้งหมดจึงควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5–2 ชั่วโมง

• ที่ตั้ง: 39 Boulevard Bonne-Nouvelle, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชมตามประเภทบัตรและนิทรรศการ โดยอาจมีสิทธิ์เข้าชมฟรีหรือส่วนลดสำหรับบางกลุ่ม
• เวลาเปิด: วันอังคาร–วันอาทิตย์ โดยทั่วไปประมาณ 10:00–18:00 น. และปิดวันจันทร์ (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนิทรรศการ)
• วิธีเดินทาง: เดินจาก Place de la Comédie ได้ประมาณ 5–10 นาที หรือใช้รถรางมายังบริเวณใกล้เคียงแล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: ควรตรวจสอบราคาบัตร ตารางเวลาเปิด และนิทรรศการที่จัดแสดงจากเว็บไซต์ทางการของ Musée Fabre ก่อนเดินทาง

 

3. Place Royale du Peyrou / Promenade du Peyrou

Place Royale du Peyrou หรือ Promenade du Peyrou เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่บนจุดสูงของ Montpellier และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 และปรับปรุงเพิ่มเติมในศตวรรษที่ 18 โดยมีอนุสาวรีย์พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงม้าเป็นจุดเด่น รวมถึง Château d’Eau ซึ่งเป็นอาคารประดับสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่ปลายด้านหนึ่งของพื้นที่บริเวณ Peyrou เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนและจุดชมวิวเมือง เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและเปิดโล่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแนวต้นไม้ ชมอนุสาวรีย์ และมองเห็นทัศนียภาพของ Montpellier ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเดินต่อไปยัง Arc de Triomphe และ Aqueduc Saint-Clément ได้โดยสะดวก จึงเหมาะสำหรับจัดเป็นเส้นทางเที่ยวต่อเนื่องในช่วงเดียวกัน

• ที่ตั้ง: Place Royale du Peyrou, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี (พื้นที่สาธารณะ)
• เวลาเปิด: พื้นที่สาธารณะ สามารถเข้าชมได้ตามช่วงเวลาการเปิดของสวนและพื้นที่โดยรอบ
• วิธีเดินทาง: เดินจากย่านเมืองเก่า Montpellier ได้ หรือใช้รถรางมายังบริเวณสถานีใกล้ Arc de Triomphe แล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: ควรเที่ยวต่อเนื่องกับ Arc de Triomphe และ Aqueduc Saint-Clément ช่วงเย็นซึ่งเหมาะสำหรับชมบรรยากาศและวิวเมือง

 

4. Arc de Triomphe (ประตูชัยมงเปอลีเย)

Arc de Triomphe ของ Montpellier เป็นประตูชัยประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1692 เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ตั้งอยู่บริเวณปลาย Rue Foch และเป็นทางเข้าสู่ Promenade du Peyrou ตัวประตูได้รับการตกแต่งด้วยประติมากรรมและรายละเอียดที่สื่อถึงชัยชนะทางการทหารและพระราชอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทำให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเมืองในยุคราชวงศ์ฝรั่งเศส จุดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวคือการขึ้นไปยังส่วนบนของประตูเพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง อย่างไรก็ตาม การเข้าชมด้านบนไม่ได้เปิดให้ขึ้นเองได้ตลอดเวลา แต่เป็นการเข้าชมผ่านทัวร์นำชมที่จัดโดย Montpellier Tourisme และต้องขึ้นบันไดประมาณ 90 ขั้น หากต้องการร่วมกิจกรรมควรตรวจสอบรอบทัวร์และเงื่อนไขการจองก่อนเดินทาง

• ที่ตั้ง: Rue Foch, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ชมด้านนอกฟรี / การขึ้นด้านบนมีค่าใช้จ่ายตามประเภททัวร์และรอบที่เปิดให้บริการ
• เวลาเปิด: การขึ้นชมด้านบนเปิดให้เข้าชมตามรอบทัวร์ที่กำหนดและอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
• วิธีเดินทาง: เดินจาก Place Royale du Peyrou ได้ หรือใช้รถรางมายังบริเวณใกล้ Arc de Triomphe แล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: หากต้องการขึ้นชมวิวเมือง ควรตรวจสอบและจองทัวร์ล่วงหน้า เนื่องจากต้องขึ้นบันไดและจำนวนผู้เข้าชมต่อรอบมีจำกัด

 

5. Cathédrale Saint-Pierre de Montpellier

Cathédrale Saint-Pierre เป็นมหาวิหารสำคัญของ Montpellier และเป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ตัวอาคารมีลักษณะสถาปัตยกรรมโกธิกแบบทางใต้ของฝรั่งเศส หรือ Gothic méridional จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือเสาขนาดใหญ่บริเวณทางเข้าที่มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ ทำให้ด้านหน้าของมหาวิหารมีเอกลักษณ์แตกต่างจากโบสถ์ทั่วไปในฝรั่งเศสตอนใต้ ภายในมหาวิหารมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและงานศิลปะทางศาสนาที่น่าสนใจ และบริเวณโดยรอบยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ด้านการแพทย์ของเมือง เนื่องจากตั้งอยู่ติดกับ Faculté de Médecine นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวมหาวิหารร่วมกับ Jardin des Plantes และคณะแพทยศาสตร์ได้ โดยควรเผื่อเวลาในการชมอาคารและตรวจสอบตารางพิธีทางศาสนาก่อนเข้าชม

• ที่ตั้ง: 1 Rue Saint-Pierre, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าชมตัวมหาวิหาร
• เวลาเปิด: เวลาเปิดอาจแตกต่างกันตามวันและพิธีทางศาสนา ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
• วิธีเดินทาง: ใช้รถรางมายังสถานี Albert 1er – Cathédrale แล้วเดินต่อประมาณไม่กี่นาที หรือเดินจากย่านเมืองเก่าได้
• คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าเยี่ยมชม และหลีกเลี่ยงการเข้าชมในช่วงที่กำลังประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อไม่รบกวนผู้เข้าร่วมพิธี

 

6. Jardin des Plantes de Montpellier

Jardin des Plantes de Montpellier เป็นสวนพฤกษศาสตร์ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อทั้งวงการแพทย์และพฤกษศาสตร์ของเมือง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1593 โดย Pierre Richer de Belleval เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านพฤกษศาสตร์ของคณะแพทยศาสตร์ Montpellier สวนแห่งนี้จึงมีประวัติความเป็นมายาวนานและได้รับการยอมรับว่าเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส ปัจจุบันสวนยังคงมีบทบาทด้านการศึกษา การวิจัย และการอนุรักษ์พืช ขณะเดียวกันก็เปิดให้ประชาชนเข้าชมและเดินเล่นท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ภายในมีพืชหลากหลายชนิด รวมถึงต้นไม้เก่าแก่และพื้นที่จัดแสดงพืชตามหลักพฤกษศาสตร์ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักจากการเที่ยวชมอาคารประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางมาพร้อมกับ Cathédrale Saint-Pierre

• ที่ตั้ง: 1 Boulevard Henri IV, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี
• เวลาเปิด: โดยทั่วไปเปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ โดยเวลาเปิดอาจแตกต่างกันตามฤดูกาล และปิดวันจันทร์
• วิธีเดินทาง: ใช้รถรางมายังสถานี Albert 1er – Cathédrale แล้วเดินต่อประมาณไม่กี่นาที หรือเดินจาก Cathédrale Saint-Pierre ได้
• คำแนะนำ: ควรตรวจสอบวันและเวลาเปิดล่าสุดก่อนเดินทาง เนื่องจากสวนอาจมีการปรับเวลาเปิดตามฤดูกาลและกิจกรรมต่าง ๆ

 

7. Faculté de Médecine de Montpellier

Faculté de Médecine de Montpellier เป็นสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ด้านการแพทย์อันยาวนานของเมือง Montpellier และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวิชาการที่มีชื่อเสียงของเมือง อาคารตั้งอยู่ติดกับ Cathédrale Saint-Pierre และมีประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับอดีตสถาบันศาสนา ก่อนถูกนำมาใช้เป็นสถานที่สำหรับการศึกษาด้านการแพทย์ โดยพื้นที่แห่งนี้มีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ ห้องโถง และส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การแพทย์ โดย Montpellier Tourisme มีการจัดทัวร์นำชมในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม สถานที่บางส่วน เช่น Conservatoire d’Anatomie อาจมีการปิดเพื่อปรับปรุงหรือมีข้อจำกัดในการเข้าชมตามช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนเดินทาง

• ที่ตั้ง: 2 Rue de l’École de Médecine, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับประเภททัวร์ กิจกรรม หรือการเข้าชมที่จัดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา
• เวลาเปิด: ไม่ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปตลอดวัน การเข้าชมภายในอาคารขึ้นอยู่กับกิจกรรมและรอบที่เปิดให้บริการ
• วิธีเดินทาง: ใช้รถรางมายัง Albert 1er – Cathédrale แล้วเดินไปยัง Rue de l’École de Médecine หรือเดินจาก Cathédrale Saint-Pierre
• คำแนะนำ: หากต้องการเข้าชมภายในอาคาร ควรตรวจสอบรายละเอียดและจองล่วงหน้า เนื่องจากอาจมีการจำกัดรอบและจำนวนผู้เข้าชม

 

8. Opéra Comédie (โรงโอเปราโกเมดี)

Opéra Comédie เป็นโรงละครสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณ Place de la Comédie และเป็นหนึ่งในอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของใจกลาง Montpellier อาคารโรงละครมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนและมีประวัติการก่อสร้างและปรับปรุงหลายครั้งจากเหตุการณ์ไฟไหม้ โรงโอเปราที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และมีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน ปัจจุบัน Opéra Comédie เป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแสดงของ Opéra Orchestre National Montpellier Occitanie โดยมีทั้งโอเปรา คอนเสิร์ต และการแสดงทางดนตรีต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารจากภายนอกได้ฟรี ส่วนการเข้าชมภายในขึ้นอยู่กับการแสดง ทัวร์ หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วงเวลานั้น

