10 สวนสวยและพื้นที่สีเขียวยอดนิยมใจกลางปารีส ที่ไม่ควรพลาด!
ปารีสอาจเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งศิลปะ แฟชั่น และสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก แต่สิ่งที่ทำให้เมืองนี้น่าอยู่และน่าเที่ยวไม่แพ้กันก็คือ “พื้นที่สีเขียว” ที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นสวนสไตล์ฝรั่งเศสสุดประณีต สวนอังกฤษร่มรื่น หรือสวนริมแม่น้ำที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายแบบโลคัล ทุกแห่งล้วนเป็นมุมพักใจที่ช่วยให้ทริปปารีสสมดุลมากขึ้น ทั้งเดินชมเมือง ทั้งได้นั่งพักใต้ร่มไม้แบบสบาย ๆ
ตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของ Jardin du Luxembourg และ Tuileries Garden ไปจนถึงวิวพาโนรามาบนเนินของ Parc des Buttes-Chaumont หรือ Parc de Belleville แต่ละสวนมีคาแรกเตอร์ชัดเจนและสะท้อนเสน่ห์ของย่านรอบข้างอย่างลงตัว บางแห่งเหมาะกับการปิกนิก บางแห่งเหมาะกับการถ่ายรูป หรือบางแห่งก็เหมาะกับการเดินเล่นเงียบ ๆ หลีกหนีความวุ่นวายของแหล่งท่องเที่ยวหลัก
เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
• ทำความรู้จักสวนทั้ง 10 แห่งของปารีสแบบละเอียด
บทความนี้รวบรวม 10 สวนสวยและพื้นที่สีเขียวยอดนิยมใจกลางปารีสที่ไม่ควรพลาด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยากสัมผัสปารีสในอีกมุมหนึ่งที่ช้าลง อบอุ่นขึ้น และใกล้ชิดกับวิถีชีวิตคนท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะมาเยือนครั้งแรกหรือเคยมาหลายครั้งแล้ว สวนเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มทริปให้ละมุนและน่าจดจำยิ่งขึ้น
1. สวนลักซ็องบูร์ (Jardin du Luxembourg)

สวนสวยใจกลางปารีสที่ให้บรรยากาศคลาสสิกแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ เดินทางสะดวก ใกล้ย่าน Latin Quarter และ Saint-Germain-des-Prés ภายในกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย มีทั้งแนวต้นไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ สนามหญ้าเขียวสะอาด และบ่อน้ำกลางสวนที่ล้อมด้วยเก้าอี้สีเขียวเอกลักษณ์ของปารีส พร้อมฉากหลังเป็นพระราชวัง Luxembourg Palace ที่ช่วยให้ภาพถ่ายดูยุโรปเต็มอารมณ์แบบไม่ต้องพยายามมาก
เหมาะมากสำหรับแวะพักหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน นั่งจิบกาแฟ กินขนม หรือปิกนิกเบา ๆ ได้สบาย ๆ ช่วงเช้าอากาศสดชื่น คนยังไม่แน่น ส่วนช่วงเย็นแสงจะนุ่ม เหมาะกับการถ่ายรูป โดยเฉพาะบริเวณบ่อน้ำและน้ำพุ Médicis ที่ดูโรแมนติกเป็นพิเศษ ถือเป็นจุดพักผ่อนที่ลงตัว เดินง่าย นั่งสบาย เข้าฟรี และควรมีในลิสต์เมื่อมาเที่ยวปารีส
ที่ตั้ง
• ย่าน Latin Quarter ใกล้แม่น้ำแซน
การเดินทาง
• 🚇 RER B ลงสถานี Luxembourg ออกมาก็ถึงเลย
• 🚇 Métro สาย 4 ลง Odéon แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที
ไฮไลต์
• บ่อน้ำกลางสวน + เก้าอี้สีเขียวรอบสระ (มุมนั่งชิลยอดนิยม)
• พระราชวัง Luxembourg Palace เป็นฉากหลังถ่ายรูป
• น้ำพุ Médicis มุมโรแมนติก ร่มรื่น ถ่ายรูปสวยมาก
• สวนดอกไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะ เม.ย.–ก.ค. สีสดมาก
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินเล่นสบาย ๆ 1–2 ชั่วโมง
• ซื้อแซนด์วิชมากินปิกนิก
• ถ่ายรูปแนวสวนยุโรปคลาสสิก
• นั่งพักเอาแรงก่อนเดินไปเที่ยวต่อที่ Notre-Dame หรือย่าน Saint-Germain
เวลาเปิด–ปิด
• เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
• ฤดูหนาว ปิดประมาณ 17:00
• ฤดูร้อน ปิดประมาณ 21:00–21:30
• ✔️ เข้าฟรี
เตรียมตัวยังไงดี?
