รวม 7 เทศกาลลาเวนเดอร์ในฝรั่งเศส ที่สายเที่ยวห้ามพลาด!
ฤดูร้อนในเขต Provence คือช่วงเวลาที่ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงบานสะพรั่งไปทั่วภูมิภาค สร้างทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับภาพวาด และกลายเป็นหนึ่งในฤดูกาลท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฝรั่งเศส ทุกปีตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม หลายเมืองและหมู่บ้านใน Provence จะจัดงานเฉลิมฉลองลาเวนเดอร์เพื่อเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
เทศกาลลาเวนเดอร์เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงการชมทุ่งดอกไม้สีม่วงเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรด การแสดงดนตรีพื้นเมือง ตลาดสินค้าท้องถิ่น และการสาธิตการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ ชิมอาหารท้องถิ่น และเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรใน Provence ได้อย่างใกล้ชิด
เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
• แนะนำ 7 เทศกาลลาเวนเดอร์ชื่อดังในฝรั่งเศส
ในบทความนี้ France We Go ได้รวบรวม 7 เทศกาลลาเวนเดอร์ที่น่าสนใจในเขต Provence ตั้งแต่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่นไปจนถึงงานเทศกาลใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของฤดูลาเวนเดอร์ในฝรั่งเศส พร้อมเก็บภาพทุ่งสีม่วงสุดโรแมนติกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
1. Valensole Lavender Festival

เทศกาลลาเวนเดอร์ที่เมือง Valensole ถือเป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส จัดขึ้นทุกปีในช่วง วันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม เพื่อเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์บนพื้นที่ Plateau de Valensole ซึ่งเป็นหนึ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป งานนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนจากทั่วโลกให้มาสัมผัสทุ่งดอกไม้สีม่วงและวัฒนธรรมของแคว้น Provence อย่างใกล้ชิด
ภายในงานจะมีบรรยากาศคึกคักทั่วทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่ตลาดแบบ Provençal ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ เช่น น้ำมันหอมระเหย สบู่ เทียน น้ำผึ้ง และงานหัตถกรรมท้องถิ่น รวมถึงการแสดงดนตรีพื้นเมืองและการเต้นรำในชุดประจำภูมิภาค นักท่องเที่ยวสามารถชมขบวนพาเหรด การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการสาธิตการเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตชาวไร่ในภูมิภาคนี้
อีกหนึ่งไฮไลต์ของเทศกาลคือการสาธิต การกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ โดยใช้เครื่องกลั่นแบบทองแดงแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กระบวนการผลิต ตั้งแต่การตัดดอกลาเวนเดอร์จนถึงการสกัดน้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ยังมีทัวร์ชมทุ่งลาเวนเดอร์ เวิร์กช็อปทำเครื่องหอม และกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมลาเวนเดอร์ ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของ Provence มากยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาการจัดงาน
• วันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม
ไฮไลต์
• ตลาดสินค้า lavender และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
• การสาธิตการกลั่นน้ำมันลาเวนเดอร์
• การแสดงดนตรีพื้นเมือง
พื้นที่จัดงาน
• Plateau de Valensole ถือเป็นหนึ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส
วิธีเดินทาง
การเดินทางไปเทศกาล Valensole Lavender Festival ที่เมือง Valensole สามารถเดินทางได้หลายวิธี โดยเมืองนี้ตั้งอยู่ในแคว้น Provence ใกล้กับเมืองใหญ่หลายแห่งในภาคใต้ของฝรั่งเศส
1. รถไฟ + รถบัส
วิธีที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวคือ นั่งรถไฟความเร็วสูงไปยัง Aix-en-Provence หรือ Marseille จากนั้นต่อรถบัสหรือรถเช่าไปยัง Valensole โดยใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เส้นทางนี้เป็นวิธีที่นิยมเพราะมีรถไฟเชื่อมต่อจาก Paris โดยตรง
2. รถเช่า
การขับรถถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการเที่ยวชมทุ่งลาเวนเดอร์รอบ ๆ Plateau de Valensole เพราะทุ่งลาเวนเดอร์ส่วนใหญ่กระจายอยู่ตามชนบท นักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถจาก Marseille หรือ Aix-en-Provence แล้วขับมาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ระหว่างทางจะผ่านทุ่งลาเวนเดอร์และหมู่บ้านสวย ๆ ของ Provence
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
อีกทางเลือกที่สะดวกคือจอง Lavender Tour จากเมืองท่องเที่ยวอย่าง Avignon, Aix-en-Provence หรือ Marseille ซึ่งบริษัททัวร์จะพาไปชมทุ่งลาเวนเดอร์และแวะเข้าร่วมเทศกาลใน Valensole ภายในวันเดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการขับรถเอง
แนะนำทิปการเดินทาง
ช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แนะนำให้ไปถึงเมือง Valensole ในช่วงเช้า ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรและได้ถ่ายรูปทุ่งลาเวนเดอร์ในแสงเช้าที่สวยที่สุด
2. Sault Lavender Festival

(Credit by FB Page : Fête de la lavande Sault en Provence)
เทศกาลลาเวนเดอร์ที่เมือง Sault เป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองลาเวนเดอร์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในแคว้น Provence โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงฤดูเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์พอดี ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยบรรยากาศของดอกไม้สีม่วงและกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ งานนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยงามของภูมิภาคนี้
ภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ขบวนพาเหรด การแสดงดนตรีพื้นเมือง ตลาดสินค้า artisan และผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหอมระเหย สบู่ น้ำผึ้ง หรือเครื่องหอม นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์แบบดั้งเดิม รวมถึงกิจกรรมสนุก ๆ อย่างการแข่งขันตัดลาเวนเดอร์ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวไร่ในพื้นที่
เมือง Sault ตั้งอยู่ใกล้ภูเขา Mont Ventoux และเป็นหนึ่งในจุดชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยที่สุดของ Provence นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นรอบเมือง ชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่ง และเก็บภาพวิวทิวทัศน์ของชนบทฝรั่งเศสที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ทุ่งสีม่วงทอดยาวสุดสายตา ทำให้เทศกาลนี้กลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน Provence
ช่วงเวลาการจัดงาน
• 15 สิงหาคมของทุกปี
ไฮไลต์
• ขบวนพาเหรดลาเวนเดอร์
• การแข่งขันตัดลาเวนเดอร์
• ตลาดสินค้า local และงานแฟร์
พื้นที่จัดงาน
• เมือง Sault อยู่ใกล้ภูเขา Mont Ventoux และเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกลาเวนเดอร์สำคัญ
วิธีเดินทาง
1. รถไฟ + รถบัส
สามารถนั่งรถไฟจาก Paris ไปยัง Avignon หรือ Carpentras จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นไปยัง Sault ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
2. รถเช่า
การเช่ารถขับจาก Avignon หรือ Aix-en-Provence เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ระหว่างทางจะผ่านทุ่งลาเวนเดอร์และวิวชนบทของแคว้น Provence
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
นักท่องเที่ยวสามารถจองทัวร์ลาเวนเดอร์จากเมืองท่องเที่ยวอย่าง Avignon, Aix-en-Provence หรือ Marseille ซึ่งจะพาเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์และเข้าร่วมเทศกาลในวันเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถเอง
แนะนำทิปการเดินทาง
เทศกาลจัดวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก แนะนำให้เดินทาง ช่วงเช้าตรู่ และจองที่พักล่วงหน้า เพราะเมือง Sault เป็นหมู่บ้านเล็ก ที่พักอาจเต็มเร็วในช่วงเทศกาล
3. Lavender Corso of Digne-les-Bains