• ที่ตั้ง: Place de la Comédie, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ชมภายนอกฟรี / การเข้าชมภายใน การแสดง และทัวร์มีค่าใช้จ่ายตามประเภทกิจกรรม
• เวลาเปิด: ขึ้นอยู่กับตารางการแสดง กิจกรรม และเวลาทำการของสถานที่ในแต่ละวัน
• วิธีเดินทาง: ใช้รถรางมายังสถานี Comédie ได้สะดวก เนื่องจากตัวโรงโอเปราตั้งอยู่บริเวณ Place de la Comédie
• คำแนะนำ: หากต้องการชมการแสดงหรือเข้าชมภายใน ควรตรวจสอบตารางการแสดงและรายละเอียดการเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง

 

9. Tour de la Babote (หอคอยบาโบต)

Tour de la Babote เป็นหอคอยประวัติศาสตร์ที่เหลืออยู่จากแนวป้อมปราการของเมือง Montpellier ในยุคกลาง และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ช่วยให้เห็นภาพระบบป้องกันเมืองในอดีต หอคอยตั้งอยู่บริเวณขอบของย่านเมืองเก่าและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส ตัวอาคารมีการปรับเปลี่ยนการใช้งานหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์และในศตวรรษที่ 18 Tour de la Babote ถูกใช้เป็นหอดูดาว และต่อมามีความเกี่ยวข้องกับระบบโทรเลขและกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีประวัติการใช้งานที่หลากหลาย ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมด้านในได้ตามรอบทัวร์หรือกิจกรรมที่เปิดให้บริการ จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางหากต้องการเข้าไปชมภายใน

• ที่ตั้ง: 17 Boulevard de l’Observatoire, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับประเภทและรอบของทัวร์หรือกิจกรรมที่จัดขึ้น
• เวลาเปิด: ไม่ได้เปิดให้เข้าชมภายในแบบอิสระตลอดวัน การเข้าชมขึ้นอยู่กับรอบทัวร์หรือกิจกรรมที่เปิดให้บริการ
• วิธีเดินทาง: สามารถเดินจากย่าน Écusson และสถานีรถไฟ Montpellier Saint-Roch ได้ หรือใช้รถรางมายังบริเวณใกล้เคียงแล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: หากต้องการเข้าชมภายใน ควรตรวจสอบตารางทัวร์และกิจกรรมล่วงหน้า เนื่องจากการเข้าชมอาจมีรอบและจำนวนผู้เข้าชมจำกัด

 

10. Aqueduc Saint-Clément / Aqueduc des Arceaux

Aqueduc Saint-Clément หรือ Aqueduc des Arceaux เป็นสะพานส่งน้ำประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของ Montpellier โครงการนี้เชื่อมแหล่งน้ำจาก Saint-Clément กับ Château d’Eau บริเวณ Peyrou โดยมีระยะทางของระบบส่งน้ำประมาณ 14 กิโลเมตร ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือแนวสะพานซุ้มโค้งสองชั้นบริเวณย่าน Les Arceaux ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของเมือง บริเวณ Les Arceaux เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับเดินชมสถาปัตยกรรมและถ่ายภาพแนวสะพานส่งน้ำ โดยเฉพาะช่วงที่มีตลาดท้องถิ่นใต้แนวสะพาน นอกจากนี้ยังสามารถเดินต่อไปยัง Promenade du Peyrou และ Arc de Triomphe ได้ ทำให้ Aqueduc Saint-Clément เหมาะสำหรับรวมไว้ในเส้นทางเที่ยวชมเมืองเก่าฝั่งตะวันตก

• ที่ตั้ง: Les Arceaux, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี (สามารถชมจากพื้นที่สาธารณะ)
• เวลาเปิด: สามารถชมจากพื้นที่สาธารณะได้ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: เดินจาก Place Royale du Peyrou ไปยัง Les Arceaux ได้ หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะมายังบริเวณใกล้เคียงแล้วเดินต่อ
• คำแนะนำ: หากมาในช่วงเช้าวันที่มีตลาด Les Arceaux ควรเผื่อเวลาเดินชมตลาดท้องถิ่นและเลือกซื้อผลิตผลสดจากผู้ค้าในพื้นที่ด้วย

 

11. Quartier Antigone (ย่านแอนติโกน)

Quartier Antigone เป็นย่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของ Montpellier และแตกต่างจากย่านเมืองเก่า Écusson อย่างชัดเจน โครงการพัฒนาย่านนี้เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 โดยมีสถาปนิกชาวคาตาลัน Ricardo Bofill เป็นผู้ออกแบบหลัก อาคารต่าง ๆ ใช้รูปทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่ เสา ซุ้มโค้ง และลานสาธารณะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมคลาสสิกและโลกกรีกโบราณ โดย Antigone ยังสะท้อนแนวคิดการขยายเมืองของ Montpellier จากศูนย์กลางประวัติศาสตร์ไปทางตะวันออก โดยมีพื้นที่สาธารณะและแนวทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังบริเวณแม่น้ำ Lez ย่านนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง และการถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงตกกระทบอาคารและพื้นที่เปิดโล่งได้อย่างสวยงาม

• ที่ตั้ง: Quartier Antigone, 34000 Montpellier, France
• ค่าเข้าชม: ฟรี (พื้นที่สาธารณะ)
• เวลาเปิด: พื้นที่สาธารณะ สามารถเดินชมได้ตลอดวัน
• วิธีเดินทาง: ใช้รถรางสาย 1 ลงสถานี Antigone หรือเดินจาก Place de la Comédie ผ่านถนน Avenue de la Méditerranée ได้
• คำแนะนำ: เผื่อเวลาเดินชม 1–2 ชั่วโมง และสามารถเดินต่อไปยังริมแม่น้ำ Lez เพื่อชมสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของย่านสมัยใหม่ได้

 

อาหารและไวน์ท้องถิ่น (Local Cuisine & Wine)

แนะนำอาหารท้องถิ่นที่ควรลอง

อาหารใน Montpellier และพื้นที่ Hérault โดยรอบได้รับอิทธิพลจากทั้งวัฒนธรรมอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและวัตถุดิบจากทะเลและแหล่งน้ำในภูมิภาค จึงมีทั้งอาหารทะเล อาหารคาวแบบดั้งเดิม และชีสท้องถิ่นที่น่าสนใจ แม้บางเมนูจะมีต้นกำเนิดจากเมืองใกล้เคียงอย่าง Sète หรือ Pézenas แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารของ Hérault ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบและลองชิมได้เมื่อมาเยือน Montpellier และพื้นที่โดยรอบ

 

1. Tielle Sétoise – พายปลาหมึกจากเมืองเซต
Tielle Sétoise หรือ Tielle de Sète เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมือง Sète ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งในจังหวัด Hérault ลักษณะเป็นพายทรงกลมที่ห่อไส้ปลาหมึกหรือหมึกยักษ์ปรุงกับซอสมะเขือเทศ หัวหอม และเครื่องเทศ ให้รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นอายของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน อาหารชนิดนี้มีรากมาจากอิทธิพลของชุมชนชาวอิตาลีจาก Gaeta ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานใน Sète ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านอาหารของเมือง Sète แม้ไม่ได้มีต้นกำเนิดจาก Montpellier โดยตรง แต่ถือเป็นเมนูเด่นของ Hérault ที่ควรลองเมื่อมาเที่ยวภูมิภาคนี้
• ต้นกำเนิด: เมือง Sète
• ประเภท: พายหรือทาร์ตอาหารทะเล
• ส่วนประกอบเด่น: ปลาหมึก ซอสมะเขือเทศ หัวหอม และเครื่องเทศ
• รสชาติ: เข้มข้นและมีรสเผ็ดเล็กน้อย
• รับประทานได้ทั้งแบบชิ้นเดี่ยวหรือแบ่งรับประทาน

 

2. Petits Pâtés de Pézenas – พายเนื้อจากเปเซอนาส
Petits Pâtés de Pézenas เป็นอาหารคาวขนาดเล็กที่มีต้นกำเนิดจากเมือง Pézenas ในจังหวัด Hérault และมีรูปร่างคล้ายกระบอกหรือม้วน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมนูนี้ ตัวแป้งห่อไส้เนื้อแกะที่ปรุงด้วยน้ำตาลทรายแดงและผิวเลมอน ทำให้มีรสชาติหวานเค็มที่แตกต่างจากพายเนื้อทั่วไป โดย Hérault Tourisme ระบุว่าอาหารชนิดนี้เป็นความภาคภูมิใจของเมือง Pézenas และมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จึงเป็นอีกเมนูที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการลองอาหารพื้นเมืองของจังหวัด Hérault
• ต้นกำเนิด: เมือง Pézenas
• ประเภท: พายเนื้อขนาดเล็ก
• ส่วนประกอบเด่น: เนื้อแกะ น้ำตาลทรายแดง และผิวเลมอน
• รสชาติ: หวานเค็มและมีกลิ่นหอมของเลมอน
• ลักษณะเด่น: รูปทรงคล้ายม้วนหรือกระบอก
• มักรับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือช่วงต้นมื้ออาหาร

 

3. หอยนางรมและหอยจาก Étang de Thau – อาหารทะเลท้องถิ่น
บริเวณ Étang de Thau ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเค็มขนาดใหญ่ใกล้ Sète เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการเพาะเลี้ยงหอยและอาหารทะเลของ Hérault โดยเฉพาะหอยนางรมและหอยแมลงภู่ วัตถุดิบจากพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารริมชายฝั่งของภูมิภาค และสามารถพบได้ในร้านอาหารและพื้นที่รับประทานอาหารรอบ Montpellier โดยเฉพาะเมื่อต้องการสัมผัสอาหารทะเลที่เน้นรสชาติสดและเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบ นอกจากรับประทานสดแล้ว หอยจาก Étang de Thau ยังนำไปใช้ในอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนูอีกด้วย
• แหล่งสำคัญ: Étang de Thau
• อาหารเด่น: หอยนางรมและหอยแมลงภู่
• จุดเด่น: วัตถุดิบจากแหล่งน้ำเค็มในพื้นที่ Hérault
• ลักษณะการรับประทาน: สด หรือปรุงเป็นอาหารท้องถิ่น
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลและรสชาติของวัตถุดิบสด

