ปารีสช้อปที่ไหนดี? รวม 10 ย่านแบรนด์หรูไปจนถึงไฮสตรีท
แน่นอนว่า! กรุงปารีสไม่ได้เป็นเพียงเมืองแห่งศิลปะและสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและการช้อปปิ้งที่สำคัญที่สุดของโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ลักชัวรีระดับตำนาน ห้างสรรพสินค้าคลาสสิก หรือบูติกดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เมืองนี้มีครบทุกสไตล์ให้เลือกตามงบประมาณและความชอบ
เสน่ห์ของการช้อปปิ้งในปารีสอยู่ที่บรรยากาศของแต่ละย่านที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บางโซนหรูหราสง่างามริมถนนสายประวัติศาสตร์ บางพื้นที่คึกคักเต็มไปด้วยร้านไฮสตรีทและศูนย์การค้าใหญ่ ขณะที่บางย่านให้ความรู้สึกอาร์ต ๆ มีคาเฟ่และร้านดีไซน์เนอร์ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกเล็ก ๆ ทำให้การเดินช้อปกลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวในตัวเอง
เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
• 10 ย่านช้อปปิ้งยอดนิยมในปารีส ที่ห้ามพลาด!
สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย การวางแผนเลือกย่านให้เหมาะกับสไตล์การเดินทางจะช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณได้มากขึ้น ไม่ว่าจะตั้งใจซื้อแบรนด์ดัง เดินเล่นเก็บภาพสวย ๆ หรือหาของฝากกลับบ้าน การรู้จักจุดเด่นของแต่ละโซนล่วงหน้าจะทำให้ทริปปารีสเต็มอิ่มและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
1. Avenue des Champs-Élysées

Avenue des Champs-Élysées เป็นถนนช้อปปิ้งและแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงปารีสที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ระหว่าง จัตุรัส Place de la Concorde และ ประตูชัย Arc de Triomphe ถือเป็นหนึ่งในถนนที่มีความยาวที่สุดและเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสการช้อปปิ้งแบบครบทั้งแบรนด์ดังและสินค้าแฟชั่น ระหว่างเส้นทางนี้เต็มไปด้วยร้านค้าของแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ รวมทั้งร้านค้าราคาเข้าถึงได้และคาเฟ่บรรยากาศฝรั่งเศสที่เหมาะแก่การพักเดินเที่ยวระหว่างวัน
ย่านนี้ยังเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานการช้อปปิ้งกับกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านขนมแบบดั้งเดิมอย่าง Ladurée และสถานบันเทิงอย่าง Lido 2 Paris บนถนนสายนี้ จึงไม่ใช่แค่แหล่งซื้อสินค้าแต่ยังเป็นจุดให้เดินชมเมืองและสัมผัสวิถีชีวิตของปารีสได้ด้วยเช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจ
• ถนนนี้ยาวประมาณ 1.9 กิโลเมตร และมีทั้ง แบรนด์หรูระดับโลก เช่น Louis Vuitton, Cartier และ Hugo Boss รวมถึงร้านแฟชั่นไฮสตรีท
• มี Galeries Lafayette Champs-Élysées คลังสินค้าใหญ่ที่รวมแบรนด์ดังและมีโซนอาหารด้านใน
• ในบางวันถนนจะปิดให้คนเดินเท้าอย่างเดียว เหมาะสำหรับเดินเล่น ชมวิว และถ่ายรูป
• รอบ ๆ มี สวนสาธารณะ เช่น Jardin des Champs-Élysées และพิพิธภัณฑ์ Petit Palais เหมาะสำหรับเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างการเที่ยวช้อป
ที่ตั้ง
• ตั้งอยู่ในเขต 8 (8th arrondissement) ของกรุง ปารีส ทอดยาวจาก Place de la Concorde ไปจนถึง Arc de Triomphe ความยาวประมาณ 1.9 กิโลเมตร ถือเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ที่เชื่อมแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองเข้าด้วยกัน
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 1, 9 ลงสถานี Franklin D. Roosevelt / George V / Charles de Gaulle–Étoile
• 🚆 RER A ลงสถานี Charles de Gaulle–Étoile
• 🚌 รถบัสหลายสายผ่านตลอดแนวถนน
• 🚶♀️ สามารถเดินต่อจากโซนพิพิธภัณฑ์หรือริมแม่น้ำแซนได้สะดวก
ไฮไลต์
• แฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์ระดับโลก เช่น Louis Vuitton, Cartier
• ร้านขนมชื่อดังอย่าง Ladurée
• โชว์คาบาเรต์ที่ Lido 2 Paris
• บรรยากาศไฟประดับช่วงคริสต์มาสและเทศกาลสำคัญ
• วิวเมืองจากยอด Arc de Triomphe มองเห็นแนวถนนสวยมาก
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินเล่นช่วงเย็นแล้วแวะคาเฟ่นั่งดูผู้คน
• ซื้อขนมมาการองแล้วไปนั่งพักในสวน Jardin des Champs-Élysées
• เดินต่อไปที่ประตูชัยช่วงพระอาทิตย์ตก
• ถ่ายภาพแนว boulevard ฝรั่งเศสคลาสสิก
เวลาเปิด-ปิด
• ถนนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–20:00 น.