เทศกาลลาเวนเดอร์ที่เมือง Digne-les-Bains เป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองลาเวนเดอร์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ของแคว้น Provence โดยมีชื่อเรียกว่า Lavender Corso หรือ Corso de la Lavande จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วง ต้นเดือนสิงหาคม เพื่อเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์ของภูมิภาค งานเทศกาลนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1929 และกลายเป็นงานสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก
ไฮไลต์ของเทศกาลคือ ขบวนรถพาเหรดที่ตกแต่งด้วยดอกลาเวนเดอร์อย่างสวยงาม ซึ่งวิ่งผ่านถนนสายหลักของเมือง พร้อมการแสดงดนตรี การเต้นรำ และกิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้และกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ นอกจากนี้ยังมีตลาดสินค้าท้องถิ่นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ เช่น น้ำมันหอมระเหย สบู่ เครื่องหอม และของที่ระลึกจาก Provence
นอกจากขบวนพาเหรดแล้ว ภายในงานยังมีคอนเสิร์ตกลางแจ้ง การแสดงวัฒนธรรมพื้นเมือง และดอกไม้ไฟในช่วงกลางคืน ทำให้เทศกาลนี้มีบรรยากาศคึกคักตลอดหลายวัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังสามารถเดินเล่นในเมืองเก่าของ Digne-les-Bains และสำรวจทุ่งลาเวนเดอร์ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมทุ่งสีม่วงของ Provence ในช่วงฤดูร้อน
ช่วงเวลาการจัดงาน
• ต้นเดือนสิงหาคม
ไฮไลต์
• ขบวนรถตกแต่งดอกลาเวนเดอร์
• คอนเสิร์ตและการแสดงกลางคืน
• ดอกไม้ไฟ
พื้นที่จัดงาน
• จัดที่เมือง Digne-les-Bains และมีมาตั้งแต่ปี 1929
วิธีเดินทางไป
1. รถไฟ + รถบัส
นั่งรถไฟจาก Paris ไปยัง Marseille หรือ Aix-en-Provence จากนั้นต่อรถบัสไปยัง Digne-les-Bains ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
2. รถเช่า
การเช่ารถจาก Marseille หรือ Aix-en-Provence เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาขับรถประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทุ่งลาเวนเดอร์ของ Provence ได้
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
มีบริษัททัวร์จากเมืองอย่าง Marseille, Aix-en-Provence หรือ Avignon ที่จัดทริปชมทุ่งลาเวนเดอร์และเข้าร่วมเทศกาลใน Digne-les-Bains ภายในวันเดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการขับรถเอง
แนะนำทิปการเดินทาง
เทศกาลนี้จัดหลายวันและมีขบวนพาเหรดช่วงเย็น แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้าและวางแผนเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรและได้เวลาเที่ยวชมเมืองอย่างเต็มที่
4. Ferrassières Lavender Festival

(Credit by Website : Fêtes de la lavande.fr)
เทศกาลลาเวนเดอร์ที่หมู่บ้าน Ferrassières เป็นงานเฉลิมฉลองลาเวนเดอร์ขนาดเล็กที่มีเสน่ห์แบบชนบทของแคว้น Provence โดยมักจัดขึ้นในช่วง ต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ทุ่งลาเวนเดอร์เริ่มบานสะพรั่งเต็มที่ งานเทศกาลนี้มีบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรกรที่ปลูกลาเวนเดอร์อย่างใกล้ชิด
ภายในงานจะมีตลาดท้องถิ่นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ เช่น น้ำมันหอมระเหย สบู่ น้ำผึ้ง และงานหัตถกรรมพื้นเมือง นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์แบบดั้งเดิม รวมถึงกิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกและแปรรูปลาเวนเดอร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาว Provence ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น
บริเวณรอบหมู่บ้าน Ferrassières ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีทุ่งลาเวนเดอร์สวยงามของภูมิภาค นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นหรือขับรถชมทุ่งสีม่วงที่ทอดยาวท่ามกลางภูเขาและทุ่งหญ้า ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติของ Provence อย่างแท้จริง
ช่วงเวลาการจัดงาน
• วันอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคม
ไฮไลต์
• ตลาดเกษตรและสินค้า lavender
• การสาธิตการเก็บเกี่ยว
• บรรยากาศหมู่บ้านชนบทแท้ ๆ
พื้นที่จัดงาน
• จัดที่หมู่บ้าน Ferrassières ซึ่งมีทุ่งลาเวนเดอร์สวยมาก
วิธีเดินทางไป
1. รถไฟ + รถบัส
นั่งรถไฟจาก Paris ไปยัง Avignon หรือ Carpentras จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นไปยัง Ferrassières ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