 

4. Pélardon – ชีสนมแพะท้องถิ่น
Pélardon เป็นชีสนมแพะที่มีชื่อเสียงของภูมิภาค Occitanie และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นที่เหมาะสำหรับลองเมื่อมาเยือน Montpellier ชีสชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างเล็กและมีรสชาติที่เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาการบ่ม ตั้งแต่รสนุ่มและละมุนเมื่อยังอ่อนไปจนถึงรสเข้มข้นและมีกลิ่นเฉพาะตัวเมื่อบ่มนานขึ้น Pélardon จึงสามารถรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารหรือจัดรวมในชีสแพลตเตอร์ และสะท้อนถึงวัฒนธรรมการผลิตชีสจากพื้นที่ชนบทและภูเขาของภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
• ประเภท: ชีสนมแพะ
• แหล่งผลิตสำคัญ: พื้นที่ Cévennes และบริเวณโดยรอบ
• ลักษณะ: ชีสก้อนขนาดเล็ก
• รสชาติ: ตั้งแต่นุ่มละมุนไปจนถึงเข้มข้นตามอายุการบ่ม
• เหมาะสำหรับ: ชีสแพลตเตอร์หรือรับประทานคู่กับขนมปัง

 

แนะนำขนมท้องถิ่นที่ควรลอง

มงเปอลีเย (Montpellier) และพื้นที่โดยรอบในจังหวัด Hérault มีขนมและของหวานที่น่าสนใจหลายชนิด โดยขนมที่มีความเชื่อมโยงกับ Montpellier โดยตรง ได้แก่ Grisettes de Montpellier และ Escalettes de Montpellier ขณะที่เมืองใกล้เคียงอย่าง Sète และ Pézenas ก็มีขนมพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและสามารถพบได้ในพื้นที่ Montpellier เช่นกัน การลองชิมขนมเหล่านี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสัมผัสวัฒนธรรมอาหารและเรื่องราวของภูมิภาค Occitanie ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

 

1. Grisettes de Montpellier – ลูกอมชะเอมเทศและน้ำผึ้ง
Grisettes de Montpellier เป็นลูกอมขนาดเล็กที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของ Montpellier และถือเป็นหนึ่งในขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง ทำจากชะเอมเทศ (réglisse) และน้ำผึ้ง แล้วเคลือบด้วยน้ำตาลบาง ๆ มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีเข้ม รสชาติหวานผสมกลิ่นและรสเฉพาะตัวของชะเอมเทศ โดยขนมชนิดนี้มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับ Montpellier มาตั้งแต่ยุคกลาง และปัจจุบันยังเป็นของฝากที่พบได้ทั่วไปในเมือง เหมาะสำหรับซื้อกลับไปลองหรือมอบเป็นของฝากให้คนที่บ้าน
• แหล่งกำเนิดและความเชื่อมโยง: Montpellier
• ประเภท: ลูกอม/ขนมหวาน
• ส่วนประกอบหลัก: ชะเอมเทศและน้ำผึ้ง
• ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก สีเข้ม
• รสชาติ: หวานและมีกลิ่นเฉพาะตัวของชะเอมเทศ
• เหมาะสำหรับ: รับประทานเล่นและซื้อเป็นของฝาก

 

2. Escalettes de Montpellier – ขนมแผ่นบางแบบดั้งเดิม
Escalettes de Montpellier เป็นขนมพื้นเมืองที่มีลักษณะเป็นแผ่นบางคล้ายวาฟเฟิลหรือกูฟร์ (gaufre) แบบดั้งเดิม โดยนำแป้งไปอบหรือกดในพิมพ์เหล็กหล่อที่มีลวดลายเฉพาะ ทำให้ขนมมีรูปทรงสวยงาม เนื้อสัมผัสบางและกรอบเบา ขนมชนิดนี้มีความเชื่อมโยงกับประเพณีการทำขนมของพื้นที่ Montpellier และ Languedoc และมีประวัติสัมพันธ์กับช่วงเทศกาล Carnival ในอดีต ปัจจุบันยังคงพบผู้ผลิตที่ทำ Escalettes แบบดั้งเดิมและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของภูมิภาค
• แหล่งกำเนิด: พื้นที่ Montpellier และ Languedoc
• ประเภท: ขนมแผ่นบาง/กูฟร์แบบดั้งเดิม
• วิธีทำ: อบหรือกดด้วยพิมพ์เหล็กหล่อ
• ลักษณะ: แผ่นบาง น้ำหนักเบา และกรอบ
• จุดเด่น: มีลวดลายจากพิมพ์แบบดั้งเดิม
• เหมาะสำหรับ: รับประทานเป็นของว่างหรือซื้อเป็นของฝาก

 

3. Zézette de Sète – บิสกิตหวานจากเมืองเซต
Zézette de Sète เป็นบิสกิตพื้นเมืองของเมือง Sète ในจังหวัด Hérault มีลักษณะเป็นแท่งขนาดเล็ก เนื้อสัมผัสกรอบและมีรสหวาน ขนมชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นในเมือง Sète โดย Gaston Bentata ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และมีที่มาจากสูตรขนมของครอบครัวที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม Pied-Noir แม้ Zézette จะไม่ได้มีต้นกำเนิดจาก Montpellier โดยตรง แต่เป็นขนมที่มีชื่อเสียงของพื้นที่ Hérault และสามารถหาซื้อได้ใน Montpellier จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการลองขนมขึ้นชื่อจากเมืองใกล้เคียง
• ต้นกำเนิด: เมือง Sète
• ประเภท: บิสกิตหวาน
• ลักษณะ: แท่งขนาดเล็กและกรอบ
• ผู้สร้างสูตรที่เป็นที่รู้จัก: Gaston Bentata
• จุดเริ่มต้น: ช่วงปลายทศวรรษ 1970
• เหมาะสำหรับ: รับประทานเป็นของว่างหรือซื้อเป็นของฝาก

 

4. Navettes Sétoises – บิสกิตรูปเรือจากเมืองเซต
Navettes Sétoises เป็นบิสกิตพื้นเมืองของเมือง Sète ที่มีประวัติการผลิตมายาวนาน โดยมีข้อมูลว่าผลิตมาตั้งแต่ปี 1913 ลักษณะเด่นคือเป็นบิสกิตกรอบรูปทรงคล้ายเรือ และมีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น เลมอน ดอกส้ม โป๊ยกั๊ก และอบเชย ขนมชนิดนี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมการทำขนมของเมืองชายฝั่ง Sète และเป็นหนึ่งในขนมพื้นเมืองของ Hérault ที่นักท่องเที่ยวสามารถหาลองได้ในพื้นที่ Montpellier และเมืองโดยรอบ
• ต้นกำเนิด: เมือง Sète
• ประเภท: บิสกิตกรอบ
• เริ่มผลิต: ตั้งแต่ปี 1913
• ลักษณะเด่น: รูปทรงคล้ายเรือ
• รสชาติที่พบ: เลมอน ดอกส้ม โป๊ยกั๊ก และอบเชย
• เหมาะสำหรับ: รับประทานเป็นของว่างและซื้อเป็นของฝาก

 

5. Berlingots de Pézenas – ลูกอมพื้นเมืองจากเปเซอนาส
Berlingots de Pézenas เป็นลูกอมแบบดั้งเดิมจากเมือง Pézenas ในจังหวัด Hérault มีลักษณะเป็นลูกอมชิ้นเล็กที่มีสีสันและลวดลายหลากหลาย โดยเป็นหนึ่งในขนมพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของเมือง Pézenas และได้รับการนำเสนอในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและของหวานของ Hérault แม้จะไม่ได้มีต้นกำเนิดจาก Montpellier โดยตรง แต่ Pézenas อยู่ในจังหวัดเดียวกันและอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวรอบ Montpellier จึงเป็นอีกขนมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจรสชาติและผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของภูมิภาค
• ต้นกำเนิด: เมือง Pézenas
• ประเภท: ลูกอม
• ลักษณะ: ชิ้นเล็ก สีสันและลวดลายหลากหลาย
• เป็นขนมพื้นเมืองของ: จังหวัด Hérault
• เหมาะสำหรับ: รับประทานเล่นและซื้อเป็นของฝาก

 

แนะนำไวน์ท้องถิ่นและเครื่องดื่มที่ควรลอง

มงเปอลีเย (Montpellier) ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญของแหล่งผลิตไวน์ Languedoc และรายล้อมด้วยไร่องุ่นในจังหวัด Hérault ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสไวน์และเครื่องดื่มที่มีความเชื่อมโยงกับเมืองและพื้นที่โดยรอบได้หลากหลาย ตั้งแต่ไวน์แดง Grés de Montpellier และ AOP Pic Saint-Loup ไปจนถึงไวน์หวานธรรมชาติ AOP Muscat de Mireval และไวน์ขาว AOP Picpoul de Pinet นอกจากนี้ยังมี Cartagène ซึ่งเป็นไวน์ลิเคอร์แบบดั้งเดิมของ Languedoc ที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมเครื่องดื่มของภูมิภาคนี้


1. Grés de Montpellier – ไวน์แดงจากพื้นที่ Montpellier และชุมชนโดยรอบ

Grés de Montpellier เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีความเชื่อมโยงกับ Montpellier โดยตรง โดยปัจจุบันมีสถานะ AOC Grés de Montpellier และผลิตเป็นไวน์แดง (vin tranquille) พื้นที่ตามเขต AOC ครอบคลุมบางส่วนของหลายชุมชนในจังหวัด Hérault รวมถึง Montpellier จึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นไวน์ที่ผลิตเฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น ไวน์ชนิดนี้สะท้อนลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศแบบเมดิเตอร์เรเนียนของพื้นที่ และใช้พันธุ์องุ่นสำคัญของแหล่งผลิต เช่น Grenache, Syrah และ Mourvèdre
• สถานะ: AOC Grés de Montpellier
• ประเภท: ไวน์แดง
• พันธุ์องุ่นสำคัญ: Grenache, Syrah และ Mourvèdre
• แหล่งผลิต: พื้นที่ตามเขต AOC ในจังหวัด Hérault รวมถึง Montpellier
• ลักษณะ: ไวน์แดงสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการทำความรู้จักไวน์ของ Montpellier