• ร้านอาหารบางแห่งเปิดถึง 22:00–23:00 น.
(วันอาทิตย์บางร้านอาจเปิดสายหรือปิด ควรเช็กเวลาล่วงหน้า)
เตรียมตัวยังไงดี?
• ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะระยะทางค่อนข้างยาว
• ช่วงฤดูท่องเที่ยว (เม.ย.–ต.ค.) คนค่อนข้างเยอะ ควรเผื่อเวลา
• ระวังกระเป๋าและทรัพย์สิน โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟและจุดท่องเที่ยว
ย่านนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวคนไทยที่อยากเก็บแลนด์มาร์ค ช้อปแบรนด์ดัง และสัมผัสบรรยากาศปารีส
2. Avenue Montaigne

Avenue Montaigne ตั้งอยู่ในเขต 8 ของกรุงปารีส ใกล้แม่น้ำแซนและไม่ไกลจาก Champs-Élysées ย่านนี้ถือเป็นหัวใจของแฟชั่นลักชัวรีระดับสูง และเป็นส่วนหนึ่งของโซนที่เรียกว่า Golden Triangle ของปารีส ปัจจุบันยังคงเป็นทำเลแฟลกชิพสโตร์ของแบรนด์แฟชั่นโอตกูตูร์และไฮเอนด์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
บรรยากาศของถนนเส้นนี้เงียบ สงบ และหรูหรากว่าโซนชองส์-เอลิเซ่ ร้านค้าจัดหน้าร้านอย่างประณีต อาคารสไตล์ปารีเซียงคลาสสิกทำให้การเดินเล่นถ่ายภาพดูมีเสน่ห์ตลอดทั้งวัน ช่วงแฟชั่นวีคของ Paris Fashion Week ย่านนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่ตั้งของหลายแบรนด์ดังระดับโลก
ที่ตั้ง
• อยู่ระหว่างแม่น้ำแซนและถนน Champs-Élysées ในเขต 8 ของปารีส ใกล้สะพาน Pont de l’Alma
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 1 หรือ 9 ลงสถานี Franklin D. Roosevelt
• 🚇 สาย 13 ลงสถานี Alma–Marceau
• 🚶♀️ เดินต่อจากชองส์-เอลิเซ่ได้ภายในไม่กี่นาที
ไฮไลต์
• แฟลกชิพสโตร์ของ Dior (รวมทั้งร้านและคาเฟ่ภายใน)
• บูติกของ Chanel
• ร้านของ Louis Vuitton และ Valentino
• โรงละครชื่อดัง Théâtre des Champs-Élysées
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินชมหน้าร้านแฟชั่นระดับโอตกูตูร์
• แวะคาเฟ่ในร้าน Dior เพื่อสัมผัสบรรยากาศลักชัวรี
• ถ่ายภาพแนวสตรีทแฟชั่นช่วงเช้า แสงสวยและคนยังไม่พลุกพล่าน
• เดินต่อไปริมแม่น้ำแซนเพื่อชมวิวสะพาน Alma
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:00 น.