• ไปช่วงเช้าจะคนน้อยและแสงสวย
• หน้าร้อนแดดแรง ควรพกร่มหรือหมวก
• ห้องน้ำมี แต่บางจุดอาจเสียค่าบริการเล็กน้อย
• ถ้าอยากได้รูปโล่ง ๆ หลีกเลี่ยงเสาร์–อาทิตย์ช่วงบ่าย
2. สวนทวีลรี (Tuileries Garden)

สวน Tuileries Garden เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ของปารีส ตั้งอยู่ระหว่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กับ Place de la Concorde ในเขตที่ 1 ของเมือง สวนแห่งนี้เริ่มต้นจากสวนของพระราชวังในศตวรรษที่ 16 ก่อนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่ปี 1667 และต่อมาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่า 25 เฮกตาร์ที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และประวัติศาสตร์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายในสวนมีเส้นทางเดินเรียงต้นไม้ พื้นหญ้ากว้าง น้ำพุและสระเล็ก ๆ รวมถึงประติมากรรมและผลงานศิลปะสาธารณะที่จัดวางอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศสงบและคลาสสิกกลางใจเมืองปารีส
สวนนี้ยังเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้ง Musée de l’Orangerie ที่จัดแสดงผลงานชื่อดังอย่างภาพ Water Lilies ของ Monet และ Jeu de Paume แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย ตลอดจนเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมตามฤดูกาล เช่น งานเทศกาลหรือสวนสนุกชั่วคราวในช่วงฤดูร้อน ทำให้สวนทุกรอบปีมีสีสันและน่าเยือนเสมอ นอกจากการเดินชมธรรมชาติแล้ว ยังสามารถแวะพักริมสระ เดินเล่นบนทางเดินกรวด หรือเชื่อมต่อไปยังแหล่งช้อปปิ้งและพิพิธภัณฑ์ใกล้เคียงได้อย่างสะดวก
ที่ตั้ง
• อยู่ใจกลางปารีส ระหว่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์กับจัตุรัสคองคอร์ด เดินต่อไปถึงแม่น้ำแซนได้สะดวก
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 1 ลงสถานี Tuileries หรือ Concorde
• 🚶♀️ เดินจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ไม่เกิน 5 นาที
ไฮไลต์
• สวนสไตล์ฝรั่งเศสแบบสมมาตร ทางเดินตรงยาวสวยคลาสสิก
• สระน้ำขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้สีเขียวให้นั่งพัก
• วิวต่อเนื่องไปจนเห็นเส้นแกนเมืองประวัติศาสตร์ของปารีส
• มีประติมากรรมกลางแจ้งกระจายทั่วสวน
• ช่วงเย็นแสงสวยมาก เหมาะถ่ายรูปแนว minimal ยุโรป
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• นั่งพักริมสระน้ำหลังเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟร์
• ซื้อครัวซองต์หรือแซนด์วิชมานั่งกินเบา ๆ
• เดินเล่นยาว ๆ จากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ไปคองคอร์ด
• ถ่ายรูปช่วง golden hour จะได้โทนอบอุ่นมาก
เวลาเปิด–ปิด
• เปิดทุกวัน
• โดยทั่วไปประมาณ 07:00 – 21:00 (ฤดูร้อนปิดดึกกว่าเล็กน้อย)
• ✔️ เข้าฟรี
เตรียมตัวยังไงดี?
• กลางวันแดดค่อนข้างแรง พกร่มหรือหมวกช่วยได้
• ช่วงหน้าร้อนคนค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะบ่าย–เย็น
• ถ้าอยากได้ภาพโล่ง แนะนำไปช่วงเช้าตรู่
• ห้องน้ำสาธารณะมี แต่บางจุดอาจมีค่าบริการเล็กน้อย
สวนแห่งนี้เหมาะเป็นจุดพักเบรกกลางวัน หรือแวะก่อน–หลังเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เพราะทำเลดีมากและเดินง่าย
3. สวนปาร์ก เดส์ บุตต์-โชว์มง (Parc des Buttes-Chaumont)

สวน Parc des Buttes-Chaumont เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่และมีเอกลักษณ์โดดเด่นใจกลางกรุงปารีส ตั้งอยู่ในเขตที่ 19 ของเมือง โดยสวนแห่งนี้ถูกเปิดให้สาธารณะเข้าชมตั้งแต่ปี 1867 ภายใต้การออกแบบของ Jean-Charles Alphand สวนมีภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากสวนทั่วไปในปารีส เพราะมีเนินชัน ผาสูง หินโผล่ และสะพานแขวนสูงเหนือทะเลสาบ ทำให้ได้มุมมองที่หลากหลายทั้งวิวเมืองและธรรมชาติ บริเวณใจกลางสวนมีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยทางเดินโค้งไม้ ทุ่งหญ้า และพื้นที่ปิกนิกกว้าง เหมาะสำหรับเดินเล่นหรือพักพักกลางแจ้งในบรรยากาศสด
