Top
ขอวีซ่าฝรั่งเศสด้วยตัวเอง

• คู่มือการยื่นขอวีซ่าฝรั่งเศสด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ


หากใครที่กำลังวางแผนเที่ยวฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นเดินเล่นริมแม่น้ำแซน ชมพิพิธภัณฑ์ระดับโลก หรือออกสำรวจเมืองเล็ก ๆ แสนโรแมนติกในแคว้นต่าง ๆ สิ่งแรกที่ต้องเตรียมให้เรียบร้อยก่อนจองทริปคือ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) โดยวีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้สามารถพำนักในประเทศฝรั่งเศสและอีก 27 ประเทศในเขตเชงเก้นได้สูงสุด 90 วัน ภายในระยะเวลา 180 วัน เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือเดินทางระยะสั้น

ปัจจุบัน (อัปเดตปี 2026) ขั้นตอนการขอทําวีซ่าเชงเก้นถูกปรับให้เป็นระบบออนไลน์เกือบทั้งหมด ผู้สมัครต้องเริ่มต้นผ่านแพลตฟอร์มทางการของรัฐบาลฝรั่งเศส ก่อนจองคิวเพื่อยื่นเอกสาร หลักฐาน และเก็บข้อมูลชีวมิติที่ศูนย์รับคำร้องการขอวีซ่าไปฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยกระบวนการมีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบสถานะได้ตลอดทาง

France We Go จะขอแนะนำขั้นตอนการขอวีซ่าฝรั่งเศสด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร หลักฐาน การกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ การจองคิว ไปจนถึงการรับพาสปอร์ตคืน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสอนุมัติให้มากที่สุด ไม่ว่าท่านจะขอวีซ่าประเทศฝรั่งเศสครั้งแรก หรือเคยยื่นมาแล้ว บทความนี้จะช่วยให้วางแผนได้อย่างมั่นใจ และพร้อมออกเดินทางสู่ประเทศฝรั่งเศสแบบไร้กังวล

 

วีซ่าฝรั่งเศส (France Visa) ที่ต้องขอคืออะไร?

หากจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศสแบบระยะสั้น ไม่เกิน 90 วัน สิ่งที่ต้องขอคือ วีซ่าเชงเก้นประเภทพำนักระยะสั้น (Short-Stay Visa Type C) ซึ่งเป็นวีซ่ามาตรฐานสำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียนครอบครัว ติดต่อธุรกิจระยะสั้น หรือเข้าร่วมอีเวนต์ต่าง ๆ ในยุโรป

ปัจจุบัน วีซ่านี้อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าเดินทางและพำนักในประเทศสมาชิกเขตเชงเก้นได้สูงสุด 90 วัน ภายในระยะเวลา 180 วัน โดยเป็นการนับแบบ “Rolling Period” คือระบบจะย้อนดู 180 วันที่ผ่านมาเสมอว่าคุณใช้สิทธิ์ครบ 90 วันหรือยัง ไม่ใช่นับเป็นรายทริปแบบแยกขาดจากกัน ดังนั้นคนที่เดินทางไปยุโรปบ่อยควรคำนวณวันให้ดี

เขตเชงเก้น (Schengen Area) คืออะไร?

Schengen Area

 

เขตเชงเก้น (Schengen Area) คือความร่วมมือของประเทศในยุโรปจำนวน 27 ประเทศ ที่ตกลงยกเลิกการตรวจหนังสือเดินทางและด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างกัน เปรียบง่าย ๆ คือ เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศแรกในกลุ่มแล้ว การเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ภายในเขตเชงเก้นจะเสมือนการเดินทางภายในประเทศเดียวกัน


โดยแนวคิดนี้เกิดขึ้นจาก “ข้อตกลงเชงเก้น” ที่มุ่งเน้นเสรีภาพในการเดินทาง ทำให้ยุโรปกลายเป็นภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีระบบกลางร่วมกัน


ปัจจุบันเขตเชงเก้นมี 27 ประเทศสมาชิก ครอบคลุมประเทศยอดนิยมอย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เบลเยียม โปรตุเกส รวมถึงประเทศในยุโรปเหนือและยุโรปตะวันออกบางส่วน และบางประเทศในสหภาพยุโรป (EU) ไม่ได้อยู่ในเขตเชงเก้น และบางประเทศที่อยู่ในเชงเก้นก็ไม่ได้เป็นสมาชิก EU ดังนั้น “EU” กับ “Schengen” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

แล้วต้องยื่นขอวีซ่า Schengen ที่ประเทศไหน?