• วันอาทิตย์บางร้านปิด หรือเปิดเฉพาะช่วงบ่าย
• โรงละครและร้านอาหารอาจเปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• แต่งตัวเรียบร้อย หากมีแผนเข้าร้านลักชัวรีบางแห่ง
• ตรวจสอบวันเปิด-ปิดร้านล่วงหน้า โดยเฉพาะวันอาทิตย์
• หากตั้งใจช้อประดับไฮเอนด์ ควรจองคิวล่วงหน้าในบางแบรนด์
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่สนใจแฟชั่นระดับโลก ต้องการบรรยากาศหรูแบบปารีสแท้ ๆ และอยากสัมผัสเสน่ห์ของถนนแฟชั่นที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าย่านหลักอื่น ๆ
3. Golden Triangle

Golden Triangle คือโซนลักชัวรีระดับสูงของกรุงปารีส ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างถนน Champs-Élysées, Avenue Montaigne และ Avenue George V ย่านนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในทำเลแฟชั่นและเครื่องประดับที่หรูที่สุดในยุโรป รวมแบรนด์โอตกูตูร์ บูติกเอ็กซ์คลูซีฟ และโรงแรมระดับ 5 ดาวไว้ในพื้นที่เดียว
ปัจจุบันโซนนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นระดับโลก โดยเฉพาะช่วงงาน Paris Fashion Week ที่บรรดาแฟชั่นเฮาส์จะเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ บรรยากาศโดยรวมเงียบ เรียบหรู และเป็นส่วนตัวกว่าย่านช้อปปิ้งทั่วไป เหมาะกับการเดินชมงานดีไซน์ระดับไฮเอนด์และเก็บภาพสตรีทลุคแบบปารีเซียงแท้ ๆ
ที่ตั้ง
• เขต 8 ของปารีส ใกล้แม่น้ำแซน และไม่ไกลจาก Arc de Triomphe
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 1 และ 9 ลงสถานี Franklin D. Roosevelt
• 🚇 สาย 1 ลงสถานี George V
• 🚶♀️ เดินเชื่อมต่อถึงกันได้ภายในไม่กี่นาที
ไฮไลต์
• แฟลกชิพสโตร์ของ Dior
• บูติกของ Chanel
• แบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton, Givenchy
• โรงแรมหรูระดับตำนานอย่าง Four Seasons Hotel George V
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินชมหน้าร้านโอตกูตูร์และดูดีไซน์การตกแต่งหน้าต่างร้าน
• แวะดื่มกาแฟในโรงแรมหรูเพื่อสัมผัสบรรยากาศพรีเมียม
• ถ่ายภาพสตรีทแฟชั่นช่วงเช้า บรรยากาศสงบและแสงสวย
• เดินต่อไปริมแม่น้ำแซนเพื่อชมวิวเมืองแบบโรแมนติก
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:00 น.
• วันอาทิตย์หลายร้านปิด หรือเปิดแบบจำกัดเวลา
• ร้านอาหารและโรงแรมเปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• แต่งกายสุภาพ หากมีแผนเข้าร้านลักชัวรีระดับสูง
• ตรวจสอบเวลาทำการล่วงหน้า โดยเฉพาะวันอาทิตย์
• หากต้องการบริการส่วนตัวจากแบรนด์ ควรจองคิวล่วงหน้า
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการสัมผัสแฟชั่นระดับโลก บรรยากาศหรู สงบ และมีความเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าย่านท่องเที่ยวหลัก
4. Boulevard Haussmann

Boulevard Haussmann คือศูนย์กลางห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของกรุงปารีส ตั้งอยู่ในเขต 9 และเป็นทำเลที่รวม department store ระดับตำนานไว้มากที่สุดของเมือง ปัจจุบันยังคงเป็นโซนช้อปปิ้งยอดนิยมทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่มีไฟประดับคริสต์มาสและหน้าต่างโชว์สุดอลังการ
ไฮไลต์สำคัญของย่านนี้คือห้างใหญ่สองแห่งที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ได้แก่ Galeries Lafayette และ Printemps ซึ่งรวบรวมแบรนด์แฟชั่น เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า และโซนอาหารครบในอาคารเดียว บรรยากาศคึกคักกว่าย่าน Golden Triangle และเหมาะกับการช้อปแบบครบจบในที่เดียว