 

2. AOP Pic Saint-Loup – ไวน์แดงและโรเซ่จากทางเหนือของ Montpellier
AOP Pic Saint-Loup เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงของพื้นที่รอบ Montpellier ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองบริเวณภูเขา Pic Saint-Loup และพื้นที่ garrigue โดย appellation นี้ผลิตทั้งไวน์แดงและโรเซ่ และมีพันธุ์องุ่นสำคัญ ได้แก่ Syrah, Grenache และ Mourvèdre ไวน์แดงมีลักษณะเด่นด้านความสด ความสมดุล และแทนนินที่ละเอียด ส่วนไวน์โรเซ่มีบุคลิกสดชื่นและดื่มง่าย จึงเป็นอีกหนึ่งไวน์ที่เหมาะสำหรับสำรวจวัฒนธรรมไวน์ของพื้นที่ชนบทรอบ Montpellier
• สถานะ: AOP Pic Saint-Loup
• ประเภทไวน์: แดงและโรเซ่
• พันธุ์องุ่นสำคัญ: Syrah, Grenache และ Mourvèdre
• แหล่งผลิต: พื้นที่ทางเหนือของ Montpellier
• ภูมิประเทศเด่น: เนินเขาและพื้นที่ garrigue
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบไวน์แดงและโรเซ่สไตล์ Languedoc

 

3. AOP Muscat de Mireval – ไวน์หวานธรรมชาติจากพื้นที่ใกล้ Montpellier
AOP Muscat de Mireval เป็นไวน์หวานธรรมชาติ (vin doux naturel) จากพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัด Hérault โดยเขต AOP ครอบคลุม 2 ชุมชน ได้แก่ Mireval และ Vic-la-Gardiole ผลิตจากองุ่น Muscat à petits grains และผ่านกระบวนการ mutage หรือการเติมแอลกอฮอล์จากไวน์เพื่อหยุดการหมัก ทำให้ยังคงมีน้ำตาลธรรมชาติจากองุ่นอยู่ ไวน์ในช่วงอายุน้อยมีกลิ่นหอมของ Muscat สดและผลไม้เมืองร้อน ส่วนเมื่อบ่มนานขึ้นสามารถพัฒนาไปสู่กลิ่นผลไม้เชื่อมและโทนน้ำผึ้ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบไวน์หวานและมีความหอมชัดเจน
• สถานะ: AOP Muscat de Mireval
• สไตล์: Vin doux naturel
• องุ่นหลัก: Muscat à petits grains
• แหล่งผลิต: Mireval และ Vic-la-Gardiole
• จุดเด่น: หอมหวานและมีน้ำตาลธรรมชาติจากองุ่น
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบไวน์หวานหรือดื่มหลังอาหาร

 

4. AOP Picpoul de Pinet – ไวน์ขาวจากพื้นที่ Étang de Thau
AOP Picpoul de Pinet เป็นไวน์ขาวจากพื้นที่รอบ Étang de Thau ในจังหวัด Hérault และเป็นหนึ่งในไวน์ที่เหมาะสำหรับทำความรู้จักกับวัฒนธรรมอาหารและไวน์ของพื้นที่ชายฝั่ง Hérault โดยไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์ขาวและผลิตจากพันธุ์องุ่น Piquepoul blanc จุดเด่นคือความสดชื่นและความเป็นกรดที่ชัดเจน จึงเข้ากันได้ดีกับอาหารทะเลและหอยจากบริเวณ Étang de Thau แม้แหล่งผลิตจะอยู่นอกตัว Montpellier แต่ถือเป็นไวน์จากพื้นที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้
• สถานะ: AOP Picpoul de Pinet
• ประเภท: ไวน์ขาว
• องุ่นหลัก: Piquepoul blanc
• แหล่งผลิต: พื้นที่รอบ Étang de Thau
• จุดเด่น: สดชื่นและมีความเป็นกรดชัดเจน
• เหมาะสำหรับ: รับประทานคู่กับหอยและอาหารทะเล

 

5. Cartagène – ไวน์ลิเคอร์แบบดั้งเดิมของ Languedoc
Cartagène เป็น vin de liqueur แบบดั้งเดิมของ Languedoc และเป็นเครื่องดื่มที่พบได้ในจังหวัด Hérault โดยทำจากน้ำองุ่นสด (moût de raisin) ผสมกับสุราองุ่น (eau-de-vie de vin) ทำให้มีรสหวานและกลิ่นหอมขององุ่น โดยทั่วไปนิยมดื่มเป็น apéritif ก่อนอาหาร แม้ Cartagène จะไม่ใช่ไวน์ AOP แต่เป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนวัฒนธรรมการใช้ผลผลิตจากไร่องุ่นของ Languedoc ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลองเครื่องดื่มท้องถิ่นที่แตกต่างจากไวน์ appellation ทั่วไป
• ประเภท: Vin de liqueur
• แหล่งกำเนิดทางวัฒนธรรม: Languedoc
• ส่วนประกอบหลัก: น้ำองุ่นสดและสุราองุ่น
• รสชาติ: หวานและมีกลิ่นหอมขององุ่น
• นิยมดื่ม: เป็น apéritif ก่อนอาหาร
• เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการลองเครื่องดื่มท้องถิ่นนอกเหนือจากไวน์ AOP

 

เทศกาลและวัฒนธรรม (Culture & Festivals)

มงเปอลีเย (Montpellier) เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาด้านศิลปะและวัฒนธรรมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลสำคัญหลายงานต่อเนื่อง ทั้งวรรณกรรม การละคร การเต้นรำ และดนตรี นอกจากนี้ เมืองยังมีเทศกาลภาพยนตร์ ดนตรีร่วมสมัย ศิลปะ วัฒนธรรมเมดิเตอร์เรเนียน และงานประเพณีอย่าง Saint-Roch ทำให้ Montpellier เป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งวัฒนธรรมร่วมสมัยและบรรยากาศท้องถิ่นของเมืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

 

1. La Comédie du Livre – 10 jours en mai

La Comédie du Livre เป็นเทศกาลวรรณกรรมสำคัญของ Montpellier ที่จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนพฤษภาคม โดยมีกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือและวรรณกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการพบปะนักเขียน การเสวนา การนำเสนอผลงาน และกิจกรรมสำหรับผู้รักการอ่าน เทศกาลนี้เป็นหนึ่งในสี่เทศกาลหลักที่เมือง Montpellier เลือกเป็นไฮไลต์ของฤดูกาลเทศกาลปี 2026 และในปี 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–24 พฤษภาคม รวม 10 วัน
• ช่วงจัดงาน: เดือนพฤษภาคม
• ปี 2026: 15–24 พฤษภาคม
• เน้นหนังสือ วรรณกรรม และการสร้างสรรค์ทางวรรณศิลป์
• มีกิจกรรมพบปะและพูดคุยกับนักเขียน
• เป็นหนึ่งในเทศกาลหลักของ Montpellier

 

2. Le Printemps des Comédiens

Le Printemps des Comédiens เป็นเทศกาลศิลปะการแสดงที่สำคัญของ Montpellier เน้นละคร การแสดงบนเวที และผลงานศิลปะการแสดงร่วมสมัย จัดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อน โดยเป็นอีกหนึ่งในสี่เทศกาลหลักของ Montpellier ในปี 2026 เทศกาลจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม–21 มิถุนายน ทำให้ช่วงเวลานี้เมืองเต็มไปด้วยกิจกรรมการแสดงและบรรยากาศทางวัฒนธรรมที่คึกคัก
• ช่วงจัดงาน: พฤษภาคม–มิถุนายน
• ปี 2026: 29 พฤษภาคม–21 มิถุนายน
• เน้นละครและศิลปะการแสดง
• มีผลงานจากศิลปินและคณะการแสดงหลากหลาย
• เป็นหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมหลักของเมือง

 

3. Montpellier Danse – เทศกาลนาฏศิลป์ร่วมสมัย

Montpellier Danse เป็นเทศกาลนาฏศิลป์ร่วมสมัยระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงของเมือง โดยนำเสนอผลงานของศิลปินและคณะเต้นรำจากหลากหลายประเทศ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้กับการสร้างสรรค์ผลงานใหม่และรูปแบบการเต้นร่วมสมัย เทศกาลนี้เป็นหนึ่งในสี่เทศกาลหลักของ Montpellier ในปี 2026 และจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน–4 กรกฎาคม
• ช่วงจัดงาน: มิถุนายน–กรกฎาคม
• ปี 2026: 11 มิถุนายน–4 กรกฎาคม
• เน้นนาฏศิลป์และการเต้นรำร่วมสมัย
• มีศิลปินและคณะเต้นรำจากนานาชาติ
• เป็นหนึ่งในเทศกาลศิลปะที่มีชื่อเสียงของ Montpellier

 

4. Festival Radio France Occitanie Montpellier

Festival Radio France Occitanie Montpellier เป็นเทศกาลดนตรีสำคัญของเมืองที่นำเสนอการแสดงดนตรีหลากหลายประเภท โดยเฉพาะดนตรีคลาสสิกและโอเปรา รวมถึงแนวดนตรีอื่น ๆ ในโปรแกรมของเทศกาล งานจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมและเป็นหนึ่งในสี่เทศกาลหลักของ Montpellier ในฤดูกาลปี 2026 โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่ 5–18 กรกฎาคม
• ช่วงจัดงาน: เดือนกรกฎาคม
• ปี 2026: 5–18 กรกฎาคม
• เน้นดนตรีและการแสดงสด
• มีโปรแกรมดนตรีหลากหลายประเภท
• เป็นหนึ่งในเทศกาลหลักของ Montpellier