หนึ่งในคำถามที่คนวางแผนเที่ยวหลายประเทศในยุโรปสงสัยมากที่สุดคือ ควรยื่นขอทำวีซ่า Schengen กับประเทศไหน? ตามหลักเกณฑ์ของเขตเชงเก้นที่ใช้ในปัจจุบัน การพิจารณาจะยึดตาม “วัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง” หรือที่เรียกว่า Main Destination Rule โดยมีหลักง่าย ๆ ดังนี้

 

1. ยื่นวีซ่าที่ประเทศที่พำนักนานที่สุด (Main Destination)

หากทริปของคุณมีหลายประเทศ ให้ดูว่า “คุณพักค้างคืนที่ประเทศไหนนานที่สุด” ตัวอย่าง:

  • ฝรั่งเศส 5 คืน
  • อิตาลี 3 คืน
  • สวิตเซอร์แลนด์ 2 คืน

กรณีนี้ ต้องยื่นวีซ่าผ่านฝรั่งเศส เพราะเป็นประเทศที่ใช้เวลาพำนักมากที่สุด หลักการนี้ใช้กับทั้งวีซ่าการท่องเที่ยว วีซ่าเยี่ยมเยียน และวีซ่าเดินทางธุรกิจระยะสั้น

 

2. หากจำนวนวันเท่ากันหลายประเทศ

หากพักเท่ากัน เช่น

  • ฝรั่งเศส 4 คืน
  • อิตาลี 4 คืน

ในกรณีนี้ ให้ดูว่า คุณเดินทางเข้าเขตเชงเก้นประเทศแรกคือประเทศไหน

ถ้าไฟลต์ลงปารีสก่อน → ต้องยื่นวีซ่าผ่านฝรั่งเศส

ถ้าไฟลต์ลงโรมก่อน → ต้องยื่นวีซ่าผ่านอิตาลี

เรียกว่าใช้หลัก “First Point of Entry” เป็นตัวตัดสิน

 

วีซ่า Type C เข้าได้กี่ครั้ง?

วีซ่า Type C คือ วีซ่าเชงเก้นแบบพำนักระยะสั้น (Short-Stay Visa) สำหรับท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือธุรกิจ โดยอนุญาตให้พำนักในเขตเชงเก้นได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วง 180 วัน คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เข้าได้กี่ครั้ง? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับประเภทการอนุมัติที่คุณได้รับ ซึ่งปัจจุบัน (อัปเดต 2026) มี 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

 

1. Single Entry – เข้าได้ 1 ครั้ง

  • เข้าเขตเชงเก้นได้ครั้งเดียว
  • เมื่อออกจากเขตเชงเก้นแล้ว วีซ่าจะหมดสิทธิ์ทันที แม้จะยังไม่หมดอายุบนหน้าวีซ่า

เหมาะกับผู้ที่เดินทางทริปเดียว ไม่ออกนอกเชงเก้นระหว่างทริป
ตัวอย่าง:

บินเข้า ฝรั่งเศส → เที่ยวหลายประเทศในเชงเก้น → บินกลับไทย

(ไม่ออกไปประเทศนอกเชงเก้นระหว่างทาง)


2. Double Entry – เข้าได้ 2 ครั้ง

  • เข้าเขตเชงเก้นได้ 2 ครั้ง
  • ออกนอกเชงเก้นแล้วสามารถกลับเข้าใหม่ได้อีก 1 ครั้ง

ตัวอย่าง:

เข้าเชงเก้น → บินไปอังกฤษ (ซึ่งไม่ใช่เชงเก้น) → กลับเข้าเชงเก้นอีกครั้ง

กรณีนี้ต้องมี Double Entry เป็นอย่างน้อย


3. Multiple Entry – เข้าออกได้หลายครั้ง

  • เข้าออกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ภายในช่วงอายุวีซ่าที่ได้รับ
  • แต่ยังคงอยู่ภายใต้กฎ 90/180 วัน

ปัจจุบันผู้ที่มีประวัติเดินทางดี เคยได้วีซ่าเชงเก้นหลายครั้ง และไม่เคยอยู่เกินกำหนด มีโอกาสได้รับ Multiple Entry ระยะ 6 เดือน, 1 ปี หรือมากกว่า ตามหลักเกณฑ์สะสมประวัติการเดินทาง (Visa Cascade Rule)


สามารถยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าได้เมื่อไหร่?