ที่ตั้ง
• อยู่บริเวณเขต 9 ใกล้โรงอุปรากร Palais Garnier เดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 7, 8, 9 ลงสถานี Chaussée d’Antin–La Fayette
• 🚇 สาย 3, 7, 8 ลงสถานี Opéra
• 🚆 RER A ลงสถานี Auber
• 🚶♀️ เดินจาก Opéra ประมาณ 5 นาที
ไฮไลต์
• โดมกระจกสวยงามของ Galeries Lafayette
• ดาดฟ้าวิวเมืองฟรี มองเห็นหลังคาปารีสและไกลถึง Eiffel Tower
• รวมแบรนด์ตั้งแต่ลักชัวรีจนถึงไฮสตรีท
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• ขึ้นดาดฟ้าห้าง Galeries Lafayette ถ่ายภาพวิวเมือง
• เดินชมหน้าต่างคริสต์มาสช่วงพฤศจิกายน–ธันวาคม
• แวะโซนอาหารหรือคาเฟ่ในห้างเพื่อพักเหนื่อย
• เดินต่อไปชมสถาปัตยกรรมที่ Palais Garnier
เวลาเปิด-ปิด
• ห้างส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–20:00 น.
• วันอาทิตย์บางช่วงเปิดทำการ (โดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยว)
• ช่วงเทศกาลอาจขยายเวลา
เตรียมตัวยังไงดี?
• เผื่อเวลาอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมง หากตั้งใจเดินทั้งสองห้าง
• ช่วงปลายปีคนหนาแน่น ควรไปช่วงเช้า
• ตรวจสอบวันเปิดทำการวันอาทิตย์ล่วงหน้า
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการช้อปครบในที่เดียว มีตัวเลือกหลากหลาย และอยากได้ประสบการณ์ห้างสไตล์ปารีสแบบคลาสสิก
5. Le Marais

Le Marais เป็นย่านเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปารีส ตั้งอยู่ในเขต 3 และ 4 โดดเด่นด้วยถนนหินกรวด อาคารประวัติศาสตร์ และคฤหาสน์เก่า (Hôtel Particulier) ที่ถูกปรับเป็นบูติก คาเฟ่ และแกลเลอรีศิลปะ ปัจจุบันย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นอินดี้ ดีไซเนอร์ท้องถิ่น และแบรนด์ร่วมสมัยที่ผสมความคลาสสิกกับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว
บรรยากาศของเลอ มาเรส์แตกต่างจากย่านหรูอย่าง Golden Triangle อย่างชัดเจน ที่นี่คึกคัก มีพลังสร้างสรรค์ และเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงเป็นศูนย์กลางชุมชนศิลปะและวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สำคัญของ Jewish Quarter และย่าน LGBTQ+ ของปารีส ทำให้มีความหลากหลายทั้งอาหาร ร้านค้า และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ที่ตั้ง
• ครอบคลุมพื้นที่เขต 3 และ 4 ใกล้แม่น้ำแซน ไม่ไกลจาก Hôtel de Ville
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 1 ลงสถานี Saint-Paul หรือ Hôtel de Ville
• 🚇 สาย 8 ลงสถานี Chemin Vert
• 🚶♀️ สามารถเดินเชื่อมจาก Notre-Dame หรือริมแม่น้ำแซนได้
ไฮไลต์
• ถนน Rue des Francs-Bourgeois แหล่งรวมบูติกแฟชั่น
• ร้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แบรนด์ฝรั่งเศสร่วมสมัย
• พิพิธภัณฑ์ชื่อดังอย่าง Musée Carnavalet
• จัตุรัสสวยคลาสสิก Place des Vosges
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินเล่นตามตรอกเล็ก ๆ แวะคาเฟ่สไตล์ปารีเซียง
• ชิมฟาลาเฟลในย่าน Jewish Quarter
• นั่งพักในสวนกลาง Place des Vosges
• แวะแกลเลอรีศิลปะหรือร้านดีไซน์เนอร์ท้องถิ่น
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:30–19:30 น.