 

5. FISE Montpellier – เทศกาลกีฬาเอ็กซ์ตรีม

FISE Montpellier หรือ Festival International des Sports Extrêmes เป็นเทศกาลกีฬาเอ็กซ์ตรีมระดับนานาชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ Montpellier โดยจัดการแข่งขันและกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น BMX สเก็ตบอร์ด โรลเลอร์ และกีฬาฟรีสไตล์ต่าง ๆ บรรยากาศของงานผสมผสานการแข่งขันกีฬา ดนตรี และกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่ดึงดูดทั้งนักกีฬาและผู้ชมจำนวนมากมายังเมืองในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ
• จัดขึ้นโดยทั่วไปช่วงเดือนพฤษภาคม
• เป็นเทศกาลกีฬาเอ็กซ์ตรีมระดับนานาชาติ
• มีกีฬาอย่าง BMX และ Skateboard
• เน้นกีฬาเมืองและกีฬา Freestyle
• เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่มีชื่อเสียงของ Montpellier

 

6. Festival des Fanfares – เทศกาลดนตรีกลางแจ้ง

Festival des Fanfares เป็นเทศกาลดนตรีที่มีบรรยากาศเป็นกันเองและเชื่อมโยงกับชีวิตของย่านต่าง ๆ ใน Montpellier โดยเฉพาะบริเวณ Beaux-Arts และ Boutonnet ภายในงานมีวงดนตรีมาแสดงตามพื้นที่สาธารณะและถนน ทำให้ผู้คนสามารถเดินชมและฟังดนตรีไปพร้อมกับสัมผัสบรรยากาศของเมือง เทศกาลนี้เป็นหนึ่งในงานดนตรีที่ปรากฏอยู่ในปฏิทินเทศกาลอย่างเป็นทางการของ Montpellier
• จัดขึ้นโดยทั่วไปในเดือนมิถุนายน
• เน้นดนตรีและวง Fanfares
• มีกิจกรรมตามพื้นที่สาธารณะและย่านต่าง ๆ
• บรรยากาศเป็นกันเองและเข้าถึงได้ง่าย
• เป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีของ Montpellier

 

7. Fête de la Musique – เทศกาลดนตรีแห่งฝรั่งเศส

Fête de la Musique เป็นเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นทั่วประเทศฝรั่งเศสเป็นประจำทุกวันที่ 21 มิถุนายน และ Montpellier ก็ร่วมจัดกิจกรรมภายในเมืองด้วย ในช่วงเทศกาลจะมีการแสดงดนตรีตามพื้นที่สาธารณะ ถนน และสถานที่ต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศของเมืองคึกคักเป็นพิเศษในช่วงต้นฤดูร้อน จุดสำคัญคือเทศกาลนี้ไม่ใช่งานเฉพาะของ Montpellier แต่เป็นเทศกาลระดับประเทศที่เมืองเข้าร่วมจัดกิจกรรม
• จัดทุกวันที่ 21 มิถุนายน
• เป็นเทศกาลดนตรีระดับประเทศของฝรั่งเศส
• Montpellier มีการจัดกิจกรรมร่วมกับเทศกาล
• มีการแสดงตามพื้นที่สาธารณะและสถานที่ต่าง ๆ
• เหมาะสำหรับสัมผัสบรรยากาศเมืองช่วงต้นฤดูร้อน

 

8. Fêtes et Rencontres de la Saint-Roch

Fêtes et Rencontres de la Saint-Roch เป็นงานประเพณีและวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของ Montpellier โดย Saint Roch เป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับเมืองและได้รับการยกย่องในฐานะนักบุญองค์อุปถัมภ์ของผู้แสวงบุญ งานจัดขึ้นรอบวันที่ 15–16 สิงหาคม และมีกิจกรรม เช่น ขบวนแห่ การแสดง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมในย่านศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง สำหรับปี 2026 งานจัดขึ้นในวันที่ 15–16 สิงหาคม และเปิดให้เข้าร่วมฟรี
• ช่วงจัดงาน: 15–16 สิงหาคม
• จัดขึ้นในบริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์ Montpellier
• มีขบวนแห่และการแสดง
• มีองค์ประกอบของวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
• ปี 2026 เปิดให้เข้าร่วมฟรี
• เป็นหนึ่งในงานสำคัญด้านประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง

 

9. วัฒนธรรม Occitan และอัตลักษณ์ท้องถิ่น

Montpellier ตั้งอยู่ในภูมิภาค Occitanie และมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม Occitan ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภาคใต้ฝรั่งเศส อิทธิพลของวัฒนธรรมดังกล่าวสามารถพบได้ผ่านภาษา ดนตรี ประเพณี และกิจกรรมทางวัฒนธรรมบางประเภทในเมืองและภูมิภาคโดยรอบ โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและประเพณีท้องถิ่น ดังนั้นผู้มาเยือนที่สนใจวัฒนธรรมของ Montpellier ควรมองเมืองนี้ควบคู่ไปกับบริบททางวัฒนธรรมของ Occitanie มากกว่ามองเฉพาะเทศกาลสมัยใหม่เท่านั้น
• เชื่อมโยงกับภูมิภาค Occitanie
• มีรากทางวัฒนธรรมของ Occitan
• พบอิทธิพลผ่านภาษา ดนตรี และประเพณี
• วัฒนธรรมท้องถิ่นยังปรากฏในกิจกรรมและเทศกาลบางประเภท
• เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคใต้ฝรั่งเศส

 

10. เทศกาลภาพยนตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย

นอกเหนือจากเทศกาลหลักในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม Montpellier ยังมีงานด้านภาพยนตร์ ศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรมร่วมสมัยอีกหลายรายการตลอดทั้งปี ตัวอย่างที่อยู่ในปฏิทินเทศกาลของเมือง ได้แก่ Cinemed, Festival Arabesques, Les Internationales de la Guitare, Tohu Bohu, Festival Dernier Cri และ Koa Jazz Festival ทำให้เมืองมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากกว่าการจัดเทศกาลเฉพาะช่วงฤดูร้อน
• Cinemed – เทศกาลภาพยนตร์เมดิเตอร์เรเนียน
• Festival Arabesques – ศิลปะและวัฒนธรรมอาหรับ
• Les Internationales de la Guitare – เทศกาลดนตรีกีตาร์
• Tohu Bohu – ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และดนตรีร่วมสมัย
• Festival Dernier Cri – ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย
• Koa Jazz Festival – เทศกาลดนตรีแจ๊ส

 

11. Cœur de Ville en Lumières – เทศกาลแสงสีในเมืองเก่า

Cœur de Ville en Lumières เป็นงานแสงสีที่สร้างบรรยากาศให้ย่านศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของ Montpellier มีชีวิตชีวาในช่วงปลายปี โดยใช้เทคนิค Projection Mapping และการฉายภาพแสงสีลงบนอาคารและสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในเมืองเก่า งานนี้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่อยู่ในปฏิทินกิจกรรมอย่างเป็นทางการของ Montpellier และช่วยให้ผู้มาเยือนได้ชมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ในมุมมองที่แตกต่างออกไป
• จัดขึ้นในช่วงปลายปี
• จัดบริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของ Montpellier
• ใช้ Projection Mapping และแสงสี
• ฉายภาพลงบนอาคารสำคัญ
• ช่วยสร้างบรรยากาศพิเศษในย่านเมืองเก่า
• เป็นหนึ่งในงานเด่นของ Montpellier ในช่วงปลายปี

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับสัมผัสเทศกาล

หากต้องการเดินทางมา Montpellier เพื่อสัมผัสเทศกาลและวัฒนธรรมโดยเฉพาะ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมถือว่าน่าสนใจที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะเป็นช่วงที่มีเทศกาลหลัก 4 งานต่อเนื่อง ได้แก่ La Comédie du Livre, Le Printemps des Comédiens, Montpellier Danse และ Festival Radio France Occitanie Montpellier ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสงานประเพณีของเมืองสามารถเลือกเดินทางช่วงกลางเดือนสิงหาคมเพื่อร่วม Fêtes et Rencontres de la Saint-Roch ได้ ขณะที่ช่วงปลายปีเหมาะกับผู้ที่อยากชม Cœur de Ville en Lumières ทั้งนี้กำหนดการของแต่ละเทศกาลอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
• พฤษภาคม: La Comédie du Livre และ FISE
• ปลายพฤษภาคม–มิถุนายน: Le Printemps des Comédiens
• มิถุนายน–กรกฎาคม: Montpellier Danse
• กรกฎาคม: Festival Radio France Occitanie Montpellier
• 21 มิถุนายน: Fête de la Musique
• 15–16 สิงหาคม: Fêtes et Rencontres de la Saint-Roch
• ช่วงปลายปี: Cœur de Ville en Lumières
• ควรตรวจสอบวันจัดงานล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง

 

วิธีการเดินทาง (How to Get There)

🚆

รถไฟ

สะดวกและเหมาะสำหรับเดินทางจากเมืองสำคัญในฝรั่งเศสและยุโรป

1เดินทางด้วยรถไฟ (Train)

การเดินทางด้วยรถไฟเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกที่สุดในการมายังมงเปอลีเย โดยเมืองมีสถานีรถไฟหลัก 2 แห่ง ได้แก่ Montpellier Saint-Roch ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและห่างจาก Place de la Comédie ประมาณ 200 เมตร และ Montpellier Sud de France ซึ่งเป็นสถานี TGV ในย่าน Cambacérès นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น ปารีส ลียง มาร์กเซย ตูลูส นีซ และบาร์เซโลนาได้ โดยระยะเวลาเดินทางขึ้นอยู่กับประเภทขบวนรถและตารางเดินรถ