2. รถเช่า
การเช่ารถขับจาก Avignon หรือ Aix-en-Provence เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง และสามารถแวะชมทุ่งลาเวนเดอร์ตามเส้นทางชนบทของ Provence ได้
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
มีทัวร์ลาเวนเดอร์จากเมืองท่องเที่ยวอย่าง Avignon หรือ Aix-en-Provence ที่พาเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์และหมู่บ้านใน Provence รวมถึง Ferrassières ภายในวันเดียว
แนะนำทิปการเดินทาง
Ferrassières เป็นหมู่บ้านเล็ก ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และหากต้องการถ่ายภาพทุ่งลาเวนเดอร์ แนะนำให้ไปช่วง เช้าตรู่หรือช่วงเย็น เพราะแสงสวยและนักท่องเที่ยวน้อย
5. Le Thor Lavandissima Festival

(Credit by Website : ville-lethor.fr)
เทศกาลลาเวนเดอร์ Lavandissima ที่เมือง Le Thor เป็นงานเฉลิมฉลองลาเวนเดอร์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานของฤดูร้อนในแคว้น Provence โดยมักจัดขึ้นในช่วง กลางเดือนกรกฎาคม เพื่อเฉลิมฉลองฤดูดอกลาเวนเดอร์ที่กำลังบานสะพรั่งทั่วภูมิภาค
ภายในงานมีตลาดสินค้าท้องถิ่น เวิร์กช็อปเกี่ยวกับลาเวนเดอร์ รวมถึงกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ เช่น ดนตรีสด การแสดงพื้นเมือง และร้านอาหารท้องถิ่นที่นำเสนอเมนูแบบ Provençal นอกจากนี้ยังมีการแสดงดอกไม้ไฟในช่วงค่ำที่สร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับเทศกาล
แม้จะเป็นเทศกาลขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ Lavandissima ถือเป็นงานที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นของ Provence ได้อย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในหมู่บ้าน ชิมอาหารท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลฤดูร้อนแบบฝรั่งเศสอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาการจัดงาน
• กลางเดือนกรกฎาคม
ไฮไลต์
• เวิร์กช็อปเกี่ยวกับลาเวนเดอร์
• ตลาด artisan
• ดอกไม้ไฟตอนกลางคืน
พื้นที่จัดงาน
• จัดที่เมือง Le Thor
วิธีเดินทางไป
1. รถไฟ + รถบัส
สามารถนั่งรถไฟจาก Paris ไปยัง Avignon จากนั้นต่อรถไฟท้องถิ่นหรือรถบัสไปยัง Le Thor ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
2. รถเช่า
การเช่ารถจาก Avignon หรือ Aix-en-Provence เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาขับรถประมาณ 30–50 นาที และสามารถแวะเที่ยวหมู่บ้านสวย ๆ ในแคว้น Provence ได้ระหว่างทาง
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
มีทัวร์ลาเวนเดอร์จาก Avignon, Aix-en-Provence หรือ Marseille ที่พาเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์และหมู่บ้านใน Provence รวมถึง Le Thor ภายในวันเดียว
แนะนำทิปการเดินทาง
ควรไปช่วง เย็นหรือค่ำ เพราะภายในงานจะมีการแสดงดนตรีและดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของเทศกาล
6. Riez Lavender Festival

เทศกาลลาเวนเดอร์ที่เมือง Riez เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญในภูมิภาค Provence โดยมักจัดขึ้นในช่วง กลางเดือนกรกฎาคม เมืองเก่าเล็ก ๆ แห่งนี้จะถูกตกแต่งด้วยดอกลาเวนเดอร์และธงสีม่วง สร้างบรรยากาศคึกคักไปทั่วทั้งเมือง
ภายในงานจะมีขบวนพาเหรด การแสดงดนตรีพื้นเมือง และตลาดสินค้า artisan ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ เช่น สบู่ น้ำมันหอมระเหย และเครื่องหอม นอกจากนี้ยังมีการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาว Provence
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถเดินชมถนนสายเก่าของ Riez พร้อมทั้งสำรวจทุ่งลาเวนเดอร์ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทุ่งสีม่วงที่สวยงามในฤดูร้อนของฝรั่งเศส
ช่วงเวลาการจัดงาน
• กลางเดือนกรกฎาคม
ไฮไลต์
• ขบวนพาเหรด
• การเต้นรำพื้นเมือง
• ตลาดสินค้า lavender
พื้นที่จัดงาน
• จัดในเมืองเก่า Riez
วิธีเดินทางไป
1. รถไฟ + รถบัส
นั่งรถไฟจาก Paris ไปยัง Marseille หรือ Aix-en-Provence จากนั้นต่อรถบัสไปยัง Riez ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
2. รถเช่า