• หลายร้านเปิดวันอาทิตย์ (ถือเป็นข้อดีของย่านนี้)
• คาเฟ่และร้านอาหารเปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะถนนเป็นหินกรวด
• เผื่อเวลาเดินสำรวจตรอกเล็ก ๆ อย่างน้อยครึ่งวัน
• เตรียมกล้องหรือมือถือสำหรับถ่ายภาพสตรีท
• ตรวจสอบเวลาของพิพิธภัณฑ์ หากวางแผนเข้าชม
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศศิลปะ คาเฟ่เก๋ ๆ และแฟชั่นไม่ซ้ำใคร สัมผัสปารีสแบบมีชีวิตชีวาและแตกต่างจากโซนแบรนด์หรู
6. Rue de Rivoli

Rue de Rivoli เป็นถนนสายประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวผ่านใจกลางกรุงปารีส เชื่อมต่อหลายแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง ตั้งแต่บริเวณใกล้ Place de la Concorde ผ่านหน้า Louvre Museum ไปจนถึงโซน Hôtel de Ville ปัจจุบันเป็นหนึ่งในถนนช้อปปิ้งที่คึกคักและเข้าถึงง่ายที่สุดของปารีส โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเที่ยวพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญในวันเดียวกัน
บรรยากาศของถนนเส้นนี้ผสมผสานอาคารสไตล์คลาสสิกที่มีซุ้มโค้ง (arcades) เอกลักษณ์เฉพาะของปารีส กับร้านค้าแฟชั่นระดับกลางถึงไฮสตรีท ทำให้ช้อปได้สบายกว่าโซนลักชัวรีเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังอยู่ใกล้สวนสาธารณะและแม่น้ำแซน เหมาะกับการเดินเล่นสลับกับการเที่ยวชมสถานที่สำคัญ
ที่ตั้ง
• พาดผ่านเขต 1 และ 4 ของปารีส อยู่ด้านหน้าฝั่งตะวันออกของ Louvre Museum และใกล้สวน Tuileries Garden
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 1 ลงสถานี Palais Royal – Musée du Louvre
• 🚇 สาย 1 หรือ 11 ลงสถานี Hôtel de Ville
• 🚶♀️ เดินเชื่อมต่อจาก Louvre, แม่น้ำแซน และ Le Marais ได้สะดวก
ไฮไลต์
• ร้านแฟชั่นไฮสตรีท เช่น Zara และ H&M
• วิวอาคารคลาสสิกเรียงยาวใต้ซุ้มโค้งถ่ายรูปสวย
• ใกล้แลนด์มาร์คสำคัญหลายแห่งในระยะเดินถึง
• เหมาะสำหรับซื้อของฝาก เสื้อผ้า และของใช้ราคาจับต้องได้
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินช้อปปิ้งสลับกับเที่ยว Louvre
• ซื้อขนมแล้วไปนั่งพักที่สวน Tuileries
• เดินต่อไปที่ริมแม่น้ำแซนช่วงเย็น
• ถ่ายภาพแนวสถาปัตยกรรมซุ้มโค้งตลอดแนวถนน
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–20:00 น.