  • Montpellier Saint-Roch ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองและ Place de la Comédie
  • Montpellier Sud de France เป็นสถานี TGV อีกแห่งของเมือง
  • มีรถไฟเชื่อมต่อกับปารีส ลียง มาร์กเซย ตูลูส นีซ และเมืองสำคัญอื่น ๆ
  • สามารถต่อรถรางและรถบัสจากสถานีเพื่อเดินทางเข้าสู่ย่านต่าง ๆ ได้
  • เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากเมืองอื่นในฝรั่งเศสหรือประเทศใกล้เคียง
✈️

เครื่องบิน

เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

2เดินทางด้วยเครื่องบิน (Plane)

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศสามารถใช้บริการ Montpellier-Méditerranée Airport (MPL) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเมือง โดยสนามบินตั้งอยู่ห่างจากใจกลาง Montpellier ประมาณ 8 กิโลเมตร และอยู่ใกล้เครือข่ายทางหลวงและสถานีรถไฟ Montpellier Sud de France จากสนามบินสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองด้วย Navette Aéroport สาย 620 ซึ่งเชื่อมสนามบินกับ Montpellier Sud de France และ Place de l’Europe โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

  • ใช้ Montpellier-Méditerranée Airport (MPL) เป็นสนามบินหลักของเมือง
  • สนามบินอยู่ห่างจากใจกลาง Montpellier ประมาณ 8 กิโลเมตร
  • มี Navette Aéroport สาย 620 ให้บริการระหว่างสนามบินกับเมือง
  • รถรับส่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที
  • สามารถต่อรถรางหรือรถไฟจาก Montpellier Sud de France เพื่อเข้าสู่เมืองได้
🚗

รถยนต์

เหมาะสำหรับเที่ยวเมืองรอบนอกและภูมิภาค Occitanie

3เดินทางด้วยรถยนต์ (Car)

การเดินทางด้วยรถยนต์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางจากเมืองอื่นมายังมงเปอลีเย หรือวางแผนเที่ยวสถานที่รอบนอกเมือง โดย Montpellier เชื่อมต่อกับเครือข่ายทางหลวง A9, A709 และ A75 ซึ่งช่วยให้เดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ฝรั่งเศสได้สะดวก สำหรับการเข้าสู่เมืองสามารถเลือกทางออกตามจุดหมาย เช่น ทางออกหมายเลข 29 Montpellier Est สำหรับ Centre Historique, Office de Tourisme และสนามบิน หรือทางออกหมายเลข 30 สำหรับบริเวณ Montpellier Saint-Roch ทั้งนี้ หากพักและเที่ยวเฉพาะใจกลางเมือง การใช้รถราง รถบัส และการเดินอาจสะดวกกว่าการขับรถ

  • Montpellier เชื่อมต่อกับทางหลวง A9, A709 และ A75
  • ทางออกหมายเลข 29 Montpellier Est เหมาะสำหรับเข้าศูนย์กลางเมืองและสนามบิน
  • ทางออกหมายเลข 30 สามารถใช้เดินทางไปยังบริเวณ Gare Montpellier Saint-Roch
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวรอบนอก
  • หากเที่ยวเฉพาะใจกลางเมือง แนะนำใช้ Tramway + Bus + เดิน จะสะดวกกว่า
🚌

รถบัส

อีกทางเลือกสำหรับเดินทางจากเมืองใกล้เคียง

4เดินทางด้วยรถบัสระหว่างเมือง (Intercity Bus)

รถบัสระหว่างเมืองเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเดินทางมายังมงเปอลีเย โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากเมืองอื่นในฝรั่งเศสหรือพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม เส้นทาง ผู้ให้บริการ จุดจอด และเวลาเดินทางแตกต่างกันไปตามแต่ละบริการ จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนจองตั๋ว สำหรับการเดินทางภายในเขต Montpellier นักท่องเที่ยวสามารถใช้เครือข่าย TaM ซึ่งประกอบด้วยรถรางและรถบัสเพื่อเดินทางต่อไปยังย่านต่าง ๆ ของเมืองและเขตมหานคร

  • เป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากรถไฟสำหรับเดินทางมายัง Montpellier
  • มีบริการเชื่อมต่อกับเมืองต่าง ๆ ตามเส้นทางของผู้ให้บริการแต่ละราย
  • ระยะเวลาเดินทางขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพการจราจร
  • ควรตรวจสอบจุดจอดและสถานีปลายทางก่อนเดินทาง
  • สามารถต่อรถบัสหรือ Tramway ของ TaM เพื่อเดินทางภายในเมืองได้
🚋

รถราง Tramway

ระบบขนส่งหลักสำหรับเที่ยวภายในเมือง

5เดินทางภายในเมืองด้วยรถราง (Tramway)

Montpellier ไม่มีระบบรถไฟใต้ดิน (Métro) แต่ใช้ Tramway เป็นระบบขนส่งสาธารณะสำคัญของเมือง ปัจจุบันเครือข่ายมีทั้งหมด 5 สาย ได้แก่ สาย 1 Mosson–Gare Sud de France, สาย 2 Saint-Jean de Védas Centre–Jacou, สาย 3 Juvignac–Lattes/Pérols, สาย 4 ซึ่งเป็นเส้นทางวงแหวน และสาย 5 Clapiers–Grès de Montpellier โดยสาย 1 และ 2 ผ่านบริเวณ Place de la Comédie ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสามารถใช้รถบัสของ TaM และเดินเท้าร่วมกันเพื่อเที่ยวชมเมืองได้

  • Montpellier มีเครือข่าย Tramway ทั้งหมด 5 สาย
  • สาย 1 เชื่อม Mosson กับ Gare Sud de France
  • สาย 2 เชื่อม Saint-Jean de Védas Centre กับ Jacou
  • สาย 1 และ 2 ผ่าน Place de la Comédie
  • สามารถใช้ Tramway + Bus + เดิน เพื่อเที่ยวภายในเมืองได้อย่างสะดวก
หมายเหตุ: สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักและเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองมงเปอลีเย แนะนำให้ใช้ Tramway + Bus + เดิน เป็นหลัก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งอยู่ในและรอบย่านใจกลางเมือง ส่วนรถยนต์เหมาะกว่าสำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางออกนอกเมืองหรือเที่ยวพื้นที่โดยรอบ Montpellier ทั้งนี้ ตารางเดินรถและเส้นทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและงานปรับปรุงระบบขนส่ง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง

 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวมงเปอลีเย

มงเปอลีเยมีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแตกต่างกันตามลักษณะกิจกรรมที่ต้องการ หากต้องการเที่ยวชายหาด ว่ายน้ำ และสัมผัสเทศกาลฤดูร้อน เดือนพฤษภาคม–กันยายน เป็นช่วงที่เหมาะสมเป็นพิเศษ ส่วนผู้ที่ชอบบรรยากาศสงบ เที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปั่นจักรยาน หรือเดินเที่ยวชนบท สามารถเลือกเดินทางในช่วง ตุลาคม–เมษายน ได้เช่นกัน โดยมงเปอลีเยอยู่ห่างจากทะเลประมาณ 11 กิโลเมตร จึงสามารถเดินทางไปเที่ยวชายหาดได้สะดวกตลอดปีในวันที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย

 

🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม)

ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้นและเหมาะกับการเที่ยวชมเมือง โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูที่เหมาะกับการเดินเล่นในย่านเมืองเก่า เที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น นอกจากนี้ ช่วงเดือนพฤษภาคมยังมีกิจกรรมและเทศกาลสำคัญหลายรายการ เช่น La Comédie du Livre และ FISE ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเดินทางในช่วงนี้


เหมาะสำหรับ: เที่ยวเมือง เที่ยววัฒนธรรม เดินเล่น ปั่นจักรยาน และเริ่มเที่ยวชายหาดในช่วงปลายฤดู

• อากาศเริ่มอุ่นขึ้น เหมาะกับการเดินเที่ยว
• เหมาะกับการสำรวจย่านเมืองเก่าและสถานที่สำคัญ
• เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการปั่นจักรยาน
• มีเทศกาลและกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะช่วงพฤษภาคม
• ปลายฤดูเริ่มเหมาะกับการเดินทางไปชายหาด

 

☀️ ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม)

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งการเที่ยวชายหาด กิจกรรมกลางแจ้ง ร้านอาหาร และเทศกาลต่าง ๆ โดยช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคมมีงานสำคัญ เช่น Festival Radio France Occitanie Montpellier, Montpellier Danse และ Fêtes de la Saint-Roch อย่างไรก็ตาม ฤดูร้อนเป็นช่วงที่อากาศร้อนและมีแดดมาก จึงควรวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งให้เหมาะกับสภาพอากาศในแต่ละวัน


เหมาะสำหรับ: เที่ยวชายหาด เทศกาล กิจกรรมกลางแจ้ง และบรรยากาศคึกคักในช่วงฤดูร้อน

• เหมาะกับการเที่ยวชายหาดและกิจกรรมทางทะเล
• มีเทศกาลและกิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมาก
• เหมาะกับการเที่ยวเมืองและรับประทานอาหารช่วงเย็น
• เป็นช่วงที่มีแดดและอากาศร้อน ควรเตรียมอุปกรณ์กันแดด
• ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในวันที่อากาศร้อน

 

🍂 ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน)

ฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะ เดือนกันยายน ยังคงเป็นช่วงที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการเที่ยวชายหาด ขณะที่ในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคมยังมีเทศกาลและกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลายรายการ เช่น Arabesques, Journées Européennes du Patrimoine และ Les Internationales de la Guitare ส่วนเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเมืองแบบสงบขึ้นและเน้นพิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และวัฒนธรรม


เหมาะสำหรับ: เที่ยวเมือง วัฒนธรรม เทศกาล ไร่องุ่น และชายหาดในช่วงต้นฤดู

• เหมาะกับการสำรวจพื้นที่ไร่องุ่นและชนบทโดยรอบ
• อากาศโดยทั่วไปเหมาะกับการเดินเที่ยวเมือง
• เดือนกันยายนยังเหมาะกับการเที่ยวชายหาด
• มีเทศกาลและกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม
• หลังพ้นช่วงฤดูร้อน บรรยากาศโดยทั่วไปจะสงบลง