หนึ่งในไฮไลต์ของสวนคือ Temple de la Sibylle ซึ่งตั้งอยู่บนยอดผาสูงและสามารถมองเห็นวิวรอบสวนได้รอบด้าน นอกจากนี้ยังมีถ้ำหิน น้ำตกเล็ก ๆ สะพานแขวนสูง และพื้นที่ลานสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ Parc des Buttes-Chaumont เป็นหนึ่งในสวนที่มีมิติทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจที่สุดของปารีส เหมาะสำหรับการเดินสำรวจแบบไม่เร่งรีบ ใช้เวลาพักผ่อนกลางทุ่งหญ้า หรือปิกนิกในบ่ายวันอากาศดี โดยยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังย่านชุมชนและร้านกาแฟที่อยู่รอบ ๆ ได้อย่างง่ายดาย
ที่ตั้ง
• อยู่เขต 19 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปารีส บรรยากาศเงียบกว่าโซนลูฟร์–หอไอเฟล
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 7bis ลงสถานี Buttes Chaumont
• 🚇 หรือสาย 5 ลง Laumière แล้วเดินต่อเล็กน้อย
ไฮไลต์
• สวนขนาดใหญ่ เนินเขาสูง วิวพาโนรามาเห็นเมืองปารีสจากมุมสูง
• วัดเล็กบนยอดเขา Temple de la Sibylle จุดชมวิวสวยมาก
• สะพานแขวนเล็ก ๆ ข้ามหน้าผา ให้ฟีลธรรมชาติแปลกตากว่าสวนอื่นในปารีส
• มีทะเลสาบ น้ำตก และหน้าผาจำลอง บรรยากาศไม่เหมือนสวนฝรั่งเศสแบบสมมาตรทั่วไป
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินขึ้นจุดชมวิวช่วงเย็น แสงสวย เห็นหลังคาเมืองปารีสไกล ๆ
• นั่งปิกนิกบนสนามหญ้า ได้ฟีล local มาก
• ถ่ายรูปแนวธรรมชาติ + city view ในภาพเดียว
• แวะคาเฟ่เล็ก ๆ ภายในสวนช่วงบ่าย
เวลาเปิด–ปิด
• เปิดทุกวัน
• โดยทั่วไปประมาณ 07:00 – 20:00 (ฤดูร้อนปิดดึกกว่านี้เล็กน้อย)
• ✔️ เข้าฟรี
เตรียมตัวยังไงดี?
• มีทางขึ้นลงค่อนข้างชัน ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย
• ถ้าไปช่วงหน้าร้อน แนะนำพกน้ำดื่ม
• บริเวณยอดเขาลมแรงเล็กน้อย โดยเฉพาะตอนเย็น
• ย่านนี้ไม่ใช่โซนท่องเที่ยวหลัก บรรยากาศจะโลคอลและสงบกว่า
สวนแห่งนี้เหมาะกับคนที่อยากเห็นปารีสอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่แค่สวนเรียบ ๆ แต่เป็นสวนที่มีภูมิประเทศสวยและแตกต่างที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
4. สวนสไตล์อังกฤษปาร์ก มงโซ (Parc Monceau)

สวนปาร์ก มงโซเป็นสวนสวยบรรยากาศสงบใจกลางปารีสที่แตกต่างจากสวนคลาสสิกทั่วไป เพราะตกแต่งในสไตล์อังกฤษมีการจัดวางองค์ประกอบแบบอิสระ ทั้งสะพานโค้ง, เสาโรมัน และสถาปัตยกรรมคลาสสิกกระจายทั่วพื้นที่ ทำให้มีมุมถ่ายรูปละเมียดละไมในทุกจุด บรรยากาศภายในสวนดูละมุน เหมาะกับคนที่อยากมาพักผ่อนในพื้นที่สีเขียวหลังจากเดินช้อปปิ้งหรือเที่ยวชมแลนด์มาร์กใกล้เคียง เช่น Arc de Triomphe หรือย่าน Champs-Élysées
ที่นี่เหมาะกับกิจกรรมชิล ๆ หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเดินเล่นช้า ๆ รอบสวน, ปูเสื่อนั่งปิกนิกใต้ร่มไม้ใหญ่, อ่านหนังสือ จิบกาแฟเบา ๆ หรือถ่ายรูปวิวธรรมชาติผสานกับงานศิลปะกลางแจ้ง โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่แสงนุ่มจะช่วยให้ภาพออกมาสวยมาก ยิ่งไปในช่วง
ฤดูใบไม้ผลิ–ฤดูร้อนต้นไม้จะเขียวชอุ่มและสีสวยขึ้นอีกด้วย
ที่ตั้ง
• อยู่เขต 8 ทางฝั่งตะวันตกของปารีส ใกล้ย่าน Boulevard Haussmann และไม่ไกลจาก Arc de Triomphe
การเดินทาง
• 🚇 Métro สาย 2 ลงสถานี Monceau ทางเข้าสวนอยู่ติดสถานี
ไฮไลต์
• สวนสวยสไตล์อังกฤษ บรรยากาศเป็นธรรมชาติ ไม่จัดเป็นเส้นตรงแบบสวนฝรั่งเศสดั้งเดิม
• สะพานโค้งกลางสระน้ำ มุมถ่ายรูปยอดนิยม
• เสาโรมันและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมคลาสสิกกระจายทั่วสวน
• ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เดินสบายตลอดเส้นทาง
• บรรยากาศเงียบ สงบ โรแมนติกกว่าสวนท่องเที่ยวหลักในเมือง
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินเล่นช้า ๆ รอบสวน เก็บภาพมุมสวย ๆ
• นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ อ่านหนังสือหรือจิบกาแฟ
• ปิกนิกเบา ๆ ช่วงบ่าย
• มาเดินเล่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จะได้บรรยากาศยุโรปละมุนมาก
เวลาเปิด–ปิด
• เปิดทุกวัน
• ฤดูหนาว (ปลายต.ค.–ก.พ.) ประมาณ 07:00–20:00
• ฤดูร้อนบางช่วงเปิดยาวได้ถึงประมาณ 22:00
• ✔️ เข้าฟรี
เตรียมตัวยังไงดี?