การวางแผนเวลา “ยื่นทำวีซ่า” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความราบรื่นของทริป โดยเฉพาะวีซ่าเชงเก้นแบบระยะสั้น (Type C) ยื่นล่วงหน้าได้สูงสุดกี่เดือน?

ปัจจุบันสามารถยื่นคำขอวีซ่าได้ล่วงหน้าสูงสุด 6 เดือนก่อนวันเดินทาง (กรณีลูกเรือบางประเภทอาจยื่นได้ถึง 9 เดือน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปคือ 6 เดือน) ดังนั้นถ้ามีแพลนเดินทางเดือนตุลาคม สามารถเริ่มยื่นทำวีซ่าได้ตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้น

ควรยื่นวีซ่าก่อนเดินทางกี่วัน?

แม้กฎหมายกำหนดว่าสถานทูตมีเวลาพิจารณาปกติประมาณ 15 วันทำการ แต่ในทางปฏิบัติ แนะนำให้ยื่นวีซ่า อย่างน้อย 3–6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทางจริง

เหตุผลที่ควรเผื่อเวลา:

  • อาจมีการขอเอกสารหรือหลักฐานยื่นทำวีซ่าเพิ่มเติม
  • บางเคสอาจใช้เวลาพิจารณานานถึง 30–45 วัน
  • ช่วงคิวแน่น อาจหาวันนัดยื่นยาก

การยื่นวีซ่ากระชั้นชิดเกินไป เสี่ยงทำให้เลื่อนตั๋วหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น


ช่วง High Season ที่คิวเต็มเร็ว

โดยเฉพาะสำหรับผู้เดินทางไปฝรั่งเศสและยุโรป ช่วงที่คิวนัดหมายมักเต็มเร็ว ได้แก่:

  • เมษายน – กรกฎาคม (ฤดูใบไม้ผลิ–ฤดูร้อน)
  • พฤศจิกายน – ธันวาคม (ปลายปี / คริสต์มาส / ปีใหม่)

ช่วงก่อนสงกรานต์ และก่อนปิดเทอมใหญ่ ก็เป็นช่วงที่คำขอยื่นทำวีซ่าเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน บางช่วงคิวนัดอาจเต็มล่วงหน้า 3–4 สัปดาห์ ดังนั้นควรเริ่มจองคิวทันทีที่กำหนดวันเดินทางชัดเจน


• ขั้นตอนและวิธีการยื่นขอวีซ่าฝรั่งเศสด้วยตัวเอง

france-schengen-visa-application


STEP 1: สมัครผ่านระบบออนไลน์ France-Visas

ทุกคนต้องเริ่มที่เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลฝรั่งเศสเท่านั้น
ระบบจะให้คุณ:

  • สร้างบัญชีผู้ใช้
  • กรอกแบบฟอร์มออนไลน์
  • ตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการเดินทาง
  • รับรายการเอกสารเฉพาะบุคคล (Personalised checklist)

เมื่อกรอกครบ ระบบจะให้พิมพ์ใบสมัครออกมาเพื่อนำไปยื่นทำวีซ่าในวันนัด


STEP 2: จองคิวยื่นเอกสารที่ศูนย์รับคำร้อง (TLScontact)

ผู้สมัครในไทยต้องยื่นทำวีซ่าผ่านศูนย์รับคำร้องอย่างเป็นทางการ เช่น TLScontact กรุงเทพฯ

หมายเหตุสำคัญ: ปัจจุบันต้องจองคิวออนไลน์เท่านั้น ไม่สามารถ Walk-in ได้ และหลังจองคิวจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่ระบบแจ้ง


STEP 3: เตรียมเอกสารและหลักฐานขอวีซ่าฝรั่งเศสให้ครบ

เอกสารและหลักฐานการขอวีซ่าฝรั่งเศสพื้นฐานที่ต้องมี ได้แก่:

1. เอกสารและหลักฐานส่วนตัว

  • พาสปอร์ตตัวจริง (อายุเหลืออย่างน้อย 3 เดือนหลังวันเดินทางกลับ)
  • สำเนาพาสปอร์ต
  • รูปถ่ายตามมาตรฐานเชงเก้น
  • ใบสมัครที่พิมพ์จากระบบ