 

❄️ ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์)

ฤดูหนาวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวมงเปอลีเยในบรรยากาศที่สงบกว่า โดยสามารถเน้นเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี สถานที่ทางประวัติศาสตร์ และย่านเมืองเก่า รวมถึงเดินเล่นหรือปั่นจักรยานในวันที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย บริเวณชายฝั่งก็ยังสามารถเดินเที่ยวได้ โดย Montpellier Tourisme ระบุว่าช่วง ตุลาคม–เมษายน เหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศที่สงบ วัฒนธรรม การปั่นจักรยาน และชายหาดที่ไม่พลุกพล่าน


เหมาะสำหรับ: เที่ยววัฒนธรรม เที่ยวพิพิธภัณฑ์ เดินชมเมือง และสัมผัสบรรยากาศที่ไม่พลุกพล่าน

• เหมาะกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางประวัติศาสตร์
• เดินเที่ยวเมืองได้ในบรรยากาศที่สงบกว่า
• ชายหาดและพื้นที่ชายฝั่งมีผู้คนไม่หนาแน่น
• สามารถปั่นจักรยานในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
• ควรเตรียมเสื้อคลุมและอุปกรณ์กันฝนตามสภาพอากาศ

 

⭐ ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวมงเปอลีเย

หากต้องการเที่ยวมงเปอลีเยแบบครบทั้งเมือง วัฒนธรรม กิจกรรมกลางแจ้ง และชายหาด ช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และเดือนกันยายนถือว่าเหมาะมาก เพราะเป็นช่วงที่มีกิจกรรมและเทศกาลจำนวนมาก ขณะเดียวกันสภาพอากาศเหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าช่วงฤดูร้อนที่ร้อนกว่า อย่างไรก็ตาม หากจุดประสงค์หลักคือการเล่นน้ำและเที่ยวชายหาด พฤษภาคม–กันยายน เป็นช่วงที่ Montpellier Tourisme แนะนำโดยตรง ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบและเน้นวัฒนธรรมสามารถพิจารณาช่วง ตุลาคม–เมษายน ได้


สรุปช่วงเวลาเลือกเที่ยวตามสไตล์

• มีนาคม–เมษายน: เหมาะกับเที่ยวเมืองและกิจกรรมกลางแจ้ง
• พฤษภาคม–มิถุนายน: ⭐ เหมาะมาก — อากาศดีและมีกิจกรรมจำนวนมาก
• กรกฎาคม–สิงหาคม: เหมาะกับชายหาดและเทศกาลฤดูร้อน แต่ร้อนและคึกคักกว่า
• กันยายน: ⭐ เหมาะมาก — ยังเที่ยวชายหาดได้และมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม
• ตุลาคม–พฤศจิกายน: เหมาะกับเที่ยววัฒนธรรม ไร่องุ่น และบรรยากาศที่สงบขึ้น
• ธันวาคม–กุมภาพันธ์: เหมาะกับเที่ยวเมือง พิพิธภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงช่วงท่องเที่ยวหลัก

หมายเหตุ: ข้อมูลภูมิอากาศของ Météo-France ที่สถานี Montpellier-Aéroport ใช้ค่าปกติช่วงปี 1991–2020 และระบุระยะเวลาแสงแดดเฉลี่ยประมาณ 2,117.5 ชั่วโมงต่อปี จึงสะท้อนว่ามงเปอลีเยเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศเอื้อต่อกิจกรรมกลางแจ้งในหลายช่วงของปี แต่สภาพอากาศจริงในแต่ละวันอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง

 

เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว (Travel Tips)

เดินเที่ยวเมืองเก่าและเผื่อเวลาสำรวจเมือง

ย่าน Écusson ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของมงเปอลีเยเหมาะสำหรับการเดินเที่ยว เพราะมีตรอกซอกซอย ถนนคนเดิน จัตุรัส อาคารเก่าแก่ ร้านค้า และคาเฟ่อยู่กระจายทั่วบริเวณ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเชื่อมต่อระหว่างสถานที่สำคัญหลายแห่งได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ และควรเผื่อเวลาสำหรับเดินสำรวจเมืองแบบสบาย ๆ เพื่อสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นมากกว่าการจัดตารางเที่ยวให้แน่นจนเกินไป


✅ใช้รถรางและเตรียมตั๋วให้พร้อม

รถราง Tramway เป็นหนึ่งในวิธีเดินทางที่สะดวกสำหรับการเดินทางระหว่างใจกลางเมืองกับย่านต่าง ๆ ของ Montpellier โดยปัจจุบันเครือข่ายมี 5 สาย สำหรับนักท่องเที่ยว ตั๋วเที่ยวเดียวราคา €2.10 และใช้เดินทางได้ 1 ชั่วโมง 30 นาที สามารถซื้อผ่าน QR Code ที่จุดจอดหรือสถานีรถราง เครื่องจำหน่ายตั๋ว ร้านค้า TaM และแอป M’Ticket TaM ทั้งนี้ควรซื้อตั๋วให้เรียบร้อยก่อนขึ้นรถ เพราะผู้ที่ขึ้นรถโดยไม่มีตั๋วถือเป็นการเดินทางโดยไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขของระบบ TaM


✅ตรวจสอบเส้นทางและสถานะการเดินรถก่อนออกเดินทาง

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบตารางเวลา เส้นทาง และสถานะการให้บริการของรถรางและรถบัสผ่านข้อมูลล่าสุดของ TaM โดยเฉพาะหากต้องเดินทางในช่วงที่มีงานก่อสร้าง การซ่อมแซม หรือการปรับเปลี่ยนระบบขนส่ง เพราะบางเส้นทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว การตรวจสอบข้อมูลในวันที่เดินทางจริงจะช่วยให้วางแผนการต่อรถและเผื่อเวลาได้เหมาะสมมากขึ้น


✅พิจารณาใช้ Montpellier City Card หากเที่ยวหลายสถานที่

หากมีแผนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ สถานที่ทางวัฒนธรรม หรือกิจกรรมหลายแห่งภายในระยะเวลาสั้น ๆ สามารถพิจารณา Montpellier City Card ซึ่งมีตัวเลือกตามระยะเวลาการใช้งานและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน รวมถึงมีตัวเลือกที่รวมระบบขนส่งสาธารณะด้วย จึงอาจช่วยให้สะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเที่ยวหลายสถานที่ในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขของบัตรแต่ละประเภทก่อนซื้อ


✅พักใกล้ใจกลางเมืองเพื่อประหยัดเวลา

หากมีเวลาเที่ยว Montpellier เพียง 1–2 วัน การเลือกที่พักบริเวณใจกลางเมืองหรือใกล้ Gare Saint-Roch เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับการเที่ยวเมืองเก่า เพราะสามารถเดินทางต่อไปยังย่านสำคัญต่าง ๆ ได้ง่าย และมีรถรางกับรถบัสให้เลือกใช้หลายเส้นทาง ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงสามารถใช้ Gare Montpellier Sud de France ซึ่งเป็นสถานีรถไฟอีกแห่งของเมือง และเดินทางต่อเข้าสู่ใจกลาง Montpellier ด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้


✅หากเดินทางด้วยรถยนต์ ควรวางแผนเรื่องที่จอดรถและ ZFE

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ ควรวางแผนเรื่องที่จอดรถล่วงหน้า เนื่องจากบริเวณใจกลางเมืองและย่านเมืองเก่ามีพื้นที่ที่เหมาะกับการเดินมากกว่าการขับรถ นอกจากนี้ Montpellier ยังมี Zone à Faibles Émissions (ZFE-m) ซึ่งอาศัยระบบ Crit’Air ในการกำหนดข้อจำกัดสำหรับยานพาหนะบางประเภท ดังนั้นผู้ที่นำรถยนต์เข้าเมืองควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดเกี่ยวกับ ZFE และ Crit’Air ก่อนเดินทาง และอาจพิจารณาจอดรถนอกใจกลางเมืองแล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะต่อเข้าเมือง


✅หากต้องการไปชายหาด สามารถเดินทางโดยไม่เช่ารถได้

Montpellier ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชายหาดโดยไม่จำเป็นต้องเช่ารถได้ โดยมีบริการขนส่งสาธารณะหลายทางเลือก เช่น สาย 606 ที่เชื่อมต่อจากจุด Place de France ของรถรางสาย 1 ไปยังบริเวณ Carnon, La Grande-Motte และ Le Grau-du-Roi รวมถึงบริการรถรับส่งชายหาดบางเส้นทางตามช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบตารางและเส้นทางล่าสุดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่บริการอาจมีการปรับตามฤดูกาล

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มงเปอลีเย (Montpellier) อยู่ที่ไหนของประเทศฝรั่งเศส?

มงเปอลีเย (Montpellier) เป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในแคว้นอ็อกซีตานี (Occitanie) และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเอโร (Hérault) เมืองตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่ ไม่ได้ตั้งอยู่ติดทะเลโดยตรง จากตัวเมืองสามารถเดินทางไปยังชายหาดบริเวณชายฝั่งได้สะดวก จึงเป็นทั้งเมืองประวัติศาสตร์ เมืองมหาวิทยาลัย และศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาค

 

ข้อมูลสำคัญ

  • ภูมิภาค: Occitanie
  • จังหวัด: Hérault
  • ที่ตั้ง: ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
  • ลักษณะเมือง: เมืองประวัติศาสตร์และเมืองมหาวิทยาลัย
  • สนามบิน: Montpellier–Méditerranée Airport (MPL)
มงเปอลีเย (Montpellier) มีอะไรน่าสนใจ และทำไมจึงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม?