• ช่วงเช้าและเย็นแสงสวย ถ่ายรูปออกมาได้แบบละมุนมาก
• ช่วงเสาร์–อาทิตย์บรรยากาศจะคึกคักขึ้น เพราะมีครอบครัวชาวปารีสมาเดินเล่นพักผ่อน
• พื้นบางส่วนเป็นกรวด ควรใส่รองเท้าเดินสบายจะดีที่สุด
• กลางวันแดดแรงพอสมควร ควรพกหมวกหรือแว่นกันแดดช่วยได้
สวนมงโซ เป็นสวนสวยที่เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเรียบหรู เงียบสงบ และโรแมนติกแบบยุโรปแท้ ๆ โดยไม่ต้องออกนอกเมือง
5. สวนพฤกษศาสตร์ปารีส (Jardin des Plantes)

สวนพฤกษศาสตร์ใจกลางปารีสแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสวนที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง และไม่ได้เป็นแค่สวนเดินเล่นธรรมดา แต่เป็น พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ผสมผสานธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ทางเดินท่ามกลางพืชพันธุ์หลากชนิด ไปจนถึงสวนดอกไม้ สวนอัลไพน์ และสวนกุหลาบ ซึ่งจะสวยเป็นพิเศษช่วงปลายใบไม้ผลิ–ต้นฤดูร้อน รวมทั้งมีส่วนที่เป็นเรือนกระจกใหญ่และมุมจัดแสดงพันธุ์พืชจากทั่วโลก ให้เก็บภาพถ่ายสวย ๆ ได้ทั้งปี
ที่นี่เหมาะกับทั้งคนที่อยากเดินเล่นชิลล์ในสวนที่มีเรื่องให้สำรวจ ถ่ายรูปดอกไม้สวย ๆ เรียนรู้พฤกษศาสตร์ หรือจะต่อด้วยการเยี่ยมชม สวนสัตว์เมนาจรี (Ménagerie du Jardin des Plantes) และ เรือนกระจกใหญ่ (Grandes Serres) ซึ่งมีพันธุ์ไม้แปลกตาให้ดูมากมาย แม้จะเข้าเฉพาะสวนหลักจะเข้าฟรีทุกวัน แต่บางส่วน เช่น เรือนกระจกหรือส่วนจัดแสดงเฉพาะจะมีค่าบัตรแยกต่างหาก
ที่ตั้ง
• อยู่ในเขต 5 ของปารีส ใกล้แม่น้ำแซน และย่าน Latin Quarter
การเดินทาง
• 🚇 Métro ลงสถานี Gare d’Austerlitz, Jussieu หรือ Censier-Daubenton
ไฮไลต์
• พื้นที่สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้จากทั่วโลก
• เป็นสวนอัลไพน์และสวนกุหลาบที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงปลายใบไม้ผลิ–ต้นฤดูร้อน
• เรือนกระจกใหญ่ (Grandes Serres) ที่มีไม้นานาชนิดให้ชม
• บริเวณจัดแสดงและพิพิธภัณฑ์หลายจุด อาจต้องซื้อตั๋วแยก
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินเล่นชมสวนพฤกษศาสตร์กว้าง ๆ
• ถ่ายรูปดอกไม้และพืชสวย ๆ ในโซนต่าง ๆ
• แวะชมเรือนกระจกให้รู้สึกเหมือนอยู่ในป่าฝนเขตร้อน
• ต่อด้วยชมสวนสัตว์เล็กหรือพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติศาสตร์ถ้าอยากเรียนรู้เพิ่ม
เวลาเปิด–ปิด
• สวนหลักเปิดทุกวัน
• ฤดูร้อนเวลาเปิด–ปิด ประมาณ 07:30–20:00
• ฤดูหนาวเวลาเปิด–ปิด ประมาณ 08:00–17:30
• ✔️ เข้าชมสวนหลัก ฟรี
• เรือนกระจกและพิพิธภัณฑ์มีเวลาและค่าบัตรแยก
(โดยทั่วไป 10:00–18:00 ยกเว้นบางวัน และอาจปิดวันอังคาร)
เตรียมตัวยังไงดี?
• ควรใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะพื้นที่กว้างและมีหลายจุดให้สำรวจ
• ช่วงฤดูใบไม้ผลิ–ต้นฤดูร้อน แนะนำให้มาช่วงเช้า–สาย เพราะดอกไม้จะสวยที่สุด
• ถ้าจะเข้าชมเรือนกระจกหรือสวนสัตว์เล็ก ควรเช็กเวลาและซื้อตั๋วล่วงหน้า
สวนสวยแห่งนี้ เหมาะทั้งกับคนรักธรรมชาติ ถ่ายรูปดอกไม้ และครอบครัวที่อยากเรียนรู้เรื่องพืชและสัตว์ในบรรยากาศสวยงามกลางเมืองปารีส
6. สวนสแควร์ ดู แวร์ กาลอง (Square du Vert-Galant)

สวนสวยแห่งนี้ เป็นพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ แต่น่ารักมากในปารีส ตั้งอยู่ที่ปลายสุดฝั่งตะวันตกของเกาะ Île de la Cité ริมแม่น้ำแซน ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศเงียบสงบและวิวเปิดโล่งของแม่น้ำ รวมถึงทิวทัศน์ของสะพาน Pont Neuf และอาคารเก่าแก่รอบ ๆ ที่เข้ากันได้ดีกับภาพเมืองปารีสแบบคลาสสิก จุดนี้ได้ชื่อว่า “Vert-Galant” จากสมญาในอดีตของกษัตริย์ เฮนรีที่ 4 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสวนและมีรูปปั้นที่จุดใกล้ ๆ ให้เห็นด้วย ด้านต้นไม้ในสวนมีโอกาสพบต้นวิลโลว์โต ๆ และต้นไม้ใหญ่หลายชนิดที่ให้เงาร่มรื่น แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่ แต่เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ทำให้ทุกมุมดูโปร่งสบายและโรแมนติกจริง ๆ
สวนนี้เหมาะสำหรับการนั่งพักชมวิว ชมเรือที่แล่นผ่านแม่น้ำ หรือปูผ้าปิกนิกแบบชิลล์ ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า เพราะเปิดให้เข้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันและฟรีตลอดปี ถ้ามาในช่วงพระอาทิตย์ตกจะยิ่งได้ภาพบรรยากาศอบอุ่นของแสงอาทิตย์สะท้อนแม่น้ำ เหมาะเป็นจุดแวะพักกลางทางระหว่างเดินเที่ยวถนนในเมืองหรือเดินจาก Notre-Dame และไปต่อยังสวนอื่น ๆ ในปารีสได้ง่าย ๆ
ที่ตั้ง
• สวนเล็ก ๆ ริมแม่น้ำแซน อยู่ที่ปลายสุดด้านตะวันตกของ Île de la Cité ติดกับสะพาน Pont Neuf ทำให้ที่นี่ได้วิวแม่น้ำและเมืองปารีสแบบเปิดโล่ง และเดินไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ หรือโบสถ์ Notre-Dame
การเดินทาง
• นั่ง Métro ลงสถานี Pont Neuf (สาย 7) แล้วเดินประมาณ 3–5 นาที
• หรือเดินจาก Pont Neuf ประมาณ 10–15 นาที แล้วลงบันไดไปยังสวนริมแม่น้ำได้เลย
ไฮไลต์
• สวนเล็กแต่อบอุ่นเหมือนมุมโรแมนติก ริมแม่น้ำ เหมาะสำหรับนั่งพักชมเรือผ่านไปมา
• มีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์เฮนรีที่ 4 อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดชื่อ “Vert-Galant”
• ปลายสวนเป็นจุดชมวิวแม่น้ำที่สวยมาก โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก
• มีต้นไม้ใหญ่ทั้ง ต้นวิลโลว์และพันธุ์ไม้หลากชนิดที่ให้ความร่มรื่นแม้อยู่กลางเมือง
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• นั่งปิกนิกริมน้ำ มองเรือและผู้คนผ่านไปมา
• ถ่ายรูปวิวเมืองฝั่งแม่น้ำกับสะพาน Pont Neuf และอาคารประวัติศาสตร์
• นั่งพักหลังเดินเที่ยวโซน Île de la Cité หรือเดินต่อไปยัง Tuileries Garden
เวลาเปิด–ปิด
• เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
• ✔️ ไม่มีค่าบัตรเข้าชม
เตรียมตัวยังไงดี?