2. เอกสารและหลักฐานด้านการเงิน

  • สเตทเมนต์ย้อนหลัง 3–6 เดือน
  • หนังสือรับรองการทำงาน / หนังสือรับรองบริษัท
  • ใบลางาน (ระบุวันที่ชัดเจน)


3. เอกสารและหลักฐานการเดินทาง

  • ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ (หรือใบจอง)
  • ใบจองโรงแรมทุกคืน
  • แผนเที่ยว (Itinerary)


4. ประกันเดินทาง

ต้องมีความคุ้มครองขั้นต่ำ 30,000 ยูโร ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศ และเอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส

STEP 4: ไปยื่นเอกสารและเก็บข้อมูลชีวมิติ

ในวันนัดหมาย:

  • ยื่นเอกสารทั้งหมด
  • สแกนลายนิ้วมือ
  • ถ่ายภาพ

หากเคยให้ข้อมูลชีวมิติภายใน 59 เดือน อาจไม่ต้องเก็บใหม่ (ขึ้นอยู่กับระบบ) ขั้นตอนใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที


ค่าธรรมเนียมวีซ่าฝรั่งเศสปี 2026

  • ผู้ใหญ่: ประมาณ 90 ยูโร
  • เด็ก 6–12 ปี: ประมาณ 45 ยูโร

ยังไม่รวมค่าบริการศูนย์รับคำร้อง อัตราเงินบาทขึ้นอยู่กับเรทที่ศูนย์กำหนดในวันชำระเงิน

• คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ต้องยื่นเอกสารขอวีซ่าไปฝรั่งเศสที่ไหน?

สามารถยื่นคำร้องขอทำวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศสได้ผ่านศูนย์รับคำร้องอย่าง TLScontact ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสถานทูตฝรั่งเศสให้ดูแลขั้นตอนรับเอกสารและเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometric) เช่น ลายนิ้วมือและรูปถ่าย

สำหรับผู้ที่ยื่นวีซ่าเชงเก็นฝรั่งเศส (Visa Schengen) จากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าท่องเที่ยวฝรั่งเศส หรือวีซ่าประเภทอื่นๆ สามารถเลือกศูนย์ยื่นคำร้องใน กรุงเทพมหานคร โดยต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ก่อนเข้าไปยื่นเอกสาร

ขั้นตอนและวิธีการยื่นวีซ่าฝรั่งเศสโดยรวมจะเป็นดังนี้

  • กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าฝรั่งเศสผ่านระบบออนไลน์
  • จองคิวนัดหมายกับ TLScontact
  • เตรียมหลักฐานหรือเอกสารประกอบการขอวีซ่าฝรั่งเศสให้ครบถ้วน
  • เดินทางไปยื่นเอกสารและสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์
  • รอผลการพิจารณาจากสถานทูตฝรั่งเศส

ทั้งนี้ ศูนย์รับยื่นวีซ่าฝรั่งเศส TLScontact มีหน้าที่เพียงรับเอกสารและอำนวยความสะดวกเท่านั้น การอนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่าจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถานทูตฝรั่งเศสโดยตรง

Q2: ถ้าวีซ่าฝรั่งเศสถูกปฏิเสธ (Rejected) ต้องทำอย่างไร?

หากการขอวีซ่าฝรั่งเศสถูกปฏิเสธ ไม่ได้หมายความว่าจะขอใหม่ไม่ได้ คุณยังสามารถยื่นใหม่ได้ทันที แต่ควรแก้ไขจุดที่เป็นสาเหตุให้ไม่ผ่านก่อน โดยสถานทูตจะมี “จดหมายแจ้งผล (Refusal Letter)” ระบุเหตุผลหลักไว้ชัดเจน

 

แนวทางแก้ไขก่อนยื่นวีซ่าประเทศฝรั่งเศสใหม่

 

1.อ่านเหตุผลการปฏิเสธให้ละเอียด

เช่น เอกสารไม่ครบ ความน่าเชื่อถือทางการเงินไม่เพียงพอ หรือแผนการเดินทางไม่ชัดเจน

 

2.ปรับปรุงเอกสารการยื่นขอวีซ่าฝรั่งเศสให้ครบและน่าเชื่อถือมากขึ้น

เพิ่ม Statement ย้อนหลัง 6 เดือน

หนังสือรับรองการทำงาน / ใบลา

หลักฐานความผูกพันในไทย (เช่น ทะเบียนบ้าน ทรัพย์สิน)