มงเปอลีเยมีเสน่ห์จากการผสมผสานระหว่างเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับบรรยากาศร่วมสมัยของเมืองมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะย่าน Écusson ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมืองเก่า มีตรอกซอกซอย อาคารประวัติศาสตร์ จัตุรัส ร้านอาหาร และคาเฟ่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญ เช่น Place de la Comédie, Arc de Triomphe, Cathédrale Saint-Pierre และ Musée Fabre รวมถึงชายหาดใกล้เมืองที่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้

 

จุดเด่นที่น่าสนใจ

  • Écusson: ย่านเมืองเก่า เหมาะสำหรับเดินเที่ยว
  • Place de la Comédie: จัตุรัสสำคัญใจกลางเมือง
  • Arc de Triomphe: ประตูชัยประวัติศาสตร์
  • Cathédrale Saint-Pierre: มหาวิหารสำคัญของเมือง
  • Musée Fabre: พิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดัง
  • ชายหาดใกล้เมือง: เหมาะสำหรับจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวัน
ไปเที่ยวมงเปอลีเย (Montpellier) ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?

ช่วง เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเที่ยวมงเปอลีเย หากต้องการเดินชมเมือง เที่ยวสถานที่กลางแจ้ง และเดินทางไปยังพื้นที่รอบเมือง เนื่องจากอากาศโดยทั่วไปเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนกว่า ขณะที่เดือนกรกฎาคม–สิงหาคมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชายหาดและสัมผัสบรรยากาศฤดูร้อน แต่ควรเตรียมรับมือกับอากาศร้อนและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

 

เลือกช่วงเที่ยวตามสไตล์

  • พฤษภาคม–มิถุนายน: เหมาะกับการเดินเที่ยวและเที่ยวกลางแจ้ง
  • กรกฎาคม–สิงหาคม: เหมาะกับชายหาดและกิจกรรมฤดูร้อน
  • กันยายน–ตุลาคม: อากาศยังเหมาะกับการเที่ยวและคนไม่หนาแน่นเท่าช่วงพีก
  • พฤศจิกายน–มีนาคม: นักท่องเที่ยวน้อยกว่า เหมาะกับเที่ยวพิพิธภัณฑ์และเมืองเก่า
จากมงเปอลีเย (Montpellier) สามารถเดินทางไปเที่ยวเมืองไหนได้บ้าง?

มงเปอลีเยมีทำเลที่เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานในการเที่ยวเมืองอื่นทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เพราะมีรถไฟและระบบขนส่งเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับหรือพักค้างคืนได้ โดยระยะเวลาเดินทางจะแตกต่างกันตามเมืองและประเภทของรถไฟ

 

เมืองที่น่าสนใจ

  • Nîmes: เมืองที่มีมรดกสถาปัตยกรรมจากยุคโรมัน
  • Sète: เมืองท่าริมทะเลที่มีคลองและบรรยากาศเมืองชายฝั่ง
  • Avignon: เมืองประวัติศาสตร์ที่มี Palais des Papes และ Pont d’Avignon
  • Arles: เมืองประวัติศาสตร์ที่มีมรดกจากยุคโรมัน
  • Béziers: เมืองเก่าในภูมิภาค Occitanie ใกล้ Canal du Midi
  • Marseille: เมืองท่าสำคัญริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
เดินทางจากปารีสไปมงเปอลีเยอย่างไร?

วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือ รถไฟความเร็วสูง จาก Paris Gare de Lyon ไปยัง Montpellier โดยมีทั้ง TGV INOUI และ OUIGO ให้บริการ ขบวนตรงที่เร็วที่สุดใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 12 นาที ขณะที่ระยะเวลาจริงจะแตกต่างกันไปตามขบวนและสถานีปลายทาง โดยรถไฟสามารถไปถึงทั้ง Montpellier Saint-Roch ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง และ Montpellier Sud de France ซึ่งเป็นสถานี TGV นอกใจกลางเมือง

 

ตัวเลือกการเดินทาง

  • TGV INOUI: มีขบวนตรงและใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเศษในขบวนที่เร็ว
  • OUIGO: เป็นอีกตัวเลือกสำหรับรถไฟความเร็วสูง
  • Montpellier Saint-Roch: สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าเมืองเก่าและใจกลางเมือง
  • Montpellier Sud de France: เหมาะสำหรับขบวน TGV บางเที่ยว แต่ต้องต่อระบบขนส่งเข้าสู่ใจกลางเมือง
เดินทางจากสนามบินมงเปอลีเย (Montpellier) เข้าเมืองอย่างไร?

จาก Montpellier–Méditerranée Airport (MPL) สามารถใช้บริการ liO Airport Shuttle สาย 620 ซึ่งเป็นวิธีหลักในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยรถรับส่งเชื่อมสนามบินกับ Place de l'Europe ในเมือง และ Montpellier Sud de France ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที และสามารถซื้อตั๋วแบบ Shuttle หรือแบบ Shuttle + Tram ได้ตามเส้นทางที่ต้องการ

 

ตัวเลือกหลัก

  • liO Airport Shuttle Line 620: ตัวเลือกหลักสำหรับเดินทางเข้าเมือง
  • Shuttle + Tram: สามารถใช้ตั๋วแบบรวมเพื่อเดินทางต่อเข้าสู่เครือข่ายรถราง
  • แท็กซี่: เหมาะสำหรับผู้ที่มีสัมภาระมากหรือต้องการความสะดวก
  • รถเช่า: เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวชายหาด ไร่องุ่น หรือเมืองรอบนอก


หมายเหตุ: หากต้องการไป Montpellier Saint-Roch สามารถใช้สาย 620 ไปลงบริเวณ Place de l'Europe แล้วต่อรถรางสาย 1 ไปยังสถานี Gare Saint-Roch ได้

การเดินทางภายในมงเปอลีเย (Montpellier) สะดวกหรือไม่?

การเดินทางภายในมงเปอลีเยค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมืองและย่านเมืองเก่าที่สามารถเดินเที่ยวได้ ระบบขนส่งสาธารณะของ TaM ครอบคลุมทั้งรถรางและรถบัส รวมถึงมีบริการจักรยาน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวเมืองได้โดยไม่จำเป็นต้องเช่ารถ หากเดินทางเฉพาะในเขตเมือง

 

วิธีเดินทางที่แนะนำ

  • เดิน: เหมาะกับการเที่ยว Écusson และใจกลางเมือง
  • รถราง: เหมาะสำหรับเดินทางระหว่างย่านต่าง ๆ
  • รถบัส: ใช้สำหรับเส้นทางที่รถรางไม่ครอบคลุม
  • จักรยาน: เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นและเที่ยวเมือง
  • รถยนต์: ไม่จำเป็นมากนักสำหรับเที่ยวใจกลางเมือง
มงเปอลีเยมีรถราง (Tram) กี่สาย และนักท่องเที่ยวควรใช้บริการอย่างไร?

ปัจจุบันมงเปอลีเยมี รถราง 5 สาย ได้แก่ สาย 1, 2, 3, 4 และ 5 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะของเมืองและเชื่อมต่อกับรถบัสของเครือข่าย TaM นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถรางเพื่อเดินทางระหว่างใจกลางเมือง สถานีรถไฟ มหาวิทยาลัย และย่านต่าง ๆ ได้สะดวก

 

สิ่งที่ควรรู้

  • มีรถรางทั้งหมด 5 สาย
  • เชื่อมต่อกับระบบรถบัสของ TaM
  • เหมาะสำหรับเดินทางจากใจกลางเมืองไปยังย่านต่าง ๆ
  • ควรตรวจสอบเส้นทางและสถานะการเดินรถก่อนเดินทาง
  • ปี 2026 มีโครงการปรับปรุงราง (RénoRails) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน–30 สิงหาคม 2026 ซึ่งทำให้บางช่วงมีการปรับรูปแบบการให้บริการ ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางในช่วงดังกล่าวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนใช้บริการ
ควรพักย่านไหนในมงเปอลีเย (Montpellier) จึงจะสะดวกต่อการเที่ยว?

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมงเปอลีเยเป็นครั้งแรก Écusson, บริเวณ Place de la Comédie และย่าน Saint-Roch เป็นตัวเลือกที่สะดวก เพราะอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ และระบบขนส่งสาธารณะ ส่วน Antigone และ Port Marianne เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบย่านสมัยใหม่และต้องการที่พักที่มีบรรยากาศแตกต่างจากเมืองเก่า

 

ย่านที่น่าสนใจ

  • Écusson: เหมาะกับการเที่ยวเมืองเก่าและเดินเที่ยว
  • Place de la Comédie: ทำเลใจกลางเมือง ใกล้ร้านอาหารและสถานที่สำคัญ
  • Saint-Roch: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้สถานีรถไฟ
  • Antigone: ย่านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และเชื่อมต่อรถราง
  • Port Marianne: ย่านใหม่ เหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศร่วมสมัย
มีเคล็ดลับหรือข้อควรรู้อะไรบ้างก่อนเดินทางไปเที่ยวมงเปอลีเย (Montpellier)?

มงเปอลีเยเป็นเมืองที่เหมาะกับการเที่ยวด้วยการเดินและใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าที่มีถนนและตรอกแคบ นักท่องเที่ยวควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้า ตรวจสอบเวลาเปิด–ปิดของสถานที่ท่องเที่ยว และเช็กตารางรถไฟหรือรถรางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากเดินทางในช่วงที่มีการปรับปรุงระบบขนส่ง

 

เคล็ดลับที่ควรรู้

  • เที่ยวเมืองเก่าด้วยการเดิน: สะดวกกว่าการใช้รถยนต์
  • ใช้รถรางและรถบัส: เหมาะสำหรับเดินทางไปพื้นที่รอบนอก
  • ตรวจสอบตารางรถราง: โดยเฉพาะในช่วงปี 2026 ที่มีงานปรับปรุงราง
  • เตรียมตัวสำหรับฤดูร้อน: ควรมีน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดด
  • จองที่พักล่วงหน้า: โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน
  • เผื่อเวลาเดินทางไปชายหาด: เพราะชายหาดไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง
  • ตรวจสอบตารางรถไฟ: หากวางแผนเที่ยว Nîmes, Sète, Avignon หรือเมืองอื่น
  • ดูแลสัมภาระ: โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟและพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีคนหนาแน่น

Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.