• แนะนำพกผ้าปูปิกนิกหรือผ้าห่มเล็ก ๆ เพื่อปูนั่งริมแม่น้ำ
• ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลัก สามารถเดินต่อไปยัง Pont des Arts หรือ Tuileries Garden ได้ง่าย
• ไม่มีห้องน้ำในสวน ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนมาที่นี่
โดยสวนแห่งนี้จึงเหมาะเป็นจุดพักผ่อนชิล ๆ ริมแม่น้ำ ในเส้นทางเดินเที่ยวเกาะ Île de la Cité และถ่ายรูปวิวเมืองปารีสแบบเปิดโล่ง
7. สวนลอยฟ้าโปรเมอนาด ปลองเต้ (Promenade Plantée)

สวนลอยฟ้าแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินสีเขียวยาวประมาณ 4.5 กิโลเมตร สร้างบนแนวทางรถไฟเก่าในเขตที่ 12 ของปารีส และถือเป็นต้นแบบของสวนลอยฟ้าในหลายเมืองทั่วโลก เส้นทางใกล้กับบริเวณ Place de la Bastille จากนั้นทอดยาวไปตามแนวอาคารโค้งของ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่โซนสวนและย่านที่พักอาศัยตลอดแนวทางเดิน บางช่วงเป็นทางลอยฟ้าเหนือถนน บางช่วงลดระดับลงสู่พื้นดิน ทำให้ได้มุมมองเมืองที่หลากหลายและแตกต่างจากการเดินบนถนนสายหลักอย่างชัดเจน
ตลอดแนวเส้นทางเดินจะผ่านสวนสาธารณะขนาดเล็กหลายจุด มีสนามหญ้าและพื้นที่นั่งพัก เหมาะสำหรับแวะพักหรือปิกนิกเบา ๆ บรรยากาศโดยรวมเงียบ ร่มรื่น และไม่พลุกพล่าน จึงเหมาะกับการเดินเล่นเรื่อย ๆ เพื่อสัมผัสปารีสในมุมสงบแบบคนท้องถิ่น
ที่ตั้ง
• สวนลอยฟ้ายาวประมาณ 4.5 กม. ในเขตที่ 12 ของปารีส เริ่มจากบริเวณ Place de la Bastille และทอดยาวไปทางฝั่งตะวันออกใกล้ Bois de Vincennes
• ตลอดเส้นทางมีทั้งทางลอยฟ้า ระดับพื้นดิน และช่วงที่ร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้
การเดินทาง
• Métro สถานี Bastille (สาย 1, 5, 8) เดินประมาณ 5–7 นาทีถึงทางขึ้น
• หรือเลือกลง Gare de Lyon / Ledru-Rollin แล้วเดินเข้าสู่เส้นทางจากจุดใกล้เคียงได้สะดวก
ไฮไลต์
• เส้นทางสีเขียวบนรางรถไฟเก่า มุมมองเมืองจากระดับสูงที่แปลกตา
• บรรยากาศสงบ คนไม่หนาแน่นเท่าแลนด์มาร์กหลัก
• ผ่านสวนขนาดเล็กหลายจุด เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างทาง
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• เดินเล่นยาว ๆ ชมสวนและสถาปัตยกรรมรอบข้าง
• ถ่ายรูปมุมเมืองแนวโลคัล
• นั่งพักหรือปิกนิกเบา ๆ ตามจุดที่จัดไว้
เวลาเปิด–ปิด
• เปิดทุกวัน เข้าฟรี เวลาเปิด-ปิดปรับตามฤดูกาล
• โดยทั่วไปเปิดประมาณ 08:00 น. และปิดราว 17:30–21:30 น. (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของปี)
เตรียมตัวยังไงดี?
• ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะเส้นทางค่อนข้างยาว
• พกน้ำดื่ม โดยเฉพาะถ้าเดินช่วงหน้าร้อน
• เลือกมาช่วงเช้าหรือเย็น แสงสวยและอากาศสบายกว่าช่วงกลางวัน
8. สวนสาธารณะบนเนินเขา (Parc de Belleville)

เป็นสวนสาธารณะบนเนินเขาที่สวยงามและมีชีวิตชีวาในเขตที่ 20 ของปารีส ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนบนเนินที่สูงที่สุดในเมือง โดยตั้งอยู่บนเนิน Belleville สูงกว่า 100 เมตร ทำให้มีจุดชมวิวกว้างสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าปารีสตั้งแต่ หอไอเฟลไปจนถึงโบสถ์ Sacré-Cœur เหมาะมากสำหรับคนรักวิวทิวทัศน์และการถ่ายรูป สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1988 มีพื้นที่กว่า 45,000 ตร.ม. เต็มไปด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ ทุ่งหญ้า สนามเด็กเล่น และน้ำตกสายยาวกว่า 100 เมตร ให้บรรยากาศสดชื่นได้ทั้งครอบครัวและคนรักธรรมชาติ
บรรยากาศของ Parc de Belleville นั้นอบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนหลุดเข้าไปในสวนของคนท้องถิ่นที่ใช้เวลายามบ่ายจิบกาแฟ จัดปิกนิก หรือแค่เดินเล่นชมดอกไม้และเส้นทางเดินที่คดเคี้ยว มีทั้ง สนามเด็กเล่นไม้ขนาดใหญ่ โต๊ะปิง-ปอง สนามกีฬาเล็กๆ และบ้านพิพิธภัณฑ์ Maison de l’Air ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับคุณภาพอากาศ นอกจากนี้ยังมีสวนองุ่นเล็กๆ ที่เก็บเกี่ยวทุกปี ซึ่งเพิ่มสีสันให้การเยือนสวนนี้น่าประทับใจยิ่งขึ้น
ที่ตั้ง
• อยู่บนเนิน Belleville ใกล้กับ Parc des Buttes-Chaumont และ Père Lachaise Cemetery
การเดินทาง
• 🚇 Metro สาย 2 หรือ 11 ลงที่สถานี Belleville, Pyrénées
• 🚇 Couronnes แล้วเดินประมาณ 5–10 นาทีถึงสวน
ไฮไลต์
• จุดชมวิวพาโนรามาเห็นเมืองปารีสแบบ 360°
• มีน้ำตกที่ยาวที่สุดในปารีส ที่ไหลลงมาเป็นลำธาร
• มีสนามเด็กเล่นและพื้นที่นั่งพักผ่อน
• มีสวนองุ่นและสวนดอกไม้สีสันสดใส
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• ปิกนิกดูวิวเมืองในช่วงเย็น
• เดินเล่นตามทางเดินบนเนิน
• ถ่ายรูปกับวิวเมืองและดอกไม้
• นั่งดื่มกาแฟหรืออ่านหนังสือใต้ต้นไม้
เวลาเปิด-ปิด
• เปิดทุกวัน ประมาณ 08:00 น. (ปลายสัปดาห์ 09:00 น.)