สามารถเช่ารถจาก Marseille หรือ Aix-en-Provence แล้วขับรถไป Riez ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ระหว่างทางจะผ่านทุ่งลาเวนเดอร์และวิวชนบทที่สวยงามของ Provence
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
มีทัวร์ลาเวนเดอร์จาก Marseille หรือ Aix-en-Provence ที่พาเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์และหมู่บ้านใน Provence รวมถึง Riez ภายในวันเดียว
แนะนำทิปการเดินทาง
แนะนำให้เดินเที่ยวใน เมืองเก่า (Old Town) ของ Riez เพราะจะมีตลาดท้องถิ่นและกิจกรรมของเทศกาลกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
7. Valréas Lavender Festival

เทศกาลลาเวนเดอร์ที่เมือง Valréas เป็นงานเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวลาเวนเดอร์ที่จัดขึ้นในช่วง ต้นเดือนสิงหาคม ภายในเมืองจะเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ การตกแต่งธีมลาเวนเดอร์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมของแคว้น Provence
กิจกรรมหลักของเทศกาล ได้แก่ ขบวนพาเหรด การแสดงดนตรี การเต้นรำพื้นเมือง และตลาดสินค้าท้องถิ่นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์หลากหลายชนิด เช่น เครื่องหอม น้ำมันหอมระเหย และของที่ระลึกจาก Provence
นอกจากกิจกรรมในเมืองแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ในพื้นที่ชนบทโดยรอบ Valréas ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยทุ่งสีม่วงที่ทอดยาวสุดสายตา ทำให้เทศกาลนี้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของ Provence อย่างแท้จริง
ช่วงเวลาการจัดงาน
• ต้นเดือนสิงหาคม
ไฮไลต์
• งานแฟร์และตลาดท้องถิ่น
• การแสดงพื้นเมือง
• ขบวนพาเหรดลาเวนเดอร์
พื้นที่จัดงาน
• จัดที่เมือง Valréas
วิธีเดินทางไป
1. รถไฟ + รถบัส
สามารถนั่งรถไฟจาก Paris ไปยัง Avignon จากนั้นต่อรถบัสไปยัง Valréas ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
2. รถเช่า
การเช่ารถจาก Avignon หรือ Orange เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาขับรถประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง และสามารถแวะชมทุ่งลาเวนเดอร์ตามเส้นทางได้
3. ทัวร์วันเดียว (Day Tour)
มีทัวร์ลาเวนเดอร์จาก Avignon หรือ Aix-en-Provence ที่พาเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์และหมู่บ้านใน Provence รวมถึง Valréas ภายในวันเดียว
แนะนำทิปการเดินทาง
ควรวางแผนเที่ยว ทุ่งลาเวนเดอร์รอบเมืองก่อนเข้าร่วมเทศกาล เพราะช่วงสายถึงบ่ายในวันงานจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
• สรุปเทศกาลลาเวนเดอร์ยอดนิยมในฝรั่งเศส
| เดือน | เทศกาล | สถานที่ |
|---|---|---|
| ต้น ก.ค. | Ferrassières Lavender Festival | Ferrassières |
| กลาง ก.ค. | Valensole Lavender Festival | Valensole |
| กลาง ก.ค. | Riez Lavender Festival | Riez |
| กลาง ก.ค. | Lavandissima Festival | Le Thor |
| ต้น ส.ค. | Lavender Corso | Digne-les-Bains |
| ต้น ส.ค. | Valréas Lavender Festival | Valréas |
| 15 ส.ค. | Sault Lavender Festival | Sault |
เทศกาลลาเวนเดอร์ใน Provence ไม่ได้เป็นเพียงงานเฉลิมฉลองฤดูดอกไม้บานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของชุมชนท้องถิ่นที่ผูกพันกับการปลูกลาเวนเดอร์มายาวนาน แต่ละเมืองมีรูปแบบงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานขนาดใหญ่ที่มีขบวนพาเหรดและการแสดงอลังการ ไปจนถึงเทศกาลหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
การเดินทางไปเยือนเทศกาลเหล่านี้ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจธรรมชาติและหมู่บ้านสวย ๆ ของฝรั่งเศส พร้อมกับชมทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงที่ทอดยาวสุดสายตาในช่วงฤดูร้อน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถผ่านเส้นทางชนบท ถ่ายภาพทิวทัศน์ หรือแวะชิมอาหารท้องถิ่น ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้การเดินทางใน Provence มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
หากมีโอกาสวางแผนเที่ยวฝรั่งเศสในช่วงฤดูลาเวนเดอร์ ลองเลือกสักหนึ่งหรือหลายเทศกาลจากทั้ง 7 แห่งในบทความนี้ เพื่อสัมผัสบรรยากาศของฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจและโรแมนติกที่สุดในยุโรป