 

3.ทำแผนการเดินทางไปฝรั่งเศส (Itinerary) ให้ชัดเจน

ระบุวันเดินทาง เมือง ที่พัก และกิจกรรมให้สมเหตุสมผล โดยเฉพาะหากเดินทางไป ฝรั่งเศส เป็นหลัก

 

4.ตรวจสอบประกันการเดินทาง

ต้องครอบคลุมวงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร และครอบคลุมทุกประเทศใน Schengen Area

 

5.เขียนจดหมายอธิบาย (Cover Letter)

ชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติม และอธิบายสิ่งที่แก้ไขจากครั้งก่อน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

Q3: วีซ่าท่องเที่ยวฝรั่งเศส อยู่ได้นานแค่ไหน?

วีซ่าท่องเที่ยวฝรั่งเศส (Schengen Visa ประเภท Short Stay) อนุญาตให้พำนักได้ ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน ในเขต Schengen Area ซึ่งรวมถึง ฝรั่งเศส และประเทศยุโรปอื่น ๆ ในกลุ่มนี้

  • คุณสามารถอยู่ได้รวมกัน สูงสุด 90 วัน (ประมาณ 3 เดือน)
  • โดยนับรวมทุกประเทศใน Schengen ไม่ใช่แค่ฝรั่งเศสประเทศเดียว
  • ช่วงเวลา 180 วัน คือ “กรอบเวลา” ที่ใช้คำนวณย้อนหลัง
  • จำนวนวันที่อยู่จริง จะถูกประทับตราเข้า-ออกในพาสปอร์ต
  • บางเคสอาจได้วีซ่าแบบ Multiple Entry (เข้าออกได้หลายครั้ง) แต่ “จำนวนวันรวม” ก็ยังต้องไม่เกิน 90 วัน
  • หากอยู่เกินกำหนด (Overstay) อาจมีผลต่อการขอวีซ่าในอนาคต

สรุปสั้นๆ คืออยู่ได้ “รวมสูงสุด 90 วัน” ในช่วง “180 วัน” และนับรวมทุกประเทศใน Schengen

Q4: วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) คืออะไร?

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) คือวีซ่าสำหรับการเดินทางระยะสั้น ที่อนุญาตให้คุณเข้าและเดินทางข้ามประเทศได้ภายในเขต Schengen Area โดยใช้วีซ่าเพียงใบเดียว ไม่ต้องขอแยกแต่ละประเทศ

 

โดยแทนที่จะต้องขอวีซ่าแยกสำหรับแต่ละประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, อิตาลี หรือ เยอรมนี คุณสามารถขอ “วีซ่าเชงเก้น” เพียงครั้งเดียว แล้วเดินทางไปหลายประเทศในทริปเดียวได้เลย

 

สรุปสั้นๆ คือวีซ่าเดียว เที่ยวได้หลายประเทศในยุโรป (เขต Schengen) สะดวก เหมาะกับสายเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว

Q5: วีซ่าฝรั่งเศสขอแบบเร่งด่วนได้ไหม?

โดยทั่วไป การยื่นขอวีซ่าฝรั่งเศส ไม่มีบริการเร่งด่วน (Express / Fast Track) อย่างเป็นทางการ ผ่านศูนย์รับคำร้องยื่นวีซ่าฝรั่งเศสอย่าง TLScontact ทุกคำร้องจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามลำดับของสถานทูต ปกติจะใช้เวลาประมาณ 7–15 วันทำการ แต่ในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือช่วงที่มีผู้ยื่นทําวีซ่าไปฝรั่งเศสจำนวนมาก อาจใช้เวลานานกว่านี้

 

บางกรณี “อาจ” ได้รับการพิจารณาเร็วขึ้น (แต่ไม่รับประกัน) เช่น

  • มีเหตุผลจำเป็นเร่งด่วน เช่น ธุรกิจ งานสำคัญ หรือเหตุฉุกเฉิน
  • เอกสาร หลักฐาน ครบถ้วน ชัดเจน ไม่มีจุดต้องสอบถามเพิ่มเติม
  • เคยมีประวัติการเดินทาง (Travel History) ที่ดีใน Schengen Areaยมีประวัติการเดินทาง (Travel History) ที่ดีใน Schengen Area

Voyageuse passionnée par la France, je partage mes expériences, coups de cœur et inspirations pour explorer la beauté du voyage et de la vie.