• ปิดตามฤดูกาลตั้งแต่ช่วง 18:00 – 21:30 น.
• โดยช่วงฤดูร้อนจะเปิดยาวกว่า ฤดูหนาว
• ✔️ไม่เสียค่าเข้าชม (ฟรี)
เตรียมตัวยังไงดี?
• ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะมีทางลาดชัน
• พกน้ำและของว่างสำหรับปิกนิก
• กล้องถ่ายรูปสำหรับวิวสวยๆ ตอนพระอาทิตย์ตก
• ใช้ Metro หรือรถสาธารณะเพราะที่จอดรถมีจำกัด
สวนแห่งนี้เหมาะมากทั้งสำหรับผู้ที่อยากพักผ่อนกลางธรรมชาติ และคนที่อยากเก็บภาพวิวสวยๆ ของปารีสในมุมที่ไม่ค่อยอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลัก
9. สวนสไตล์อังกฤษในโซนหรู (Jardin du Ranelagh)

สวนหรูสไตล์อังกฤษอย่าง Jardin du Ranelagh เป็นสวนสาธารณะขนาดประมาณ 6.5 เฮกตาร์ (60,500 ตร.ม.) ที่ตั้งอยู่ในย่านหรูของเขตที่ 16 กรุงปารีส ใกล้ Bois de Boulogne และ Musée Marmottan Monet บรรยากาศของสวนอบอวลไปด้วยความสงบและความงดงามของธรรมชาติสไตล์อังกฤษ แปลกตาจากสวนแบบฝรั่งเศสทั่วไปด้วยเส้นทางเดินโค้งมน พื้นหญ้าเขียวขจี ช่องว่างใต้ร่มไม้ และการจัดวางองค์ประกอบที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติอย่างนุ่มนวล
สวนนี้ได้รับการออกแบบในยุค Haussmann โดย Jean-Charles Alphand เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนให้กับคนเมืองและครอบครัวที่มาเดินเล่น ชมสวน หรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศย่านที่ปกติจะเต็มไปด้วยสถานทูตและบ้านพักระดับสูงของปารีส
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน สวน Ranelagh จะมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว เช่น โรงละครหุ่นกระบอกดั้งเดิม (Guignol) การขึ้นรถม้าหมุนไม้สุดคลาสสิก และพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก ๆ รวมถึงมุมนั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาของต้นไม้หลากชนิด และที่นี่ยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับจัดปิกนิกสุดชิลใจกลางเมือง แค่หาผ้าปูนั่งบนสนามหญ้าแล้วมองผ่านกิ่งไม้ที่ทอดยาว หรือจะเพลิดเพลินกับหนังสือเล่มโปรดก็ย่อมได้ ต้องบอกเลยว่าสวนแห่งนี้มอบมุมเงียบสงบที่ต่างจากสวนใหญ่ในใจกลางปารีสอย่างเห็นได้ชัด
ที่ตั้ง
• เขต 16 กรุงปารีส (75016) บริเวณถนน Avenue du Ranelagh
การเดินทาง
• ลง Metro สาย 9 ที่สถานี Ranelagh หรือ La Muette แล้วเดินไม่ไกล
• มีป้าย Bus หลายสายผ่านใกล้สวน เช่น 22, 52, 72
ไฮไลต์
• บรรยากาศสวนสไตล์อังกฤษร่มรื่น
• มีโรงละครหุ่นกระบอกดั้งเดิม และม้าหมุนไม้โบราณ สำหรับเด็ก ๆ
• มีศาลาดนตรีและพื้นที่นั่งพักผ่อนกลางสนามหญ้า
• ใกล้ Musée Marmottan Monet แหล่งรวมผลงานศิลปะอิมเพรสชั่นนิสต์
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• ปิกนิกบนสนามหญ้าริมทางเดินโค้ง
• นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ใหญ่
• ให้เด็ก ๆ เล่นในพื้นที่สนามเด็กเล่น และชมการแสดงหุ่นกระบอก
• เดินเล่นชิล ๆ พร้อมชมงานศิลปะธรรมชาติและรูปปั้นต่าง ๆ
เวลาเปิด-ปิด
• เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน (ไม่ปิดกลางคืน)
• ✔️ไม่เสียค่าเข้าชม (ฟรี)
เตรียมตัวยังไงดี?