• บางร้านเปิดวันอาทิตย์ โดยเฉพาะโซนใกล้แหล่งท่องเที่ยว
• ร้านอาหารและคาเฟ่เปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• วางแผนเที่ยว Louvre หรือโซนใกล้เคียงในวันเดียวกัน
• ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะระยะทางค่อนข้างยาว
• ระวังทรัพย์สินช่วงคนหนาแน่น
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่อยากเที่ยวแลนด์มาร์คหลักพร้อมช้อปปิ้งในเส้นทางเดียวกัน เดินง่าย ไม่ซับซ้อน และคุ้มค่ากับเวลาในทริปปารีส
7. Boulevard Saint-Germain

Boulevard Saint-Germain ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำแซน (Rive Gauche) ในกรุงปารีส ครอบคลุมเขต 5, 6 และ 7 เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรม คาเฟ่เก่าแก่ และบรรยากาศแบบปัญญาชนฝรั่งเศส ปัจจุบันยังคงเป็นโซนไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานร้านหนังสือ ร้านแฟชั่น บูติกน้ำหอม และแบรนด์ร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์
พื้นที่นี้มีเสน่ห์ต่างจากย่านช้อปปิ้งฝั่งขวา เพราะเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และบรรยากาศศิลปะ ใกล้สถานศึกษาชื่อดังอย่าง Sorbonne University ทำให้มีชีวิตชีวาตลอดวัน เหมาะกับการเดินเล่นสบาย ๆ แวะคาเฟ่ และเลือกซื้อสินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัวมากกว่าการช้อปแบรนด์ลักชัวรีเต็มรูปแบบ
ที่ตั้ง
• ฝั่งซ้ายแม่น้ำแซน (Left Bank) ใกล้ย่าน Latin Quarter และไม่ไกลจาก Luxembourg Gardens
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 4 ลงสถานี Saint-Germain-des-Prés
• 🚇 สาย 10 ลงสถานี Cluny – La Sorbonne
• 🚶♀️ เดินเชื่อมจาก Notre-Dame หรือ Luxembourg Gardens ได้สะดวก
ไฮไลต์
• คาเฟ่ระดับตำนานอย่าง Café de Flore
• คาเฟ่ชื่อดัง Les Deux Magots
• ร้านบูติกแฟชั่นและน้ำหอมฝรั่งเศส
• ร้านหนังสือและร้านเครื่องเขียนสไตล์ยุโรปคลาสสิก
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• นั่งจิบกาแฟริมถนน สังเกตวิถีชีวิตแบบปารีเซียง
• เดินเข้าร้านหนังสือหรือร้านเครื่องเขียนเก๋ ๆ
• ซื้อขนมแล้วไปนั่งพักที่สวน Luxembourg
• เดินต่อไปชมโบสถ์ Saint-Germain-des-Prés
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:30 น.
• คาเฟ่เปิดตั้งแต่เช้า และบางแห่งปิดดึก
• วันอาทิตย์หลายร้านยังเปิดทำการ
เตรียมตัวยังไงดี?
• เผื่อเวลาเดินเล่นอย่างน้อยครึ่งวัน
• เตรียมเงินสดเล็กน้อยสำหรับร้านคาเฟ่ท้องถิ่น
• ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะมีตรอกเล็ก ๆ ให้สำรวจ
• หากต้องการนั่งคาเฟ่ยอดนิยม ควรไปช่วงเช้าหรือบ่าย
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่ชอบบรรยากาศศิลปะ คาเฟ่คลาสสิก และการเดินเล่นสบาย ๆ มากกว่าการช้อปหนักแบบห้างใหญ่
8. Rue de Rennes

Rue de Rennes เป็นถนนช้อปปิ้งสายยาวในย่านฝั่งซ้ายของกรุงปารีส เชื่อมระหว่างสถานี Montparnasse กับย่าน Saint-Germain-des-Prés ปัจจุบันถือเป็นโซนช้อปปิ้งที่เน้นความสะดวกและเข้าถึงง่าย มากกว่าความลักชัวรีแบบ Golden Triangle ทำให้บรรยากาศเป็นกันเอง เดินง่าย และเหมาะกับการซื้อของใช้จริงระหว่างทริป
ย่านนี้ได้รับความนิยมจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพราะรวมร้านแฟชั่น แบรนด์สปอร์ต เครื่องสำอาง และร้านมัลติแบรนด์ไว้ตลอดแนวถนน อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งวัฒนธรรมและสวนสาธารณะ ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวแบบสลับเดินเล่นและช้อปปิ้งได้ในวันเดียว
ที่ตั้ง
• อยู่ในเขต 6 ฝั่งซ้ายแม่น้ำแซน เชื่อมต่อย่าน Saint-Germain และใกล้ Montparnasse Tower
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 4 ลงสถานี Saint-Placide
• 🚇 สาย 12 ลงสถานี Rennes
• 🚆 เดินจากสถานี Gare Montparnasse ได้ประมาณ 10–15 นาที
ไฮไลต์
• ร้านแฟชั่นและสปอร์ตแบรนด์ เช่น Zara, Fnac
• ร้านเครื่องสำอางและร้านขายยา (Pharmacie) ขนาดใหญ่
• ทำเลเดินง่าย ถนนกว้าง ไม่แออัดเท่าย่านกลางเมือง
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินช้อปของใช้ เสื้อผ้า และของฝากราคากลาง ๆ
• แวะร้านขายยาฝรั่งเศสเลือกสกินแคร์ยอดนิยม
• เดินต่อไปสวน Luxembourg เพื่อพักผ่อน
• ขึ้น Montparnasse Tower ชมวิวเมือง
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:30 น.