• สวมใส่รองเท้าที่เดินสบาย สำหรับเดินเล่นในสวน
• มีผ้าปูสำหรับปิกนิก
• เตรียมของว่าง น้ำ และหนังสือเล่มโปรด
• พกกล้องถ่ายรูปเพื่อเก็บความงามของบรรยากาศสไตล์อังกฤษ
สวนแห่งนี้เหมาะมาก ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากหลบความวุ่นวายของเมืองและได้สัมผัสบรรยากาศเขียวขจีพร้อมเสน่ห์คลาสสิกของปารีส
10. สวนยาวติดริมแม่น้ำแซน (Parc de Bercy)

สวนริมแม่น้ำแซนอย่าง Parc de Bercy คือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในเขตที่ 12 ของกรุงปารีส ที่ผสมผสานความทันสมัยกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไว้อย่างลงตัว เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นโกดังเก็บไวน์เก่า ก่อนจะถูกพัฒนาเป็นสวนสาธารณะในช่วงทศวรรษ 1990 ปัจจุบันสวนมีพื้นที่ประมาณ 14 เฮกตาร์ แบ่งออกเป็นหลายโซน เช่น สวนกุหลาบ สนามหญ้ากว้าง และทางเดินเลียบแม่น้ำ บรรยากาศโปร่ง โล่ง และไม่พลุกพล่านเท่าสวนกลางเมือง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบชิล ๆ ริมน้ำ
จุดเด่นของ Parc de Bercy คือทำเลที่ติดกับแม่น้ำแซนและเชื่อมต่อกับย่านไลฟ์สไตล์อย่าง Bercy Village ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าในอาคารโกดังไวน์เก่าที่รีโนเวตใหม่ ทำให้สามารถจัดทริป “เดินสวน–กินข้าว–ชมวิวแม่น้ำ” ได้ในที่เดียว อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับ Accor Arena และมีสะพานคนเดินข้ามไปยังฝั่งหอสมุดแห่งชาติของฝรั่งเศส เป็นอีกมุมของปารีสที่ดูโมเดิร์นและแตกต่างจากโซนประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน
ที่ตั้ง
• เขตที่ 12 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
• อยู่ระหว่าง Quai de Bercy และถนนรอบ ๆ ย่าน Bercy ใกล้แม่น้ำแซน
การเดินทาง
• Metro สาย 6 หรือ 14 ลงสถานี Bercy แล้วเดินประมาณ 5 นาที
• Metro สาย 14 ลงสถานี Cour Saint-Émilion (ใกล้ Bercy Village)
• รถบัสหลายสายผ่านบริเวณนี้
• เดินเล่นเลียบแม่น้ำจากโซนอื่นของปารีสก็ได้เช่นกัน
ไฮไลต์
• ทางเดินเลียบแม่น้ำแซน บรรยากาศโปร่งสบาย
• มีสวนกุหลาบและสวนธีมที่จัดแบ่งเป็นโซนชัดเจน
• สนามหญ้ากว้าง เหมาะสำหรับปิกนิก
• ใกล้ Bercy Village แหล่งช้อป–กิน–ถ่ายรูป
• มุมถ่ายรูปสไตล์โมเดิร์นริมแม่น้ำ
แนะนำกิจกรรมชิล ๆ
• ปูเสื่อนั่งปิกนิกช่วงบ่ายหรือเย็น
• เดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายเลียบแม่น้ำ
• แวะดื่มกาแฟที่ Bercy Village แล้วกลับมานั่งชมวิว
• ถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำแซน
เวลาเปิด-ปิด
• เปิดทุกวัน
• เวลาเปิดประมาณ 08:00 น.
• เวลาปิดแตกต่างตามฤดูกาล (ประมาณ 17:30–21:30 น. โดยฤดูร้อนปิดช้ากว่า)
• ✔️เข้าชมฟรี
เตรียมตัวยังไงดี?
• ควรใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง
• พกน้ำดื่ม โดยเฉพาะหน้าร้อน
• เตรียมเสื้อคลุมบาง ๆ หากมาช่วงเย็นริมแม่น้ำลมแรง
• ถ้าจะปิกนิก แนะนำซื้อของจากซูเปอร์หรือร้านใน Bercy Village มาก่อน
ถ้าอยากสัมผัสปารีสอีกมุมที่ทันสมัย โล่งสบาย และไม่วุ่นวายเกินไป สวนนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเลย
ปารีสไม่ใช่แค่เมืองของแลนด์มาร์กชื่อดัง แต่เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตได้จริง และสวนทั้ง 10 แห่งนี้คือคำตอบว่าทำไมคนปารีสถึงรักเมืองของตัวเอง พื้นที่สีเขียวเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่ถ่ายรูปสวย ๆ แต่เป็นพื้นที่พักใจที่ทำให้จังหวะการเที่ยวช้าลง นุ่มขึ้น และมีมิติขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเลือกนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ ปิกนิกริมแม่น้ำ หรือเดินเล่นบนเนินชมวิวเมือง ช่วงเวลาสั้น ๆ ในสวนอาจกลายเป็นช่วงที่ประทับใจที่สุดของทริป เพราะมันคือช่วงที่คุณได้ “อยู่กับปารีส” จริง ๆ ไม่ใช่แค่เดินผ่านสถานที่ท่องเที่ยว
ทริปปารีสจะยิ่งลงตัวขึ้น ถ้าเผื่อเวลาสักครึ่งวันไปนั่งเล่นในสวนเงียบ ๆ บางครั้งความสุขของการเดินทาง ก็ซ่อนอยู่ในช่วงเวลาธรรมดาแบบนี้เอง