• บางร้านเปิดวันอาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงท่องเที่ยว
• ร้านอาหารเปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• เหมาะกับวันที่ต้องการช้อปแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ
• เช็กเวลาปิดวันอาทิตย์ล่วงหน้า
• ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะถนนยาวพอสมควร
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการช้อปสินค้าแฟชั่นและของใช้ในราคาจับต้องได้ บรรยากาศไม่วุ่นวาย และอยู่ใกล้แหล่งเที่ยวสำคัญฝั่งซ้ายของปารีส
9. Rue de la Paix & Place Vendôme

Rue de la Paix เป็นถนนสายสั้น ๆ แต่ทรงพลังในเขต 2 ของกรุงปารีส เชื่อมระหว่างบริเวณใกล้ Palais Garnier ไปยังจัตุรัสหรู Place Vendôme ปัจจุบันพื้นที่นี้ถือเป็นศูนย์กลางเครื่องประดับและนาฬิการะดับไฮจิวเวลรีของโลก เต็มไปด้วยบูติกที่เน้นความหรูหราและงานฝีมือชั้นสูง
บรรยากาศของโซนนี้เงียบ สุภาพ และสง่างาม อาคารสไตล์คลาสสิกโทนครีมเรียงตัวรอบจัตุรัสอย่างสมมาตร ให้ความรู้สึกพรีเมียมแบบปารีสแท้ ๆ ย่านนี้ไม่ได้คึกคักแบบถนนแฟชั่นทั่วไป แต่โดดเด่นเรื่องแบรนด์จิวเวลรีและโรงแรมระดับตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา
ที่ตั้ง
• เขต 1 และ 2 ใจกลางปารีส ใกล้ Opéra และห่างจาก Tuileries Garden ไม่ไกล
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 3, 7, 8 ลงสถานี Opéra
• 🚇 สาย 1 ลงสถานี Tuileries
• 🚶♀️ เดินเชื่อมจาก Boulevard Haussmann ประมาณ 10 นาที
ไฮไลต์
• แบรนด์จิวเวลรีระดับโลกอย่าง Cartier
• บูติกของ Van Cleef & Arpels
• โรงแรมระดับตำนาน Ritz Paris
• เสา Vendôme Column กลางจัตุรัส จุดถ่ายภาพคลาสสิก
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินชมหน้าร้านจิวเวลรีระดับไฮเอนด์
• แวะจิบชาที่โรงแรม Ritz Paris เพื่อสัมผัสบรรยากาศหรู
• ถ่ายภาพมุมสี่เหลี่ยมสมมาตรรอบ Place Vendôme
• เดินต่อไปที่โซน Opéra หรือสวน Tuileries
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:00 น.
• วันอาทิตย์หลายร้านปิด
• โรงแรมและร้านอาหารเปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• แต่งกายสุภาพ หากตั้งใจเข้าร้านจิวเวลรีหรือโรงแรมหรู
• เผื่อเวลาเดินชมสถาปัตยกรรมรอบจัตุรัส
• ตรวจสอบวันปิดร้านล่วงหน้า โดยเฉพาะวันอาทิตย์
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่สนใจเครื่องประดับ นาฬิกา และบรรยากาศลักชัวรีระดับตำนานของปารีส ต้องการสัมผัสความสง่างามแบบเงียบ ๆ แต่ทรงคุณค่า
10. Les Halles / Westfield Forum des Halles

Les Halles คือย่านใจกลางกรุง ปารีส ที่เคยเป็นตลาดกลางเมืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันพัฒนาเป็นศูนย์การค้าใต้ดินขนาดใหญ่ชื่อ Westfield Forum des Halles ซึ่งเป็นหนึ่งในคอมเพล็กซ์ช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในปารีส ทำเลนี้ถือเป็นจุดตัดสำคัญของระบบขนส่ง ทำให้เดินทางสะดวกที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง
บรรยากาศแตกต่างจากย่านแฟชั่นหรู เพราะที่นี่เน้นความหลากหลายและเข้าถึงง่าย มีทั้งแบรนด์ไฮสตรีท ร้านสปอร์ต ร้านไอที โรงภาพยนตร์ และโซนอาหารครบ เหมาะกับการช้อปแบบสบาย ๆ ในร่ม โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาวหรือฝนตก อีกทั้งยังอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง
ที่ตั้ง
• เขต 1 ใจกลางเมือง ใกล้ Centre Pompidou และเดินไม่ไกลจาก Louvre Museum
การเดินทาง
• 🚇 Métro หลายสายลงสถานี Châtelet
• 🚆 RER A, B, D ลงสถานี Châtelet–Les Halles
• 🚶♀️ เดินเชื่อมต่อไป Le Marais และริมแม่น้ำแซนได้สะดวก
ไฮไลต์
• ศูนย์การค้าในร่มขนาดใหญ่ เดินสบายทุกฤดูกาล
• แบรนด์ยอดนิยม เช่น Nike, Adidas, Zara
• โรงภาพยนตร์และโซนอาหารหลากหลาย
• สวนสาธารณะ La Canopée ด้านบนโครงสร้างหลังคาทันสมัย
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• ช้อปเสื้อผ้าและรองเท้าสบาย ๆ ในร่ม
• แวะทานอาหารหรือขนมในโซนฟู้ดคอร์ท
• เดินเล่นสวนด้านบนเพื่อชมสถาปัตยกรรม La Canopée
• เดินไปต่อที่ Le Marais หรือ Centre Pompidou
เวลาเปิด-ปิด
• ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–20:30 น.
• บางร้านเปิดวันอาทิตย์
• ร้านอาหารและโรงภาพยนตร์เปิดถึงค่ำ
เตรียมตัวยังไงดี?
• เหมาะกับวันที่อากาศหนาวหรือฝนตก
• ระวังทรัพย์สิน เพราะเป็นจุดต่อรถไฟใหญ่ คนหนาแน่น
• เผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง หากตั้งใจเดินทั้งศูนย์
ย่านนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการความสะดวก เดินทางง่าย ช้อปได้ครบในที่เดียว และวางแผนเที่ยวต่อย่านอื่นได้แบบไม่เสียเวลา
ทั้ง 10 ย่านช้อปปิ้งในกรุงปารีส แบ่งอารมณ์ได้ชัดเจนตามสไตล์การเดินทาง หากต้องการแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกและบรรยากาศหรูหรา โซน Champs-Élysées, Avenue Montaigne และ Place Vendôme คือคำตอบ เหมาะกับการช้อปแฟชั่นไฮเอนด์ เครื่องประดับ และเก็บภาพแลนด์มาร์คคลาสสิกของเมืองในบรรยากาศพรีเมียม
หากมองหาความคุ้มค่า เดินง่าย และช้อปได้ครบในจุดเดียว โซน Galeries Lafayette บริเวณ Boulevard Haussmann และ Westfield Forum des Halles ตอบโจทย์มากกว่า เพราะรวมแบรนด์หลากหลายระดับไว้ในอาคารเดียว เดินในร่มสบาย เหมาะกับวันที่ต้องการจัดเต็มเรื่องช้อปปิ้งหรือวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
ส่วนสายชิล ชอบบรรยากาศศิลปะ คาเฟ่ และแฟชั่นไม่ซ้ำใคร ย่าน Le Marais และ Boulevard Saint-Germain จะให้ฟีลปารีเซียงแท้ ๆ เดินเล่นสบาย แวะร้านเล็ก ๆ และนั่งพักคาเฟ่ได้ตลอดวัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่อยากสัมผัสไลฟ์สไตล์ท้องถิ่นควบคู่กับการช้อปปิ้งแบบมีเอกลักษณ์

